
การรักษากติกาประเทศ
การรักษากติกาประเทศ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2555
ที่ผ่านมาโพลล์สำรวจความคิดเห็นของประชาชนจากหลายสำนักที่มีหัวข้อเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น คนส่วนใหญ่มักพุ่งเป้าไปที่ข้าราชการการเมืองกับข้าราชการประจำ ส่วนนี้ถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ใช้อำนาจตามกฎหมายทั้งในแง่กำหนดนโยบายและฝ่ายปฏิบัติ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัว ก่อนที่เงินเหล่านี้จะถูกส่งไปฟอกในลักษณะต่างๆ จนกลายเป็นเงินบริสุทธิ์กลับเข้ามาสู่มือข้าราชการทั้งสองส่วนอีกครั้ง แม้กระทั่ง พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยังยอมรับว่าธนาคารในกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ปฏิเสธไม่ทำธุรกรรมการเงินให้แก่เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในสหรัฐ
สืบเนื่องจากประเทศไทยถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่เสี่ยงต่อการฟอกเงินและสนับสนุนด้านการเงินแก่การก่อการร้าย โดยมีชื่อติดอยู่ในแบล็กลิสต์ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าประเทศที่มีความเจริญจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจังเพื่อเป็นมาตรการควบคุมสังคม ถึงแม้ขณะนี้ประเทศไทยพยายามเร่งผลักดันมาตรการทางกฎหมายทั้งร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กับร่างพ.ร.บ.ต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มก่อการร้ายแล้วก็ตาม แต่ก็ยังล่าช้าเพราะแม้จะผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วก็ตามแต่ยังติดอยู่ในขั้นตอนความเห็นชอบของวุฒิสมาชิก ทำให้การขยายตัวด้านเศรษฐกิจเกิดปัญหา
ไม่ใช่เพียงแต่ปัญหามาตรฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น การบังคับใช้กฎหมายภายในเองก็ยังเกิดปัญหาขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีโอกาสหรือแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงจนกลายเป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมขึ้นได้ มีตัวอย่างนักการเมืองระดับรัฐมนตรี ที่ไม่ยอมรับในกติกาหรือหลังเกิดการรัฐประหารแล้วกล่าวหาว่าต้นไม้พิษลูกก็ย่อมเป็นพิษ ในขณะที่พรรคพวกฝ่ายเดียวกันกลับแจ้งความใช้กฎหมายเพื่อหยุดยั้งหรือทำลายล้างคู่แข่งทางการเมือง แต่กลับบอกว่าเชื่อมั่นต่อกฎหมายและกระบวนยุติธรรมเมื่อฝ่ายตนได้ประโยชน์ ทั้งๆ ที่กฎหมายอาญาก็เป็นผลพวงตามรัฐธรรมนูญและก็มาจากการรัฐประหารนั่นเอง
อีกกรณีหนึ่งของปัญหาการบังคับใช้กฎหมายคือ อดีตนายกรัฐมนตรีที่หลบหนีโทษทางอาญาและยังไม่ถูกดำเนินการใดๆ จากผู้บังคับใช้กฎหมาย ทั้งๆ ที่เป็นผู้หลบหนีคดีแต่ยังมีข้าราชการระดับสูง รัฐมนตรี นายตำรวจ ทหาร อีกหลายคนเดินทางไปพบเพื่อขอตำแหน่ง ขอผลประโยชน์ในลักษณะต่างๆ ขณะเดียวกันคำอ้างที่ว่าอยู่นอกประเทศนั้นก็คงไม่มีน้ำหนักสักเท่าไรเพราะทุกครั้งที่อดีตนายกฯ เดินทางไปไหน จะมีกำหนดการล่วงหน้า นักการเมือง คนเสื้อแดงก็ยังรับรู้เพื่อเตรียมตัวเข้าพบ แต่กระบวนการยุติธรรมไทยกลับไม่ทราบหลักแหล่ง เพิกเฉยหรือเร่งทำขั้นตอนการขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน มีคำถามจากสังคมถี่ขึ้นเรื่อยๆ ว่า เมื่อรัฐบาลใช้มาตรฐานทางกฎหมายต่างกันแล้วประชาชนจะเอาความยุติธรรมมาจากไหนและหากเกิดความวุ่นวายขึ้นรัฐบาลจะใช้อะไรมาเป็นกฎบังคับในสังคม



