
รับรองอำนาจศาลอาญาโลก'ได้ไม่คุ้มเสีย'
รับรองอำนาจศาลอาญาโลก'ได้ไม่คุ้มเสีย' : ขยายปมร้อน โดย... นันทิดา พวงทอง
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรกำลังเตรียมผลักดันให้ประเทศไทยประกาศยอมรับขอบเขตอำนาจ "ศาลอาญาระหว่างประเทศ" หรือ"ไอซีซี" ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่แฝงไปด้วย"นัยทางการเมือง" ที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ
เพราะหากศึกษาถึงที่มาก็จะพบว่า ประเทศไทยได้ร่วมลงนามเข้าร่วมเป็นภาคีธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ(International Criminal Court : ICC) ตั้งแต่ 2 ตุลาคม 2543 โดยเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้การสนับสนุนการร่วมก่อตั้ง"ศาลอาญาระหว่างประเทศ" ตามธรรมนูญกรุงโรมเป็นสนธิสัญญาที่เกิดขึ้นจากการประชุม ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี เพื่อจัดตั้งศาลที่มีลักษณะถาวรสำหรับพิจารณาความผิดของบุคคลธรรมดาที่ก่ออาชญากรรมร้ายแรงสูงสุด
แต่ประเทศไทยก็เพียงแต่ได้ร่วมลงนามเข้าร่วมเป็นภาคีเท่านั้น ยังไม่ให้ "สัตยาบัน" จึงถือว่ายังไม่ยอมรับอำนาจการพิจารณาคดีของศาลอาญาระหว่างประเทศ
ทั้งนี้"ศาลอาญาระหว่างประเทศ" มีขอบเขตอำนาจพิจารณาคดีบน"ฐานความผิด" ที่ไม่ใช่อาชญากรรมทั่วไป แต่มีเขตอำนาจเหนืออาชญากรรมร้ายแรงที่สุด 4 ประเภท คือ 1.การทำลายล้างเผ่าพันธุ์ 2.อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ 3.อาชญากรรมสงคราม และ 4.อาชญากรรมอันเป็นการรุกราน
สำหรับ "ศาลอาญาระหว่างประเทศ" จะพิจารณาคดีแตกต่างจาก"ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ" หรือศาลโลก(ICJ) ที่จะพิจารณาข้อพิพาทระหว่างรัฐกับรัฐ เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศ
ส่วน"ศาลอาญาระหว่างประเทศ" จะดำเนินคดีมุ่งไปที่ตัวคนและมีลักษณะพิเศษคือเป็นศาลถาวร ไม่พิจารณาเฉพาะเจาะจงกับคดีใดคดีหนึ่ง
ที่สำคัญเป็นศาลเสริมอำนาจศาลภายในประเทศคือ ต้องให้กระบวนการยุติธรรมในประเทศเริ่มก่อนศาลอาญาระหว่างประเทศจึงจะเข้าไปดำเนินการได้หรือเกิดกรณีกระบวนการยุติธรรมภายในประเทศใช้การไม่ได้ เนื่องจากรัฐเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ทางศาลอาญาระหว่างประเทศจึงจะยื่นมือให้ความช่วยเหลือ แต่ต้องได้รับการยอมรับด้วยความสมัครใจจากรัฐนั้นด้วย
สำหรับประเทศไทยก่อนหน้านี้"กษิต ภิรมย์" อดีต รมว.ต่างประเทศ จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นเรื่องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศกรณีฆ่าตัดตอนอันเนื่องมาจากนโยบายการปราบปรามยาเสพติดสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เพื่อร้องเอาผิดกับ "พ.ต.ท.ทักษิณ"
อีกกรณีคือ แกนนำ นปช.ยื่นเอาผิดกับ"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" อดีตนายกรัฐมนตรีและ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" อดีตรองนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม ปี 2553
อย่างไรก็ตามหากประเทศไทยยอมรับขอบเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่ได้หมายว่าศาลอาญาระหว่างประเทศจะรับพิจารณาคดีใดได้ เพราะศาลอาญาระหว่างประเทศต้องดูว่า แต่ละคดีเข้าข่ายขอบเขตอำนาจในความผิด 4 ประเภทข้างต้นหรือไม่
อีกทั้งยังต้องดูว่าการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยในคดีนั้นๆ มีความคืบหน้ามากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะเห็นได้ว่ากระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยทั้งคดีฆ่าตัดตอนและคดีสลายการชุมนุมเมื่อเมษายน-พฤษภาคมปี 2553 มีความคืบหน้าสามารถค้นหาหลักฐานข้อเท็จจริงต่อไปได้ ศาลอาญาระหว่างประเทศจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหยิบยกทั้งสองคดีนี้ขึ้นมาพิจารณา
"วารุณี ปั้นกระจ่าง" ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศได้อธิบายเหตุผลสำคัญที่ประเทศไทยยังไม่ได้ให้ "สัตยาบัน" ธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศเพราะธรรมนูญกรุงโรมข้อ 27 กำหนดให้ "ประมุขของรัฐ" ไม่ได้รับการยกเว้นจากความรับผิดทางอาญาตามธรรมนูญศาลนี้ ไม่ว่ากรณีใดและจะไม่เป็นมูลเหตุให้ลดหย่อนโทษ
นั่นหมายความว่าถ้าประเทศไทยเข้าเป็นภาคีก็จะต้องปฏิบัติตามพันธกรณีข้อนี้ด้วย แต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา8 ระบุว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้ นี่เป็นข้อติดขัดประการหนึ่ง ซึ่งประเทศไทยจะต้องคำนึงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีสถานะพิเศษในบริบททางสังคม การเมืองและกฎหมายของไทย ดังนั้นจะต้องมีการศึกษาพิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบ โดยคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา
อย่างไรก็ตามการที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามหยิบยกเรื่องประกาศรับรองเขตอำนาจศาลระหว่างประเทศ คงหนีไม่พ้น"กลเกมการเมือง" ที่นำมาใช้ข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามในสถานการณ์ของบ้านเมืองที่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและเรียกคะแนนเสียงจากพรรคพวกฝั่งตนเอง
แม้ว่า"สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล" รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ได้ออกมาระบุว่า จากการหารือกับ นางฟาโตเบ็นโซดา อัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ เกี่ยวกับกรณีที่แกนนำ นปช.เดินทางไปยื่นเรื่องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศให้พิจารณาเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงของไทยว่าอาจเข้าข่ายอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
แต่เรื่องการประกาศรับรองเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศมีความละเอียดอ่อน รัฐบาลจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะมีผลเสียต่อประเทศไทยมากน้อยแค่ไหน
ที่สำคัญต้องพึงสำนึกเสมอว่าจะดึง "ศาลอาญาระหว่างประเทศ" มาเล่นการเมืองในประเทศไม่ได้!
..........
(หมายเหตุ: รับรองอำนาจศาลอาญาโลก'ได้ไม่คุ้มเสีย' : ขยายปมร้อน โดย... นันทิดา พวงทอง)



