
มองอำนาจต่อสู้กับอำนาจ
รองสารวัตร สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ลูกน้องในทีมบอกว่าเขาเป็นนายตำรวจหนุ่มไฟแรง ฝีมือการทำงานฉายแววอนาคตนักสืบมือปราบ แต่ครั้งนี้เขาพลาด เขาถูกร้องเรียนจากกลุ่มคนที่เขาและทีมบุกเข้าทำการจับกุมปราบปราม
เวลานานนับเดือนที่พวกเขาต้องอดทน ทนทานต่อการถูกพิสูจน์ตรวจสอบ ทำงานไปด้วยถูกตั้งกรรมการสอบสวนไปด้วย
วันนี้เขาหลุดพ้นข้อกล่าวหา และเดินเข้ามาทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพร้อมก้มกราบลงบนตักของผู้บังคับบัญชานายตำรวจมือปราบ ผู้เป็นทั้งรุ่นพี่และนายสบตาลูกน้องอย่างคนเข้าใจกัน มือของนายตบบ่าพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเนิบช้าทว่าชัดถ้อยชัดคำว่า “จำไว้เป็นบทเรียน”
นายตำรวจมือปราบคนเดียวกันสอนดิฉันว่า “เธอต้องทำตัวเป็นนักเรียนลองมองดูอำนาจต่อสู้กับอำนาจ”
เหตุการณ์ในวันนั้นคือที่มาที่ทำให้ดิฉันเริ่มมองเรื่องราวของความสัมพันธ์เชิงอำนาจประกอบการศึกษาวิจัยเรื่อง ปัญหาและอุปสรรคในการปราบปรามการกระทำผิด
การทำร้ายกันในชุมชนแห่งนี้ บ่อยครั้งที่ไม่มีการแจ้งความ และบ่อยครั้งที่ผู้เสียหายไม่ไปให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งผลให้คดีไม่สามารถปิดได้ สาเหตุหนึ่งมาจากผู้เกี่ยวข้องใช้วิธีการเคลียร์ผ่านคนกลางที่มีอำนาจอย่างไม่เป็นทางการ หรือใช้วิธีการล้างแค้นตอบแทน นั่นหมายถึงผู้เสียหายเคยเป็นผู้กระทำรุนแรงต่อคู่กรณีมาก่อน
การใช้ความรุนแรงของเด็กวัยรุ่นต่างซุ้ม กลายเป็นวัฒนธรรมกลุ่มย่อยที่สืบทอดต่อเนื่องกันและเป็นบริบทเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้สมาชิกในซุ้มต้องมีผู้อุปถัมภ์ที่มีอำนาจ มีอิทธิพล และมีทรัพยากรในการสนับสนุนพวกตน
การให้ความเคารพต่อคนโตหรือผู้อุปถัมภ์จึงกลายเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งด้วย “เวลามีปัญหาใครๆ เขาก็จะไปหาบังสมศักดิ์ เขาเป็นคนดูแลชุมชนนี้ เขาจะตัดสินว่าใครถูกใครผิด เขาเคลียร์แล้วบอกว่าจบก็ต้องจบ ทุกคนต้องเชื่อเขาต้องฟัง ตำรวจยังทำอะไรเขาไม่ได้เลย” ผู้เล่าไม่ใช่เด็กวัยรุ่น หากแต่เป็นชายวัยกลางคน คนเก่าคนแก่ของชุมชน
เด็กรุ่นโตหรือหัวหน้าซุ้มนั้นมิได้มีอำนาจและบารมีเหนือสมาชิกในซุ้มเท่านั้น หากแต่ยังแผ่ขยายถึงเด็กวัยรุ่นในซุ้มอื่นๆ ด้วย ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาระหว่างซุ้มแล้วในที่สุดก็จะสามารถหาคนที่มีบารมีที่เด็กวัยรุ่นทุกซุ้มให้ความเคารพเคลียร์ปัญหาได้ในที่สุด
การล้างแค้นตอบโต้กันระหว่างกลุ่มเกิดขึ้นจากการที่พวกเขารู้ว่า คนโตที่มีอำนาจจะช่วยคุ้มครองพวกเขาให้รอดพ้นจากการถูกบังคับใช้กฎหมาย เมื่อพวกเขากระทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย
“คอยดูนะพอเรื่องเงียบ ไอ้ปื๊ดมันจะดัง ทีนี้มันจะโตเลยเพราะมันผ่านการยิงคนตายแล้วไม่ติดคุกมาแล้ว”
ดูเหมือนว่า การยิงคนตายหรือการผ่านคุกมาแล้วนั้น จะเปรียบเสมือนพิธีกรรมที่ทำให้เกิดความชอบธรรมในการอ้างว่าตนเอง “โต” ซึ่งนั่นหมายถึงอำนาจและบารมีก็จะเกิดขึ้นกับคนคนนั้นด้วย
เมื่อทราบแน่ชัดว่า ฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิตกระบวนการเคลียร์ก็เกิดขึ้นผ่านการให้ความช่วยเหลือของ “คนโต” การวิ่งเต้นระหว่างผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมือง ทั้งผู้ใกล้ชิดสายราชการและผู้ใกล้ชิดสายโจร ต่างทำหน้าที่ประสานงานติดต่อขอเคลียร์กับญาติผู้ตาย โดยการยินยอมชดใช้เงินและปิดคดีจนไม่สามารถเอาผิดกับผู้กระทำผิดได้
เงินคือสิ่งแลกเปลี่ยน? เงินคือสื่อกลางของอำนาจ?
ในที่สุดทุกอย่างก็จบลงด้วยความเรียบร้อย ถึงแม้ว่าในช่วงท้ายๆ จะมีอุปสรรคด้านเวลาที่จะต้องเร่งทำเรื่องให้เสร็จ เนื่องจากใกล้กับช่วงแต่งตั้งโยกย้ายก็ตาม
ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
[email protected]



