คอลัมนิสต์

พิสูจน์ความน่าเชื่อถือ

พิสูจน์ความน่าเชื่อถือ

08 พ.ย. 2555

พิสูจน์ความน่าเชื่อถือ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 8 พ.ย.2555

               เป็นเรื่องที่ยังวิเคราะห์ถกเถียงกันไม่จบ กรณีที่มีการออกมาเปิดเผยเรื่องแผนลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่มีกำหนดการมาเยือนที่บริเวณท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า และยังกำหนดพบปะกับกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงที่เตรียมการต้อนรับกันอย่างคึกคัก แต่ก็ต้องม้วนเสื่อยกเลิกไป ด้วยสาเหตุบุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ได้สื่อสารผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กในลักษณะได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ไทยว่าผู้ต้องหาที่เป็นชาวไทยใหญ่ถูกจับข้อหาลักลอบขนอาวุธในเขตพม่าใกล้กับท่าขี้เหล็ก สารภาพว่าจะใช้ลอบโจมตีเพื่อสังหารอดีตผู้นำไทย จนกลายเป็นประเด็นร้อนในสัปดาห์นี้ทันที และยิ่งเพิ่มอุณหภูมิการเมืองขึ้นไปอีกเมื่อมีการโยงไปว่ามี "กลุ่มอำมาตย์" ที่เคยร่วมโค่นล้มรัฐบาลทักษิณอยู่เบื้องหลังแผนการครั้งนี้

               บริบทที่บุตรชายอดีตท่านผู้นำออกมาแฉข้อมูลนั้น มีการประเมินว่าประหนึ่งมีการตั้งธงไว้แล้วว่าท่านอดีตผู้นำดังกล่าวจะไม่เดินทางมาท่าขี้เหล็ก แต่ต้องมีวิธีการหาทางลงให้ดี ว่ากันว่าสาเหตุที่ยกเลิกทริปเดินทางครั้งนี้ เพราะเป็นห้วงจังหวะกระแสความไม่พอใจของกลุ่มคนเสื้อแดงในการปรับคณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ 3 หากมาพบปะกันย่อมมีแรงกดดันและข้อเรียกร้อง อีกทั้งมีกระแสความลำบากใจของนายกรัฐมนตรีผู้เป็นน้องสาวที่พี่ชายจะเดินทางเข้ามาใกล้แค่ปลายจมูกประเทศไทยโดยมีเสียงเรียกร้องให้ดำเนินการตามกฎหมายนำตัวมาลงโทษจากคดีที่ติดตัว รวมทั้งยังเป็นช่วงจังหวะที่รัฐบาลกำลังต้องเผชิญศึกทั้งในสภาและนอกสภา จากการที่ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะเดียวกันกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามก็เตรียมชุมนุมขับไล่ด้วย

               การที่รองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งในรัฐบาล ออกตัวรับลูกข้อมูลของบุตรชายอดีตผู้นำประเทศ และยังดึงเอาหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาค้ำประกันให้เกิดความหนักแน่นว่าแผนสังหารนั้นมีจริง แต่ก็จะเห็นความผิดสังเกตจากกรณีที่เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ถึงขนาดต้องพลิกคำให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ว่ามีข้อมูลที่เชื่อมโยงได้ แต่เพิ่งทราบข้อมูลนี้มา จนอดคิดไม่ได้ว่ามีความพยายามกดดันและบีบให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องพูดตามสตอรี่ที่ตั้งไว้หรือเปล่า เพราะกองทัพยืนยันว่าจับอาวุธสงครามที่ฝั่งพม่าไม่เกี่ยวหรือเชื่อมโยงกับแผนสังหารเลย และเป็นท่าทีเดียวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ระบุว่าในทางการข่าวไม่มีเรื่องนี้ ซึ่งบุตรชายของอดีตผู้นำก็ได้โพสต์ในลักษณะกระแทกชนิดไม่สนใจว่ารัฐมนตรีกลาโหมจะเป็นเพื่อนของพ่อก็ตาม

               การเปิดโปงแผนลอบสังหาร พร้อมกับลากเอาหน่วยงานด้านการข่าว และความมั่นคงของประเทศเข้ามาพัวพันครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ควรกระทำหรือไม่ โดยที่ยังไม่แน่ชัดในการสืบสวนเลยว่าเป็นเรื่องจริงมีน้ำหนักพยานหลักฐานเพียงพอ หรือแค่ข่าวโคมลอยจับแพะชนแกะหรือเปล่า แต่มุ่งต้องการผลด้านการเมืองเพื่อโจมตีกลุ่มตรงข้ามว่าอยู่เบื้องหลังแผนการร้าย ดังนั้นการที่รองนายกรัฐมนตรีท่านนี้บอกว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้เกิดความกระจ่างจึงเป็นสิ่งที่ดี เพื่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาล และถ้าเป็นจริงก็จะได้จัดการกับตัวบงการ แต่ถ้าผลออกมาตรงกันข้ามทางรัฐบาลก็ต้องรับไป