คอลัมนิสต์

เยียวยา'ยกแผง'แดงหายข้องใจ

เยียวยา'ยกแผง'แดงหายข้องใจ

05 พ.ย. 2555

เยียวยา'ยกแผง'แดงหายข้องใจ : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์

              นับจากสัปดาห์นี้เป็นต้นไป ให้จับตาดูบรรยากาศ "การเมือง" ที่เริ่มจะมีสีสันให้น่าติดตามหลายเรื่อง

              หากไล่ดูปฏิทินการเมือง ก็เริ่มตั้งแต่การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน ในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ที่จะทราบว่า นอกจาก "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรีแล้ว ยังมี "รัฐมนตรี" คนไหนจะถูกอภิปรายอีกหรือไม่

              โดยโครงการที่ "ฝ่ายค้าน" จะหยิบยกมาอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอนคือ "โครงการรับจำนำข้าว" ที่ขณะนี้ต่างรู้ดีว่าประเทศไทยเสียแชมป์ "ส่งออกข้าว" ให้แก่ประเทศเวียดนามและอินเดียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

              แต่กระนั้นรัฐบาลก็ยังยืนยันจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป โดยยังไม่มีการปรับเปลี่ยนวิธีการ พร้อมถามกลับว่า "ถ้ารัฐบาลจะรับจำนำในราคาตันละ 1.5 หมื่นบาท มันผิดตรงไหน"

               สอดรับกับผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนหลายสำนักที่เห็นตรงกันว่า ขณะนี้ "โครงการรับจำนำข้าว" กำลังมีปัญหาและเป็นจุดอ่อนของรัฐบาล

              นอกเหนือจากการทุจริตคอร์รัปชั่น และปัญหาไฟใต้ ที่การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ ไม่มี "รองนายกรัฐมนตรี" เข้าไปกำกับดูแล "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ต้องเข้าไปกำกับดูแลเอง แต่จะเห็นว่าปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ยังเกิดขึ้นรายวัน มีเจ้าหน้าที่และประชาชนต้องบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

              ส่วนสัปดาห์หน้า "เสธ.อ้าย" พล.อ.บุญเลิศแก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ยุยงให้ราษฎรเป็นกบฏ ยุยงทหารให้ก่อการปฏิวัติ ที่กองบังคับการปราบปราม

              ขณะที่ "สนธิ ลิ้มทองกุล" แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งถูกข้อหาเดียวกัน ทางกองปราบฯ ได้แจ้งให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 22 พฤศจิกายน

              หลายฝ่ายหวั่นวิตกต่อการแจ้งข้อกล่าวหาของกองปราบฯ ในครั้งนี้ เพราะอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้สนับสนุนหรือผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจไปร่วมชุมนุม เนื่องจากการแจ้งข้อหา "แกนนำชุมนุม" เท่ากับเป็นการปรามผู้ที่จะเข้าร่วมชุมนุมในครั้งต่อไปไม่ให้เดินทางมาชุมนุม เพราะถ้ามาร่วมชุมนุมด้วยเท่ากับเป็นผู้ร่วมสนับสนุนให้เกิดการปฏิวัติ

              อาจทำให้ผู้ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเดินทางมาร่วมชุมนุมด้วย เพราะเห็นแย้งกับข้อกล่าวหาของกองปราบฯ ก็เป็นได้ โดยให้จับตาวันที่ 15 พฤศจิกายน และวันที่ 22 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่ "เสธ.อ้าย"  และ "สนธิ" จะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาจะมีผู้มาให้กำลังใจมากน้อยแค่ไหน

              สำหรับสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นเดือนพฤศจิกายน จะเป็นช่วงเวลาที่การเมืองน่าจะ "ดุเดือด" และน่าติดตามมาก เพราะมีเหตุการณ์ให้ต้องติดตามทั้งในสภาและนอกสภา

              โดยในสภาจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของ "ฝ่ายค้าน" และ "วุฒิสภา" ก่อนปิดประชุมสภาในวันที่28 พฤศจิกายน

              ขณะที่ "นอกสภา" หากทุกอย่างเป็นไปตามคิวที่ "องค์การพิทักษ์สยาม" ได้วางไว้ก็จะเป็นการนัดชุมนุมใหญ่ขององค์กรดังกล่าวอีกครั้ง

              ส่วนจะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่รัฐบาลยิ่งลักษณ์มากน้อยแค่ไหนให้จับตาดู

