
ม็อบเสธ.อ้ายปชช.ได้ประโยชน์อะไร
การชุมนุมของ พล.อ.บุญเลิศ ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และจะให้ประโยชน์อะไรกับประชาชนบ้าง : กระดานความคิด โดยพล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์
ในหลักการเรื่อง “อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน” โดยประชาชนมีฉันทานุมัติ (CONSENT) ยินยอมให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลเข้ามาทำหน้าที่ปกครองเพื่อผลประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคกัน แต่เมื่อไรที่ผู้ปกครองไม่ได้ทำงานให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและมีการปกครองที่เลือกดูแลเฉพาะพวกตนแล้ว ประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะถอนฉันทานุมัติ เปลี่ยนแปลงตัวผู้ปกครองได้ จากหลักการนี้เองที่สหรัฐอเมริกานำมาอ้างประกาศตัวเป็นเอกราช ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจการปกครองของชาวยุโรปอีกต่อไป และก็หลักการฉันทานุมัตินี้อีกเช่นกันที่เป็นจุดกำเนิดทำให้เกิดการจัดชุมนุมของ เสธ.อ้ายขึ้นมา โดยมีคุณสมพจน์ ปิยะอุย เป็นผู้ขับเคลื่อนเพื่อหา “ฉันทานุมัติ” จากประชาชนออกมาว่า “ไม่เอารัฐบาล” ดังนั้น แม้จะมีคำว่า “ล้มรัฐบาล” รวมอยู่ในการประกาศการต่อสู้แต่ก็เป็นการล้มรัฐบาลในกระบวนการสันติวิธี ถูกต้องตามหลักการประชาธิปไตยทุกประการ แม้กระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่มีอะไรที่มีการทำผิดต่อกฎหมายเกิดขึ้น และก็ไม่มีทางที่จะผิดกฎหมายด้วยถ้ารัฐบาลไม่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่ในทางตรงกันข้าม คนของรัฐบาลเองกลับเริ่มกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย ออกมารอนสิทธิการเคลื่อนไหวในการชุมนุมอย่างสงบของฝ่ายประชาชน เช่น การข่มขู่แกนนำ, การระบุว่ามีเงินสนับสนุนการชุมนุมสูงถึง 6,000 ล้าน บางคนบอกว่ามีการว่าจ้างประชาชนมาชุมนุมถึง 70% ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ยกเมฆขึ้นมาโดยสิ้นเชิง และยังเป็นเรื่องที่รัฐบาลเองก็รู้ดีว่าเรื่องที่พรรคพวกของตนกล่าวหา เสธ.อ้ายนั้น “ไม่เป็นความจริง” เป็นการหมิ่นประมาทโดยตรง เพราะบุคคลในรัฐบาลเกือบทั้งหมดรู้ว่า “ประชาชนเหล่านี้มากันเองอย่างบริสุทธิ์” ดังนั้นคนในรัฐบาลจึงกลัวตัวสั่นหาทางทุกวิธีที่จะสกัดกั้นและให้ร้ายต่อแกนนำกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามเป็นระยะๆ
การชุมนุมครั้งนี้ทางกลุ่มเสธ.อ้ายประเมินว่าจะมีคนมาเกินแสนคนแน่ๆ จึงมีการจัดระบบดูแลอย่างเข้มงวด มีการ์ดอาสามาจากทุกภาคมากกว่าพันคนเพื่อป้องกันมือที่สาม และการก่อกวนจากมวลชนของรัฐบาล ซึ่งมีอยู่หลายกลุ่มที่ได้ออกมาข่มขู่ไว้ล่วงหน้า นอกจากนั้นยังมีกลุ่มสหภาพแรงงานทั้งที่เปิดเผยตัวเองและไม่เปิดเผย เพราะถูกข่มขู่จากรัฐบาลจะเข้ามาทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ นับพันคนอีกเช่นกัน อาหารการกินมีผู้บริจาคล้นเหลือ แถมยังมีสันติอโศกยกพลมาช่วย 100% อีกด้วย เฉพาะตรงส่วนสนับสนุนการชุมนุมก็มีคนอยู่เกือบครึ่งหมื่นแล้วครับ ผู้ชุมนุมอยู่ตรงไหนก็จะสามารถรับรู้และเห็นเหตุการณ์บนเวทีได้ตลอดเวลา และสามารถเลือกเวลาเข้าร่วมชุมนุมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ใครอยู่ต่างจังหวัดก็สามารถเดินทางมาล่วงหน้า โดยค้างคืนตามบ้านญาติหรือนอนตากลมเล่นที่สนามม้าได้
