
คอร์รัปชั่นทำชาติล่ม
คอร์รัปชั่นทำชาติล่ม : บทบรรณาธิการประจำวันที่18 พ.ย.2555
หากจะว่าไปแล้ว การทุจริตคอร์รัปชั่นยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ที่นับวันจะกลายพันธุ์เพาะบมเข้าสู่รากเหง้าในสังคมไทย ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยตกลงไปเรื่อยๆ ซึ่งจากผลสำรวจองค์กรความโปร่งใสนานาชาติเกี่ยวกับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่น (ซีพีไอ) พบว่า ในปี 2554 ประเทศไทยได้คะแนนความโปร่งใส 3.4 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ซึ่งจัดอยู่ในลำดับที่ 80 จากการจัดอันดับทั้งหมด 183 ประเทศทั่วโลก และอยู่ในอันดับ 10 จาก 26 ประเทศในภูมิภาค จึงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งสร้างจิตสำนึกร่วมของคนไทย ให้รังเกียจการทุจริตและการเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ เพื่อให้สถานการณ์ด้านการคอร์รัปชั่นของไทยน้อยลง
ในงานก้าวย่างสู่ปีที่ 14 ของสำนักงานคณะกรรมการป้องและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้เข้าร่วมสัมมนาหลายคนได้แสดงความเป็นห่วงถึงการทุจริตในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงและมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะหัวข้อที่น่าเป็นห่วงและดูจะซึมซับลงไปสู่คนวัยทำงานและเยาวชนอย่างรวดเร็ว "โกงไม่เป็นไร ขอให้ฉันได้ประโยชน์ สังคมไทยรับได้หรือ" โดยมีการพูดถึงวิถีของนักเลือกตั้งในการเข้าสู่สภาหินอ่อน จนถึงการเข้ามาบริหารประเทศที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อนมากมาย อาทิ โครงการประชานิยม การต่อสู้กับความยากจน การประกาศต่อสู้กับขบวนการยาเสพติด ประชาชนมองข้ามข้อสงสัยเรื่องความทุจริตไป กลายเป็นความรู้สึกรับได้โดยปริยาย
ขณะเดียวกันความโดดเด่นของผู้นำบางคนชนิดใจถึงพึ่งได้ ทำให้ประชาชนรู้สึกชื่นชอบ เนื่องจากแตกต่างจากผู้นำในอดีตที่มีภาพลักษณ์ของคนดี มีคุณธรรม แต่เพราะเหตุบ้านเมืองทุกวันนี้มีความสลับซับซ้อนขึ้นทุกวัน การบริหารบ้านเมืองจึงเป็นของคนดีและซื่อสัตย์เพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ จึงมีความรู้สึกว่าอยากได้คนที่ทำแล้วเกิดผลมากกว่า นำไปสู่ค่าที่นิยมอย่างที่เป็นอยู่ทุกวัน แม้กระทั่งผลสำรวจประชาชนยังรู้สึกว่ารับได้หากจะมีโกงบ้างถ้าเราได้ประโยชน์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะความอ่อนแอทางจริยธรรม ไม่รู้จักหน้าที่ของตนเองว่าควรทำตัวอย่างไรให้เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ โดยเฉพาะการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนรวมและผลประโยชน์ส่วนตัว
ถือเป็นเรื่องที่ดีทั้งภาครัฐและเอกชนผนึกกำลังรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้แก่คนในสังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้เติบโตขึ้นมา ด้วยการมีทัศนคติที่ถูกต้องในการประกอบสัมมาชีพและดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมอย่างสง่างามและมีเกียรติ การกำหนดมาตรฐานจริยธรรมจะไม่มีประโยชน์หากปราศจากการปลูกฝังจิตสำนึกเพื่อร่วมกันสร้างองค์ความรู้ให้แก่ประชาชน เมื่อคนในสังคมมีทัศนคติต่อต้านการคอร์รัปชั่นหรือการทำผิดกฎหมาย ก็จะเป็นการจุดประกายให้สังคมมีความหวังขึ้นมาก่อนที่คอร์รัปชั่นจะกัดกินความน่าเชื่อถือของประเทศจนล่มสลาย



