
106ปี'กองทัพเรือ'สู่ประชาคมอาเซียน
106ปี'กองทัพเรือ'สู่ประชาคมอาเซียน : ตะลุยกองทัพโดยทีมข่าวความมั่นคง
วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2449 หรือเมื่อ 106 ปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงเรียนนายเรืออย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังเดิม ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพเรือ และพระราชทานพระราชหัตถเลขามีความสำคัญตอนหนึ่งว่า “ดีใจที่ได้เห็นการทหารเรือมีรากหยั่งลงแล้ว จะเป็นที่มั่นสืบไปในภายหน้า”
ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ในครั้งนั้น กองทัพเรือจึงได้ถือเอาวันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันกองทัพเรือตราบจนปัจจุบัน
พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวเนื่องในโอกาสครบรอบ 106 ปีกองทัพเรือ ว่า กองทัพเรือมีความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการก่อตั้งสถาบันหลักของกองทัพเรือ ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานของการพัฒนากิจการทหารเรือให้มีความเจริญก้าวหน้ามั่นคงสืบมาจนถึงทุกวันนี้
ทั้งนี้ ภารกิจหลักของกองทัพเรือในปัจจุบัน ได้แก่ การป้องกันอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การปกป้องเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา มหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ เป็นต้น
กองทัพเรือมีพื้นที่ปฏิบัติการหลัก คือ พื้นที่ในทะเล และชายฝั่งด้านอ่าวไทย และทะเลอันดามัน โดยมีชายฝั่งทะเลยาวรวมกันกว่า 1,500 ไมล์ทะเล มีพื้นที่รับผิดชอบประมาณ 316,000 ตารางกิโลเมตร โดยได้จัดวางกำลังออกเป็น 3 กองเรือภาค คือ ทัพเรือภาคที่ 1 รับผิดชอบอ่าวไทยตอนบน ทัพเรือภาคที่ 2 รับผิดชอบอ่าวไทยตอนล่าง และทัพเรือภาคที่ 3 รับผิดชอบทะเลอันดามัน
สำหรับพื้นที่ปฏิบัติการบนบก กองทัพเรือได้จัดกำลังออกเป็น 3 ส่วน คือ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี และตราด รับผิดชอบแนวชายแดนด้าน จ.จันทบุรี และจ.ตราด หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงรับผิดชอบพื้นที่ตลอดลำน้ำโขง และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ รับผิดชอบพื้นที่ อ.ระแงะ อ.สุคิริน อ.จะแนะ อ.ศรีสาคร และอ.บาเจาะ จ.นราธิวาส
พล.ร.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ทหารเรืออยู่เคียงข้าง เป็นที่พึ่งของประชาชนเสมอมา รวมทั้งการแสดงบทบาทบนเวทีโลกด้วยการปฏิบัติหน้าที่ในกองเรือเฉพาะกิจผสมนานาชาติ และหมู่เรือปราบปรามโจรสลัด ในส่วนของการพัฒนากำลังรบได้จัดหาเรือเพิ่มเติมหลายประเภท ควบคู่ไปกับการพัฒนาไปสู่การเป็นกองทัพเรือที่มีความทันสมัย พร้อมก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558
พล.ร.อ.สุรศักดิ์ กล่าวถึงการเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพเรือว่า กองทัพเรือได้จัดหาเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่จากสาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อว่า "เรือหลวงอ่างทอง" โดยมีภารกิจหลักในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล ซึ่งสามารถเข้าไปในพื้นที่น้ำตื้นใกล้ชายฝั่งได้ และยังสามารถขนถ่ายประชาชน และเครื่องจักรกลหนักได้ในปริมาณที่มาก
นอกจากนี้ยังได้จัดหาเรือสนับสนุนการปฏิบัติการชายฝั่ง จำนวน 3 ลำ เพื่อใช้ในการตรวจการณ์ ลาดตระเวน ป้องกันการแทรกซึมในทะเล ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย, การจัดหาเรือน้ำมัน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานทางเรือ รวมทั้งการปรับปรุงระบบอาวุธของเรือฟริเกตรุ่นเก่าให้มีความทันสมัย สามารถปฏิบัติภารกิจได้เช่นเดียวกับเรือรบรุ่นใหม่
ขณะที่ภารกิจในด้านการฝึกก็ถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำรงความพร้อมในด้านบุคคล กองทัพเรือได้ดำเนินการฝึกทั้งภายในกองทัพเรือ การฝึกระดับเหล่าทัพ และการฝึกร่วมกับมิตรประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และประเทศในภูมิภาคอาเซียน เพื่อเตรียมความพร้อมเป็นประจำทุกปี
สำหรับงานด้านการช่วยเหลือประชาชน กองทัพเรือได้ส่งกำลังพล และยุทโธปกรณ์ เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบมหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 อย่างเต็มกำลัง และในปี 2555 กองทัพเรือได้เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยด้วยการสร้างเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 100 เครื่อง รวมถึงได้ร่วมกับหน่วยงานรัฐ และภาคเอกชนขุดลอกคูคลองบริเวณโดยรอบโรงพยาบาลศิริราชและพื้นที่ใกล้เคียง
ส่วนการดำเนินการด้านความมั่นคงเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ กองทัพเรือได้จัดโครงการ "รวมใจไทยเป็นหนึ่ง" โดยนำเยาวชนทัศนศึกษาในพื้นที่ กรุงเทพฯ และหน่วยงานของกองทัพเรือในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนมีทัศนคติที่ดีในการร่วมมือกับทางราชการ
นอกจากนี้ ในโอกาสวันกองทัพเรือครบรอบ 106 ปี กองทัพเรือได้ทำการคัดเลือกบุคคลดีเด่นของกองทัพเรือที่มีความประพฤติดีและประกอบคุณงามความดีเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและกองทัพเรือ เพื่อเข้ารับรางวัล "เกียรติยศนาวี" ในงานวันกองทัพเรือ โดยบุคคลดีเด่นจะได้รับเงินรางวัล โล่เชิดชูเกียรติ เข็มเกียรติยศนาวี และใบประกาศเกียรติคุณ
บุคคลดีเด่นกองทัพเรือที่ได้รับการคัดเลือกในปีนี้ มีจำนวน 3 นาย คือ ร.ท.สงกาณ กุดวงค์แก้ว ร.น. และพ.จ.อ.วัฒนา จิรานุกรม สังกัดหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินที่ปฏิบัติในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพ.จ.อ.ชูศักดิ์ ทองสิมา ข้าราชการกองดุริยางค์ทหารเรือ ที่มีผลงานด้านเทคนิคระบบเสียงของวงดุริยางค์ราชนาวี
.......................
(หมายเหตุ :106ปี'กองทัพเรือ'สู่ประชาคมอาเซียน : ตะลุยกองทัพโดยทีมข่าวความมั่นคง)



