
การแช่แข็งโดยรัฐ
การแช่แข็งโดยรัฐ : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2555
คนไทยได้รับรู้ศัพท์แสงทางการเมืองแปลกใหม่อยู่เรื่อยๆ นับตั้งแต่คณะราษฎรยึดอำนาจการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์จากพระมหากษัตริย์ แล้วสถาปนาการปกครองประชาธิปไตยระบอบรัฐสภาขึ้นมาใหม่ คำว่ารัฐธรรมนูญ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง การปฏิวัติ กบฏ ล้วนแต่เป็นชุดคำใหม่หลังปฏิบัติการพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน และนับสืบเนื่องต่อจากนั้นมาอีก 80 ปี คำว่าปฏิวัติ รัฐประหาร ก็ยังเป็นคำคุ้นหูของคนไทยตลอดมา เพียงแต่ว่ามีคำอื่นๆ เข้าแต่งแต้มเป็นบางขณะ อย่างเช่น ประชาธิปไตยครึ่งใบ และล่าสุด เมื่อเร็วๆ นี้ คนไทยก็ได้ยินคำว่า อำมาตยาธิปไตยจนเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกันไปแล้ว ล่าสุด ยังมีคำว่า "แช่แข็งประเทศไทย" เกิดขึ้นอีก ซึ่งจะว่าไปก็อาจเป็นเพราะสภาพการเมืองของเราที่ยังไม่มีความ "เสถียร" เสียทีนั่นเอง
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มคนเสื้อแดงในหลายพื้นที่โดยเฉพาะในย่านปริมณฑล ได้นัดรวมตัวกันขึ้นเป็นกลุ่มเล็กๆ ตามจุดต่างๆ เพื่อแสดงพลังโดยสงบ ทั้งเพื่อปกป้องรัฐบาลภายใต้การนำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมกับต่อต้านการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามที่นำโดย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ "เสธ.อ้าย" บนสะพานลอย ข้างถนน มีป้ายแสดงปฏิกิริยาของคนเสื้อแดงติดอยู่ทั่วไปอย่างเช่น คัดค้านการแช่แข็งประเทศไทย สนับสนุนการยึดอำนาจถือเป็นการบ่อนทำลายชาติ ฯลฯ ซึ่งโดยสรุปแล้ว วาทกรรมที่ว่าแช่แข็งประเทศไทย กำลังถูกนำกลับมาทิ่มแทงพล.อ.บุญเลิศ ซึ่งมีนัดนำการชุมนุมครั้งใหญ่เพื่อขับไล่รัฐบาลในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้เสียเอง และในที่สุดก็จะถูกกระชากลากถูไปตอกย้ำชุดความเชื่อว่าด้วยการต่อสู้ทางชนชั้น ตอกย้ำความขัดแย้งให้เลวร้ายลึกล้ำลงไปอีก
ที่ผ่านมานั้น ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองไหนก็ตาม จะมีชุดความเชื่อหนึ่งถูกปลุกขึ้นมา เพื่อเร้าความรู้สึกนึกคิด หรือแม้แต่จิตวิญญาณลึกๆ ให้คิดคล้อย และพร้อมก้าวเดินออกมาหลอมรวมกันเป็นพลังมวลชนที่พร้อมจะกดดันหรือในทางกลับกัน ถ้าเป้าประสงค์ที่ส่งผ่านชุดความเชื่อนั้นไม่ได้รับการตอบรับจากมวลชน ผู้เคลื่อนไหวเหล่านั้นก็จะ "ฝ่อ" ไปเองในที่สุด กล่าวสำหรับการนัดชุมนุมในวันที่ 24 พฤศจิกายนเพื่อขับไล่รัฐบาลซึ่งคาดหมายกันว่าจะมีผู้เข้าร่วมจำนวนเรือนแสน สร้างความหวั่นวิตกให้แก่ฝ่ายความมั่นคงโดยเฉพาะพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เตรียมจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงแห่งชาติเข้ามาเป็นเครื่องมือในการดูแลความสงบเรียบร้อยนั้น ก็น่าจะเป็นบทพิสูจน์หนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ตามคำยืนยันของ เสธ.อ้ายที่บอกว่าจะไม่มีความรุนแรงหรือปิดล้อมสถานที่สำคัญ ประกอบกับการข่าวด้านความมั่นคงก็ประเมินไปในลักษณะเช่นนั้น จึงพอที่จะเชื่อได้ว่า กิจกรรมทางการเมืองที่เป็นหนึ่งในกลเกมของการช่วงชิงอำนาจจะไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามศัพท์แสงต่างๆ ที่คนไทยได้ยินมาแล้ว 80 ปี แต่ถึงกระนั้น รัฐบาลเองซึ่งถืออำนาจรัฐอยู่ในมือ มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ก็จะต้องไม่พลอยเห็นตามเสียงปลุกเร้าที่ตัวเองคุ้นเคยจนหลงไปว่า ตัวเองเป็นพวกเสื้อแดง กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นฝ่ายตรงข้าม เพราะความแตกแยกและความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นครั้งใหม่นี้ต่างหาก ที่จะเป็นการแช่แข็งประเทศไทยอย่างแท้จริง ด้วยฝีมือของรัฐบาลเอง



