คอลัมนิสต์

เอเชียชื่นมื่นโอบามาชนะเลือกตั้ง

เอเชียชื่นมื่นโอบามาชนะเลือกตั้ง

09 พ.ย. 2555

เอเชียชื่นมื่นโอบามาชนะเลือกตั้ง : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 9 พ.ย.2555

              "ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ชาวอเมริกันได้ย้ำเตือนเราว่า ขณะที่หนทางของเรายากลำบาก การเดินทางยังยาวไกล แต่เราก็รวบรวมกำลังใจเพื่อต่อสู้...เราอาจขับเคี่ยวกันอย่างหนัก แต่ก็ด้วยเหตุผลที่ว่าเรารักประเทศนี้มากและเราใส่ใจอนาคตของประเทศมาก ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ผมจะนั่งลงคุยกับผู้ว่าการรอมนีย์ว่า เราจะร่วมมือกันเพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างไร...สิ่งที่ทำให้อเมริกาพิเศษกว่าที่อื่นคือ เวลาที่เราร่วมมือกัน จะมีสิทธิเสรีภาพได้จะต้องมีความรับผิดชอบ และนี่จะทำให้อเมริกาเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่"
 
              น่าสังเกตว่า ในคำประกาศชัยชนะที่นครชิคาโกของประธานาธิบดีบารัก โอบามา หลังทราบผลการเลือกตั้งว่าได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีต่อเป็นสมัยที่ 2 หลายช่วงหลายตอนยอมรับว่าสหรัฐมีความขัดแย้ง มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แต่นายโอบามาในฐานะประมุขฝ่ายบริหารพร้อมจะทำงานร่วมกับพรรครีพับลิกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและเพื่อความยิ่งใหญ่ของประเทศชาติ ถ้อยแถลงนี้สะท้อนถึงจิตวิญญาณทั้งหมดของชาวอเมริกันว่า เคารพในกติกาเลือกตั้งและเคารพในเสียงของประชาชนมากเพียงใด ซึ่งเป็นเรื่องที่คนไทยควรจะนำมาเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะในสิ่งที่นายโอบามาได้ย้ำเตือนว่า สิทธิเสรีภาพจะต้องควบคู่กับความรับผิดชอบ และทำให้อเมริกาเป็นประเทศขึ้นมาได้ยิ่งใหญ่
 
              แต่สิ่งที่ทำให้ประเทศไทย รวมทั้งหลายประเทศในเอเชียและทั่วทุกมุมโลกรู้สึกโล่งอกและยินดีในชัยชนะของนายโอบามาอย่างแท้จริงก็คือ การตระหนักว่านโยบายด้านการต่างประเทศ ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจของนายโอบามาจะดำเนินต่อไปโดยไม่สะดุดลง นโยบายที่มุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศมากกว่าที่จะยั่วยุให้มีการเผชิญหน้า หรือใช้นโยบายการทูตแบบแข็งกร้าว หรือพร้อมตัดสินด้วยกำลังทหารมากกว่าการเจรจาเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาดังที่นายมิตต์ รอมนีย์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน ยืนยันมาตลอดช่วงการหาเสียง
 
              โดยเฉพาะนโยบายกับมหาอำนาจตะวันออกอย่างจีน ซึ่งนายรอมนีย์ประกาศว่า พร้อมเผชิญหน้าโดยตรง เพื่อตอบโต้ที่ดำเนินนโยบายบิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ทำให้จีนสามารถส่งออกสินค้าไปตีตลาดสหรัฐและตลาดโลกได้ผิดกับนายโอบามาที่ใช้วิธีส่งเรื่องไปให้องค์การการค้าโลกให้ช่วยตรวจสอบแทน
 
              เช่นเดียวกับปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงในทวีปเอเชียอันสืบเนื่องจากกรณีพิพาทแย่งชิงหมู่เกาะบริเวณทะเลจีนใต้ นายโอบามายังคงให้ความสำคัญกับการกระชับความร่วมมือในระดับพหุภาคีทั้งกับกลุ่มอาเซียนและประเทศอื่นๆ ในทวีปนี้ แม้จะหนุนหลังประเทศภาคีอาเซียนบางประเทศอย่างฟิลิปปินส์ให้มีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ก้าวไกลไปถึงการปะทะกันโดยตรง ในเมื่อนโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคงมีเสถียรภาพมากขึ้น ย่อมง่ายต่อการที่นายโอบามาจะเร่งเครื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะค่อยๆ ฟื้นตัว ซึ่งย่อมส่งผลดีต่อไทยด้วย ในฐานะที่สหรัฐเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญหนึ่งของไทย