
ผลประโยชน์ของผู้กำกับสถานีตำรวจ?
ผลประโยชน์ของผู้กำกับสถานีตำรวจ? : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
ความตื่นเต้นดีใจที่เกิดขึ้นจากการจับผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้เกิดขึ้นทั้งฝ่ายตำรวจ สื่อมวลชน และประชาชนผู้รับชมผลงานการจับกุมผ่านทีวีจอแก้ว
เรื่องราวของการกระทำผิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีสะเทือนขวัญที่ทำให้สังคมพากันจับตามองว่าตำรวจจะมีน้ำยาไปจับโจรมาได้หรือไม่นั้น ทำให้ปรากฏพฤติกรรมแห่งการกระทำการปราบปรามแบบซ้ำซากและกลายเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญของผู้ทำหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ไทย นั่นคือ “การไล่จับโจร” ให้ได้โดยเร็วที่สุด
คดีที่ถูกนิยามความหมายว่า “สำคัญ” จะถูกกำกับติดตามตรวจสอบและจับจ้องจากนายระดับสูงจนถึงระดับรองๆ ลงมา จนทำให้คนทำงานจริงๆ “หัวปั่น”เพื่อเอาตัวคนร้ายมาให้ได้โดยเร็ว และบางครั้งหรือบ่อยครั้งนำมาซึ่ง แพะตัวเบ้อเร่อ
คดีสำคัญจะต้องมีภาพนายตำรวจใหญ่เริ่มจากระดับหัวหน้าสถานีตำรวจอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ทำท่าทางเสมือนหนึ่งว่ายืนบัญชาการเพื่อให้องคาพยพของตำรวจผู้ปฏิบัติกลุ่มต่างๆ ทำงานให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว
ข้อมูลเกี่ยวกับคดีเบื้องต้นจะต้องรายงานให้แก่ "นาย” เพื่อแถลงแก่สื่อมวลชน ถึงแม้ว่านายจะไม่รู้รายละเอียดของเหตุการณ์ก็ตาม นายตำรวจเล่าว่า
“นายบางคนยังดีพอเหตุเกิดเขาจะลงมาคลุกคลีเลย ซักถามเกาะติด ให้คำแนะนำว่าจะต้องเก็บพยานหลักฐานอย่างไร ต้องสังเกตอะไรไว้บ้าง พยานหลักฐานไหนควรนำไปขยายผลต่อ เขาจะให้คำปรึกษาเรา เราก็เดินต่อได้ แล้วเขาก็จะอยู่ต่อ ตามต่อกับเราด้วย” นั่นหมายถึง นายที่มี
ประสบการณ์มีฝีมือในการทำงานหรือเติบโตมาจากการทำงานในพื้นที่จนสามารถอ่านได้อย่างทะลุปรุโปร่งถึงพฤติกรรมการก่ออาชญากรรมของคนร้าย
“แต่สำหรับนายบางคน(ส่วนใหญ่)" นั้นเพียงแค่ให้ได้มีหน้าตนเองปรากฏอยู่ในที่เกิดเหตุก็เพียงพอแล้วหลังจากให้สัมภาษณ์ตามข้อมูลหยาบๆ ที่ลูกน้องชงให้ผ่านสื่อมวลชนเพื่อให้นายเหนือขึ้นไปรับรู้ว่าไม่ได้ละเลยนะ ไม่ได้ไม่สนใจนะ ก็เพียงพอแล้ว ไม่สามารถแสดงความรู้ความสามารถหรือเป็นที่พึ่งพาให้แก่ลูกน้องในการทำงานต่อให้ประสบความสำเร็จได้ รวมถึงไม่สนใจไยดีที่จะติดตามความก้าวหน้าของคดีอีกด้วย
นายประเภทนี้เมื่อพิจารณาที่มาที่ไปก็จะเห็นได้ว่า มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างรวดเร็วแต่ไม่ปรากฏผลงานที่เด่นชัดในด้านการป้องกันปราบปราม สืบสวนสอบสวน หากแต่มีความสามารถในการประสานสิบทิศกับผู้มีอำนาจกลุ่มต่างๆ มีความสามารถในการประสานประโยชน์ระหว่างกลุ่มต่างๆ ได้อย่างลงตัวโดยไม่มีข้อขัดแย้ง รวมถึงมีลักษณะที่ให้ความสนใจหรือให้ความสำคัญเฉพาะกลุ่มนายหรือผู้ที่มีอำนาจและบารมีในการให้คุณให้โทษแก่ตนเองได้เท่านั้น สำหรับลูกน้องหรือผู้ปฏิบัติงานในระดับต่ำกว่าจะถูกจัดพื้นที่ให้อยู่ในระดับ “นอกสายตา”
“ไม่ต้องไปไกลถึงลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชา กลุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกันหรือรุ่นพี่ที่ไม่มีผลประโยชน์อะไรให้ก็อยู่นอกสายตาเหมือนกัน” นายตำรวจเล่าถึงนายที่เหล่าบรรดาตำรวจที่ปฏิบัติงานด้วยต่างรู้สึกดีใจอย่างออกนอกหน้าเมื่อมีข่าวว่าจะย้ายไปที่อื่น จบท้ายด้วยคำพูดที่ทุกคนพอใจว่า “ถ้าจุดประทัดไล่ได้ทำไปแล้ว”
ผู้นำหน่วยที่มีฝีมือควรตระหนักและนำมาปฏิบัติอย่างจริงจังว่า ในความเป็นจริงแล้วนั้น การทำหน้าที่ของตำรวจแต่ละส่วนไม่ว่าจะเป็นตำรวจสายธุรการหรืออำนวยการ สายป้องกันปราบปราบ สายสืบสวน หรือสายสอบสวน จำเป็นต้องเป็นไปในลักษณะที่ถูกขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กันทั้งองคาพยพ โดยทุกส่วนมีความสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยจะต้องมีหัวหน้าสถานีกำกับและร่วมคิดร่วมทำอยู่เคียงข้าง
ยกตัวอย่างเช่น การมุ่งหวังให้พนักงานสอบสวนซึ่งประชาชนพบปะใกล้ชิดยามได้รับความเดือดร้อนทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นด่านสำคัญที่ทำให้การปราบปรามอาชญากรรมประสบความสำเร็จนั้นมิใช่เพียง "การไล่บี้ให้พนักงานสอบสวนรับคดีและทำสำนวนคดีให้เรียบร้อย?” แต่เพียงเท่านั้น
หากแต่เราต้องยอมรับความจริงที่ว่า “พนักงานสอบสวนไม่สามารถรับปริมาณคดีที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันได้อย่างแน่นอน การสืบสวนก่อนเกิดเหตุ การป้องกันปราบปรามออกตรวจท้องที่จึงสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้อาชญากรรมลดลงได้ ถ้าช่วยกันตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุจะดีมาก อย่าเห็นแก่ผลประโยชน์มากนัก...รัฐไม่ควรแก้ปัญหาเหมือนทุกวันนี้ที่บังคับให้ชี้วัดด้วยตัวเลขคดีที่ล้วนแล้วแต่ไม่ตรงกับความจริง หมกตัวเลขที่แท้จริงเอาไว้”นายตำรวจแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการทำงานที่ควรจะเป็น พร้อมปิดท้ายว่า "หวังว่าในช่วงชีวิตรับราชการคงได้เห็นเป็นรูปธรรม”



