คอลัมนิสต์

ทางสายเปลี่ยว พรรคพธม.

ทางสายเปลี่ยว พรรคพธม.

27 พ.ค. 2552

มติของสภาพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นพรรคหนึ่ง แยกส่วนจากความเคลื่อนไหวทางการเมืองภาคประชาชนเมื่อวันจันทร์ (25) นั้น อาจเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการพัฒนาพรรคการเมืองปกติธรรมดาพรรคหนึ่ง ซึ่งมีจุดเริ่มมาจากการรวบรวม

 มีทัศนคติในเรื่องโลกและชีวิตใกล้เคียงกัน หากแต่ประเด็นการจัดตั้งพรรคพันธมิตร ที่มีความแตกต่างจากการก่อเกิดของพรรคการเมืองอื่น อย่างมีนัยสำคัญ ก็คือ กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อันเป็นรากแก้วของพรรคการเมืองใหม่พรรคนี้ ได้เคยเป็นพลังขับเคลื่อนอย่างสำคัญ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมาแล้ว

 จึงกล่าวได้ว่า ต้นทุนทางการเมืองของพรรคพันธมิตร มีสูงกว่าพรรคการเมืองเกิดใหม่ทุกพรรคในอดีต และมีบุคลากรเป็นที่รู้จัก และยอมรับกันอย่างกว้างขวาง มีผลงานการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะในห้วงระยะเวลา 193 วัน ที่กลุ่มพันธมิตร บุกยึดทำเนียบรัฐบาล จนกระทั่งปิดฉากที่สนามบินสุวรรณภูมิ กลุ่มพันธมิตรสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายประการ ถึงแม้จะไม่ใช่ผลโดยตรงจากบทบาทของพันธมิตร จนสุดท้าย การเมืองก็เปลี่ยนขั้ว จากพรรคพลังประชาชน พรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในสภา มาเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะต้องกล่าวว่า เป็นคุณูปการของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

 อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของพรรคพันธมิตร ที่อาจจะถูกโจมตีได้ ก็คือ การที่บรรดาแกนนำพันธมิตรทั้งหลาย ได้ประกาศชัดเจนบนเวทีครั้งแล้ว ครั้งเล่าว่า จะไม่ตั้งพรรคการเมือง และจะไม่เคลื่อนไหวเพื่อตำแหน่งทางการเมือง นั่นคือเหตุผลที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีภาพของพลังบริสุทธิ์ในการต่อสู้กับรัฐบาลอธรรมที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าถ้อยคำของนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ประธานสภาพันธมิตรที่ขอมติตั้งพรรคการเมือง จะได้รับการสนับสนุนด้วยการไชโยโห่ร้องอย่างกึกก้อง นั่นก็เป็นเพียงจิตวิทยาฝูงชน ที่ทำให้คนจำนวนมากในบรรยากาศที่มีการปูพื้นฐานมาก่อนหน้านี้แล้ว คล้อยตามกันไป โดยหาได้มีความปรารถนาอย่างแท้จริงไม่

 แน่นอนว่า เป็นเรื่องน่ายินดี ที่จะมีพรรคการเมืองเกิดใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น ในอดีตที่ผ่านมานั้น มีพรรคการเมืองหลายพรรค พยายามฉีกกฎเกณฑ์การเมืองเก่า การเมืองที่มีภาพของความแก่งแย่งชิงดี การเมืองที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม ในระยะใกล้ที่สุด ก็คือ พรรคพลังธรรม แต่พรรคการเมืองเหล่านั้น ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ พันธกิจของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ว่าที่หัวหน้าพรรคพันธมิตร และบรรดาแกนนำพันธมิตรรุ่น 1 ทั้งหลาย ที่จะแปรบทบาทตนเองเป็นนักการเมืองความคิดใหม่ภายใต้โครงสร้างการเมืองเก่า จึงหนักหนาสาหัสนัก แต่ย่อมไม่มีสิ่งใดมาลดทอนความมุ่งมั่นของพวกเขา ที่อย่างน้อยก็มีบทพิสูจน์ที่ชัดเจนมาแล้ว