
'ความมั่นคงของชาติ'ไม่ใช่ของใคร
'ความมั่นคงของชาติ'ไม่ใช่ของใคร : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
ต้องถือว่าการนำเสนอข่าว "ลอบสังหาร" พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จัดทำโดย "โอ๊ค" พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชาย ผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์กประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์
วัดได้จากการนำเสนอทางสื่อต่างๆ หลังจาก "พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร" เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกมาการันตี "การข่าวโอ๊ค" มีมูล
การออกมาให้สัมภาษณ์ของ "ภราดร" ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาในระยะเวลาอันสั้น เกิดขึ้นก่อนและหลังการเข้าพบ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" รองนายกรัฐมนตรี
ขณะที่คนในสังคมไม่มีใครรู้ข้อเท็จจริงว่าเรื่องที่ "โอ๊ค" เขียนลงในเฟซบุ๊กเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงการสร้างข่าวเพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใดกันแน่
แต่สำหรับ "ภราดร" ในฐานะ "เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ" หากจะตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นเกินความสามารถอย่างแน่นอน เพราะสามารถสอบถามทางสำนักงานหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ หรือหน่วยข่าวที่กำกับดูแลตามแนวชายแดนไทยได้
การออกมาให้ข่าวที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของ "ภราดร" หลังเข้าพบ "สารวัตรเหลิม" อาจเป็นไปได้ว่า "รองนายกรัฐมนตรี" มีหลักฐานทำให้ "ภราดร" เชื่อว่าข่าวการลอบฆ่าทักษิณมีมูล หรือการเข้าพบ "สารวัตรเหลิม" ทำให้ "ภราดร" ต้องออกมาให้สัมภาษณ์ว่าข่าวมีมูล
แต่ภาพที่เกิดขึ้นหลังการให้สัมภาษณ์ของ "ภราดร" หลังการเข้าพบ "สารวัตรเหลิม" ทำให้ภาพของ "สภาความมั่นคงแห่งชาติ" เสียหาย
ทำให้ "ภราดร" ถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการทำหน้าที่ในฐานะ "เลขาธิการ สมช." เพราะบทบาทหน้าที่ของ "สมช." ทำเรื่องนโยบายความมั่นคงของชาติ เช่น มีนโยบายเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยอย่างไร
แต่ระยะหลัง "เลขาธิการ สมช." ต้องคอยตอบคำถามเรื่องด่วนหรือเรื่องเฉพาะหน้า ซึ่งเป็นหน้าที่ของ "หน่วยข่าว" เช่น ตำรวจสันติบาล, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, หน่วยข่าวตามแนวชายแดน
การให้สัมภาษณ์เรื่องข่าวการลอบสังหารทักษิณของ "ภราดร" คำพูดย่อมมีน้ำหนักมากกว่า "สารวัตรเหลิม" ที่เป็นนักการเมือง แม้จะมีตำแหน่งเป็นถึง "รองนายกรัฐมนตรี" ก็ตาม
เพราะการเมือง "พลิกไปพลิกมาได้รายวัน" แต่ "เลขาธิการ สมช." คำพูดต้องเชื่อถือได้และมีหลักการทำงานชัดเจน
หน้าที่หลักของ "สภาความมั่นคงแห่งชาติ" คือการทำงานสนับสนุนรัฐบาล นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่พรรคการเมืองหรือตัวบุคคล โดยยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง
ดังนั้นเรื่องข่าวการลอบสังหารทักษิณเป็นหน้าที่ของ "หน่วยข่าว" โดยตรง ไม่ใช่หน้าที่ของ "เลขาธิการ สมช." หากหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์ไม่ได้ก็สามารถโยนคำตอบให้ไปถาม "หน่วยข่าว" เป็นผู้ตอบแทน
เรื่องนี้คงไม่มีใครตอบคำถามได้ดีเท่า "หน่วยข่าว" แต่ถ้าต้องตอบคำถาม เพราะเกรงใจนักการเมืองก็ไม่เป็นไร แต่สุดท้ายเวลาเสียหายไม่ใช่ "ภราดร" แต่เป็น "องค์กร" เสีย ใครรับผิดชอบ
จะเห็นว่าข่าวการลอบสังหารทักษิณ "หน่วยข่าว" ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงจะ "เงียบ" นั่นเพราะเขารู้บทบาทและเล่นเป็น รู้ว่าการให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ถ้าเป็นการ "สร้างข่าว" ความเสียหายจะกระทบเรื่องประสิทธิภาพหน่วยข่าวของประเทศเพื่อนบ้านด้วย
"เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ" ซึ่งดูแลความมั่นคงของชาติที่เป็นเรื่องใหญ่ จะไม่พลาดเรื่องเล็กๆ ต้องรู้บทบาทการทำงาน จะเล่นเรื่องข่าวประจำวันต้องดูเรื่องนโยบาย
ต้องยอมรับว่าการแต่งตั้งโยกย้ายคนในตำแหน่งสำคัญในราชการฝ่ายการเมืองต้องนำคนที่ไว้วางใจที่สุดมาทำหน้าที่ โดยไม่มองว่าคนดังกล่าวจะเก่งหรือไม่เก่ง แต่ขอให้ไว้วางใจได้ วิธีการแบบนี้ทำให้ระบบข้าราชการอยู่ใต้อุ้งมือของฝ่ายการเมือง
ดังนั้น การทำหน้าที่ของ "ภราดร" ในบางครั้งสังคมเข้าใจและเห็นใจ แต่นั่นหมายความว่า "ประเทศชาติต้องไม่เสียหาย"
การทำหน้าที่ของ "ภราดร" หากเปรียบเป็นนักมวยที่ต่อยบนเวที ก็มักต่อยโดยสัญชาตญาณ ไม่รู้ว่าตัวเองต่อยดีหรือไม่ดี หากยังเดินหน้าต่อยต่อไปโดยไม่ฟังเสียง "พี่เลี้ยง" จนจบยกอาจแพ้ได้ แต่ถ้ายอมฟังเสียง "พี่เลี้ยง" ที่อยู่ด้านล่างเวทีชี้แนะหรือแก้เกมให้ในยกต่อไปก็ยังมีสิทธิชนะ
เพราะวันนี้ "สารวัตรเหลิม" มีทางลงสำหรับตัวเองแล้วสำหรับข่าวการลอบสังหารทักษิณ
"ผมเคารพข้อมูลของแต่ละส่วน แต่ที่ผมยืนยัน เพราะทันทีที่จับผู้ต้องหาชาวไทยใหญ่สัญชาติพม่าได้ โดยที่เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพ และเมื่อผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 รายงานมาเช่นนี้ ผมก็ต้องเชื่อ แต่ต่อมาผู้ต้องหาปฏิเสธถือว่าจบกัน ส่วนจากนี้ไปทางรัฐบาลพม่าจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นสิทธิ์ของเขา"
นี่เป็นคำให้สัมภาษณ์ของ "สารวัตรเหลิม" เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากข้อมูลข่าวไม่ตรงกันระหว่างรัฐบาลกับกองทัพบก
แล้ววันนี้ "ภราดร" ได้หาทางลงให้แก่ตัวเองและ "สภาความมั่นคงแห่งชาติ" หรือยัง
เพราะถ้ายังขืนเดินหน้าทำหน้าที่ให้ข่าวรายวันต่อไปก่อนให้สัมภาษณ์คงต้องเปิด "เฟซบุ๊ก" คนสำคัญก่อน เพื่อให้ข้อมูลตรงกันจะได้ไม่ลำบาก
............
(หมายเหตุ : 'ความมั่นคงของชาติ'ไม่ใช่ของใคร : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)