              สำหรับ "สีสัน" การเมืองนอกสภาและนอกประเทศที่น่าจับตาในสัปดาห์นี้ คือ การเดินทางมาเยือนประเทศพม่าของ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรีระหว่างวันที่ 8-10 พฤศจิกายน

              โดยวันที่ 8 พฤศจิกายน จะเข้าพบ "เต็ง เส่ง" ประธานาธิบดีพม่า ที่กรุงเนปิดอว์

              แม้ว่า "นพดล ปัทมะ" ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ จะยืนยันว่า การเดินทางไปพม่าของ "ทักษิณ" ในครั้งนี้ ไม่มีการเจรจาธุรกิจหรือเกี่ยวกับเรื่องท่าเรือน้ำลึกทวาย

              แต่คงเป็นเรื่องยากที่จะห้ามความคิดของหลายฝ่ายได้ เพราะความเป็น "นักธุรกิจ" การพบปะเจรจากับใครย่อมมีวัตถุประสงค์ แต่จะเพื่อผลประโยชน์ของใครต้องติดตามรายละเอียดผลสรุปหลังการเจรจา

              เพราะคดีไฟเขียว "เอ็กซิมแบงก์" ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำกับทางการพม่าวงเงิน 4,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาด้านโทรคมนาคม ก็ยังค้างอยู่ในชั้นศาล

              และให้สังเกตดูว่า ทุกครั้งที่ "ทักษิณ" บินเข้า-ออกประเทศเพื่อนบ้านรอบๆ ประเทศไทยมักมีเหตุการณ์ที่ "ทักษิณ" ต้องเข้ามาเกี่ยวโยงกับเรื่องภายในประเทศแทบทุกเรื่อง ตั้งแต่การ "ปรับคณะรัฐมนตรี" หรือแม้กระทั่งการ"คัดเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทย"

               ดังนั้นการเดินทางเข้าประเทศพม่าของ "ทักษิณ" จึงถูกจับตามองว่าจะมีการหารือเรื่อง"โครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย" หรือไม่

              ส่วนวันที่ 9 พฤศจิกายน "ทักษิณ" จะพบปะพูดคุยกับแกนนำ "ส.ส.และนักธุรกิจ" บางส่วนที่โรงแรมเรจจิน่าแอนด์ กอล์ฟคลับ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ฝั่งตรงกันข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย              

              จากนั้นวันที่ 10 พฤศจิกายน "ทักษิณ" จะเดินทางไปทำบุญไหว้พระเสริมบารมี ที่เจดีย์ชเวดากองจำลอง และพบคนเสื้อแดงและคนไทยที่ข้ามฝั่งเดินทางไปพบ

              การเดินทางครั้งนี้ "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวทักษิณ ถึงกับประกาศเชิญชวนประชาชนไปพบทักษิณในครั้งนี้ด้วย

              หากดูการประสานงานการเดินทางครั้งนี้ จะเป็นว่า "แดงภาคเหนือ" เป็นแกนนำหลักในการประสานงานนี้

              โดยเรื่อง "ที่พัก" ทาง "ดีเจอ้อม" เป็นคนจัดหาที่พักให้ประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด

              ขณะที่การเดินทางข้ามฝั่งไปยังประเทศพม่า "ติ๋มแดงแม่สาย" จะเป็นคนประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝั่งพม่า

              ส่วนเรื่องอาหาร "อิทธิเดช แก้วหลวง" ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นฝ่ายจัดการ

              แต่ยังไม่มีเสียงตอบรับจาก "แกนนำ นปช." อย่าง "ตู่" จตุพรพรหมพันธุ์, ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.เพื่อไทย เพราะเห็นว่าการไปพบครั้งนี้ น่าจะเข้าถึงตัว "ทักษิณ" ยาก เพราะคนทางเดินไปพบจำนวนมาก การเจรจาส่วนตัวคงลำบาก

              ยกเว้น "จ่าประสิทธิ์ ไชยศรีษะ" ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ที่บอกว่าอยากไปถาม "ทักษิณ" เกี่ยวกับตำแหน่งรัฐมนตรีให้ "ตู่" จตุพร

              แต่หลังจากที่ประชุม "คณะรัฐมนตรี" เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการการเมือง "แดงยกแผง" หลายตำแหน่งความคลางแคลงใจเกี่ยวกับตำแหน่งของ "เพื่อน พ้อง น้อง พี่" น่าจะหมดไปแล้ว เพราะส่วนใหญ่ได้รับการเยียวยากันทั่วถึง!

(หมายเหตุ : เยียวยา'ยกแผง'แดงหายข้องใจ : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)