คอลัมนิสต์

ศึกหนัก'ปู'ระวังแนวร่วมมุมกลับ!

ศึกหนัก'ปู'ระวังแนวร่วมมุมกลับ!

29 ต.ค. 2555

ศึกหนัก'ยิ่งลักษณ์'ระวังแนวร่วมมุมกลับ! : ขยายปมร้อนสมถวิลเทพสวัสดิ์

               เห็นจำนวนคนที่ไปร่วมชุมนุมกับ"กลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม" ณ สนามม้านางเลิ้ง ภายใต้ชื่อ "รวมพลัง คนทนไม่ไหว หยุดวิกฤติและหายนะชาติ" ถือว่ายอดคนที่มาร่วมชุมนุม"ตบหน้า" การข่าวของรัฐบาลที่ก่อนหน้านี้ระบุว่าจะมีผู้มาร่วมชุมนุมครั้งนี้ไม่เกิน 2 พันคนเป็นการชุมนุมแบบมวยล้มต้มคนดู

               แต่ผิดคลาดเพราะยอดประชาชนที่มาชุมนุมหลักหมื่น!

               เหตุผลที่มีประชาชนมาร่วมชุมนุมมากกว่าที่การข่าวรัฐบาลประเมินเพราะข่าวสารในขณะนี้ไม่มีเฉพาะสื่อกระแสหลัก ทีวี หนังสือพิมพ์ เท่านั้น ยังมี "โซเซียลมีเดีย" ที่กระจายได้รวดเร็วทั้งภาพและเสียง

               ที่สำคัญการชุมนุมในครั้งนี้ถือเป็นการ"รวมพลคนไม่เอาทักษิณ" สังเกตได้จากแกนนำบนเวทีส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่เคยขึ้นบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแทบทั้งสิ้น

               พล.อ.บุญเลิศแก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม, น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ, พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์, สำราญ รอดเพชร, พิเชษฐ พัฒนโชติ, เสรี วงศ์วงมณฑา, นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์, ร.ต.แซมดิน เลิศบุตร จากกองทัพธรรม, สมบูรณ์ ทองบุราณ, บวร ยสินทร

               เพียงแต่การชุมนุมครั้งนี้เปลี่ยนหน้า "ผู้เล่นบทนำ" เท่านั้น!

               การชุมนุมครั้งนี้จึงเป็นการรวมพลของ"พันธมิตร-กลุ่มเสื้อหลากสี-กลุ่ม 13 สยามไท-แฟนคลับประชาธิปัตย์-กลุ่มสังเกตการณ์"

               ดังนั้นในทางการเมืองถือว่าการชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ชินวัตรครั้งนี้จุดติด เมื่อเปรียบเทียบกับการชุมนุมขับไล่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปี

               จะเห็นว่าการอภิปรายบนเวทีจะเน้นเรื่องการจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันเป็นหลักตามมาด้วยปัญหาการบริหารงานของรัฐบาลเรื่องปากท้องข้าวของราคาแพง

               โดยเฉพาะ"น.ต.ประสงค์" ปราศรัยเน้นไปเรื่องราคาสินค้าที่แพงขึ้น, ภาวะผู้นำของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดในเรื่องต่างๆ พร้อมกับประกาศว่าการชุมนุมครั้งนี้ใช้บันไดเพียง 2 ขั้นเท่านั้น ไม่ใช่บันได 5 ขั้น เหมือนที่คนในรัฐบาลประกาศ

               แกนนำบางคนประกาศว่าการชุมนุมครั้งนี้เป็นเพียงการขอฉันทามติในการขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์แต่การชุมนุมครั้งหน้าเป็นการ "ปิดเกมไล่รัฐบาล"

               หาก"ทีมยุทธศาสตร์รัฐบาล" นั่งดูการปราศรัยการชุมนุมครั้งนี้ เชื่อว่าจากนี้ไปคงต้องทำงานหนักมากขึ้น เพราะจากนี้ไปรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ต้องเผชิญปัญหาที่รออยู่ข้างหน้าอีกหลายเรื่อง

               เพราะต้องเจอศึกหนักหลายด้านทั้งจาก "ในสภา-นอกสภา-ปัญหาในพรรค"

               นับตั้งแต่การเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้านในวันที่31 ตุลาคมนี้, การขอเปิดอภิปรายทั่วไปของวุฒิสภา, ปัญหาการปรับคณะรัฐมนตรีที่กำลังทำให้เกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรค โดยเฉพาะปฏิกิริยาของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ผิดหวังจากการปรับคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้

               เพราะการปรับคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในครั้งนี้ถูกมองว่านอกจากเป็นการปรับเฉพาะกลุ่มคนของแกนนำในพรรคไม่กี่กลุ่มแล้วยังเป็นการปรับเพื่อเอาใจคนชนชั้นกลาง เพื่อหวังผลการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร

               โดยคิดว่าปัญหาความไม่พอใจของคนในพรรคหรือกลุ่มที่สนับสนุนแกนนำเสื้อแดงสามารถเคลียร์ได้หรือสามารถ "เยียวยา" ได้ โดยลืมคิดไปว่าการกระทำเช่นนี้อาจจะทำให้คนเสื้อแดงบางกลุ่มที่ไม่พอใจ และอาจไปสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามได้ หรือที่เรียกว่า "แนวร่วมมุมกลับ" ได้

               เห็นได้จากรายชื่อคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่เป็นคนของแกนนำในพรรคเพื่อไทยรัฐมนตรีบางคนที่ถูกมองว่าการบริหารมีปัญหาแต่ก็ยังอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ บางคนได้เลื่อนชั้น เช่น "สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล" รมว.ต่างประเทศ ได้เก้าอี้ "รองนายกรัฐมนตรี" อีกตำแหน่ง

               หรือบางคนช่วงแรกมีข่าวว่าจะ "หลุด" จากการเป็นรัฐมนตรีแต่ท้ายที่สุดก็ยังมีชื่อเป็นรัฐมนตรีคือ "ฐานิสร์ เทียนทอง" ซึ่งพ้นจากเก้าอี้ "รมช.มหาดไทย" แต่เมื่อสุดท้ายก็มีชื่อปรากฏเป็น"รมช.อุตสาหกรรม"

               ต้องถือว่า"ป๋าเหนาะ" เสนาะเทียนทอง ยังมีอำนาจและบารมีในการต่อรองในพรรคเพื่อไทย หรืออีกนัยหนึ่ง "ผู้ตัดสินใจ" ไม่ต้องการ "เปิดศึก" หลายด้านเพราะจะทำให้รัฐบาลบริหารงานลำบาก

               หากดูจาก"รายชื่อครม.ปู 3" กลุ่มคนที่ผิดหวังในครั้งนี้ไม่ใช่มีเฉพาะ "แกนนำคนเสื้อแดง" เท่านั้น เพราะโควตาของ "ยงยุทธ ติยะไพรัช" ก็ถูกเฉือนไปเหมือนกัน

               นอกจากนี้ยังมีกลุ่มทุนอย่าง"วิรุฬ เตชะไพบูลย์" ก็ "หลุด" จากตำแหน่ง "รมช.คลัง" ชนิดเงียบมาก เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีข่าวว่าจะหลุดจากตำแหน่งมาก่อน แว่วมาว่ามี "เจ้" ขอโควตาเพื่อส่งคนของตัวเองไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีแทน

               ขณะที่แรงกระเพื่อมที่อาจจะส่งผลกระทบกับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยกำลังก่อเกิดขึ้นหลายจุดหากไม่เร่งแก้ปัญหา "เยียวยา" ให้แต่ละกลุ่มพอใจย่อมทำให้รัฐบาลเจอศึกรอบด้าน และส่งผลต่อการบริหารงานรัฐบาลอย่างแน่นอน

               ระหว่างที่รัฐบาลกำลังประสบปัญหา"ฝ่ายค้าน" ก็เร่งปรับกลยุทธ์ในการเปลี่ยนขั้วอำนาจและเพิ่มคะแนนเสียงให้ตัวเอง แทบจะเรียกได้ว่าเดินตามแนวของ "พรรคเพื่อไทย" ในอดีตไม่ผิดเพี้ยน

               ตั้งแต่การเดินสาย"ผ่าความจริงวันนี้" ที่เริ่มจากภาคใต้ กลาง เหนือ ตะวันออก และกรุงเทพฯ หรือแม้กระทั่งล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้เปิดโรงเรียนการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ กทม. เพื่อหวังเพิ่มสมาชิกให้มากขึ้น

               จากนี้ไปต้องจับตาดูว่า"รัฐบาลยิ่งลักษณ์" จะแก้ปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างไร เพราะศึกนี้อาจเจอ "แนวร่วมมุมกลับ" มาเพิ่มปัญหาให้หนักใจมากยิ่งขึ้น!


...............

(หมายเหตุ : ศึกหนัก'ยิ่งลักษณ์'ระวังแนวร่วมมุมกลับ! : ขยายปมร้อนสมถวิลเทพสวัสดิ์)