เมื่อมีคนนับแสนแล้วจะมีประโยชน์อะไรกับประเทศชาติบ้าง ผมขอสรุปประโยชน์ที่จะได้ให้คิดกันดูสั้นๆ รวม 8 ประการ คือ ประการแรก รัฐบาลจะได้รู้ว่าประชาชนไม่พอใจผลงานของรัฐบาลในหลายๆ เรื่องและไม่พอใจมากด้วย ประการที่ 2 การชุมนุมครั้งนี้ได้กดดันให้รัฐบาลหันมาสนใจปัญหาสถาบันเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันจะเห็นได้ว่ารัฐบาลเริ่มทำแล้ว โดยพยายามจะลดกระแสเรื่องไม่ดูแลสถาบัน ให้ปรากฏขึ้นในสายตาของประชาชนมากขึ้นตามลำดับ เช่น การไม่ยอมรับพิจารณาการเปลี่ยนแปลง มาตรา 112 ของกลุ่ม ครก.112 และการฝืนใจเอาผิดนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ประการที่ 3 รัฐบาลจะยอมเปิดเผยรายละเอียดเรื่องข้าวและเงินน้ำท่วมออกมาแน่นอน ถ้าคนเกินแสนคนขึ้นไป ประการที่ 4 สามารถทำให้นายกฯ กลับเข้าสภาไปตอบคำถามการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังจากที่หนีงานไปเป็นปีแล้ว เพราะนายกฯ เรียกร้องให้ประชาชนหันมาใช้สภาแก้ไขปัญหา ถ้าไม่มาก็เดือดร้อนแน่ๆ
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลจะต้องอ้างสาเหตุของการชุมนุม เลื่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจออกไปอีก ประการที่ 5 การชุมนุมครั้งนี้จะส่งผลทำให้รัฐบาลไม่กล้านำ พ.ร.บ.ปรองดองกลับเข้าสู่สภาอย่างแน่นอน ประการที่ 6 การชุมนุมครั้งนี้ได้ทำให้กลุ่มคนรักชาติ รักประชาธิปไตยตื่นตัวอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะกลุ่ม “คนเล่นเฟซบุ๊ค” ได้กลายสภาพจากการเป็นเสือกระดาษออกมาเป็นพยัคฆ์ร้ายปกป้องชาติมากขึ้นตามลำดับ ประการที่ 7 ฝ่ายมวลชนผู้รักประชาธิปไตยซึ่งตามปกติ “แตกแยกกันยับเยิน” นั้นได้หันหน้าเข้าหากัน ละทิ้งความขัดแย้งลงชั่วคราว จับมือกันเดินไปข้างหน้าเพื่อชาติ เรื่องนี้ต้องขอบคุณบุคคล 3 คนครับ เสธ.อ้าย, พี่จำลอง ศรีเมือง และคุณสนธิ ลิ้มทองกุล และประการที่ 8 รัฐบาลจะต้องทบทวนการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงเสียใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินช่วยเหลือพิเศษ, การจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง, กองทุนสตรี ฯลฯ เพราะการเคลื่อนไหวเหล่านี้จะเป็นตัวจุดชนวนความไม่พอใจต่อรัฐบาลเพิ่มขึ้นมาอีก ที่ “รัฐบาลปกครองประชาชนด้วยการเลือกสีแดง” ก่อน
ส่วนผลการเคลื่อนไหวจะจบลงอย่างไรนั้น ไม่มีใครรู้ครับ นอกจาก เสธ.อ้ายคนเดียว แต่ถ้าผู้คนล้นหลามจากลานพระรูปมาถึงราชเทวีเมื่อไร ก็ปิดเกมแน่นอน อย่างไรก็ตามแค่ผลประโยชน์อย่างมหาศาลรวม 8 ข้อที่จะได้รับจากการชุมนุมนั้นก็มีคุณูปการแก่ชาติไทยเราอย่างมหาศาลอยู่ในระดับการออกมาเพื่อกู้ชาติทีเดียว มันจะเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งที่ 2 ของ “คนดี คนรักชาติ รักสถาบัน” ที่ออกมากู้ชาติเช่นเดียวกับการเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 ถึงขนาดนี้แล้วเราจะยอมไม่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่หรืออย่างไร ไม่ได้ออกมาเพื่อล้มรัฐบาล แต่ออกมาเพื่อเตือนสติรัฐบาลว่า “เมื่อประชาชนมอบอำนาจให้ได้ ถ้าทำไม่ดี ประชาชนก็พร้อมที่จะทวงอำนาจนั้นคืน”
อย่าลืมครับ ลุงของสไปเดอร์แมนที่ประธานาธิบดีโอบามาชื่นชอบนั้น เคยพูดไว้ว่า “อำนาจย่อมมาพร้อมกับความรับผิดชอบ” ครับ



