
ขายผ้าเอาหน้ารอด
ขายผ้าเอาหน้ารอด : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2555
การประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้นำหนังสือชี้แจงรายละเอียดโครงการรับจำนำข้าว ชื่อ “รู้ลึก รู้จริง จำนำข้าว” ซึ่งจัดทำโดยกรมการค้าภายใน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) มาแจกประเดิมครม.ปู 3 เพื่อให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เข้าร่วมประชุม รับทราบและเข้าใจถึงขั้นตอนการดำเนินโครงการทั้งหมด โดยเฉพาะประเด็นของความโปร่งใสที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก และผลประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับจากโครงการที่รัฐบาลดำเนินการให้
ขณะเดียวกันได้มีเสียงเล็ดลอดออกจากห้องประชุมฟังว่าน่าจะเป็น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี คนที่หนึ่ง ออกมารับลูกแสดงความยินดีกับหนังสือที่ทำขึ้นมา พร้อมคำเสนอแนะว่าควรจะนำทั้ง 5 แสนเล่มนี้ไปแจกให้แก่ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน รวมถึงบรรดา ส.ว.ที่ออกมาโจมตีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ได้เข้าใจโครงการกระจ่างมากขึ้นว่า มีประโยชน์อย่างไร นอกเหนือจากที่จะเตรียมแจกให้แก่หน่วยงานราชการ และหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ นำไปเผยแพร่ต่อให้ประชาชนรับทราบ
นับเป็นเรื่องที่ดีในการทำความเข้าใจต่อประชาชน กับปัญหาความเคลือบแคลงที่สังคมตั้งข้อสังเกตในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก วงเงิน 4.05 แสนล้านบาท จะส่งผลกระทบหลายเรื่องในภายภาคหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณแผ่นดิน กลไกตลาดข้าวทั้งในประเทศและของโลก ผลกระทบเกษตรกรในระยะยาว สภาวะหนี้สาธารณะที่จะเกิดขึ้น ที่กูรูด้านเศรษฐกิจและกัลยาณมิตรของรัฐบาลหลายคนได้ออกมาเตือนด้วยความเป็นห่วงว่าโครงการนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้รัฐบาลชุดประวัติศาสตร์นี้พังลงไปเท่านั้น แต่อาจจะนำพาสู่วิกฤติเศรษฐกิจชาติขึ้นอีกครั้งหนึ่งก็เป็นได้
แต่ดูเหมือนว่าหนังสือที่ออกมาเนื้อหายังคงวนเวียนอยู่กับข้อปฏิบัติของโครงการที่ดูผ่านๆ สวยหรู ผลประโยชน์ตกอยู่กับชาวนาที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ มิได้ให้ความกระจ่างในข้อสงสัยของสังคมแต่อย่างใด ทั้งการทุจริตคอร์รัปชั่น ผลกระทบเกษตรกรในระยะยาว ระบบการจัดการข้าวในระยะยาว แต่เป็นการชี้แจงแบบแผ่นเสียงตกร่อง เบี่ยงเบนประเด็น ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ รวมทั้งปัญหาคาใจในเรื่องการขายข้าวระบบรัฐต่อรัฐซึ่งมิได้มีการเปิดเผยให้เห็น ยังคงเป็นความลับของทางราชการที่รัฐบาลใช้เป็นข้ออ้างทางการเมือง
แม้โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลจะมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งรัฐบาลเองควรจะรับฟังข้อท้วงติงดังกล่าว ไม่มีใครที่ไม่อยากให้ชาวนาไทยได้มีโอกาสลืมหูลืมตา แม้เศษข้าวจะหกเรี่ยร่ายรายทางไปบ้างก็ตาม แต่ความสูญเสียอันใหญ่หลวงที่จะตามมาต่างหาก ทั้งในเรื่องอนาคตข้าวไทยทั้งระบบ การจัดการกับข้าวคุณภาพต่ำของชาวนา การบริหารจัดการความสมดุลของน้ำเมื่อมีการปลูกข้าวทุกฤดูกาลขึ้น เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะต้องฉุกคิดวางแผนรองรับและชี้แจงให้คนในชาติเข้าใจ มากกว่าที่จะจัดพิมพ์หนังสือคำแก้ตัวเดิมๆ สิ้นเปลืองงบประมาณในการจัดทำเปล่าๆ



