คอลัมนิสต์

หยุดวันศุกร์?

หยุดวันศุกร์?

26 ต.ค. 2555

หยุดวันศุกร์? : กระดานความคิด โดยอัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง [email protected]

              เมื่อหลายสัปดาห์ที่แล้วมีเรื่องราวน่าสนใจที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดแล้วเมื่อหลายปีที่ผ่านมา คือเรื่องการมีข่าวและลือกันว่า ขบวนการกู้เอกราชมลายูปาตานีได้นำข้อเสนอให้พื้นที่หยุดการทำงานในวันศุกร์ การหยุดวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ สถาบันการศึกษาและหน่วยราชการต่างๆ ได้ถือเป็นวันหยุดอย่างทางการ ในพื้นที่แห่งนี้เมื่อ 5 ทศวรรษที่ผ่านมา และมีการหยุดวันเสาร์และวันอาทิตย์ในเวลาต่อมาจวบจนปัจจุบัน
 
              การหยุดวันศุกร์ในอดีต เป็นการสนองความต้องการของประชาชนโดยรัฐบาล มันไม่เหมือนกับเหตุการณ์ที่กำลังประสบในปัจจุบัน กล่าวคือเสมือนหนึ่งถูกสะกดในรูปแบบแห่งพลังบางอย่าง ที่มีความรู้สึกว่ามันน่ากลัวกว่า โดยผู้ค้าแม่ขายทุกประเภทต้องหยุดประกอบกิจการ ด้วยความกังวลและกลัวต่อข่าวลือว่า “ที่นั่น ที่โน่น ตำบลนั้น หมู่บ้านนี้” มีเรื่องกระพือกันอย่างหนักหน่วงว่า ผู้ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามตนเองจะต้องถูกลงโทษ เช่นการตัดใบหู การอุ้มฆ่า ถูกล่าสังหาร โดยฝ่ายปฏิบัติการของกลุ่มเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นที่เข้าใจในพื้นที่ได้ว่า “เป็นการสั่งของกลุ่มขบวนการกู้เอกราชมลายูปาตานี ?”
 
              ในเบื้องต้นประชาชนต่างซุบซิบ ต่างพูดคุยทั้งในครอบครัว ทั้งในร้านค้า ร้านกาแฟ พื้นที่สาธารณะอื่นๆ ในชุมชน อาทิ ตลาดสด ตลาดเย็น ในมัสยิด ในโรงเรียนประเภทต่างๆ อย่างกว้างขวางและต่อเนื่องมาก่อนหน้านี้นานนับปีมาแล้ว ประกอบกับมีเหตุการณ์ต่างๆ ที่ต่อเนื่อง จนในที่สุดที่เกิดเหตุการณ์ปักธงชาติของประเทศมาเลเซียในวันที่ 31 สิงหาคม 2555 ซึ่งตรงกับวันที่ประเทศมาเลเซียได้รับเอกราชพอดี ดังนั้นเมื่อ “การลือมีพลังทุกพื้นที่อยู่ในอารมณ์แห่งความผวาและหวาดกลัว” ในแทบทุกระดับแล้ว ถึงเวลาจริงจึงสามารถเห็นได้ชัดเจน
 
              กรณีที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 28 กันยายน และศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2555 และในวันศุกร์ต่อๆ มา เป็นวันที่ที่สามารถสร้างความรู้สึกวังเวงและหวาดกังวล หวาดกลัว และขาดความเชื่อมั่นโดยสิ้นเชิงในกลไกรัฐ ที่ไม่สามารถแสดงการสร้างให้บรรยากาศเป็นปกติและธรรมชาติของสังคมพื้นที่ได้เลย เสมือนหนึ่งยังคงปล่อยให้เหตุการณ์และความมึนตึงแก่ทุกอณูของพื้นที่ ไม่ชอบธรรมเลยที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของรัฐ ไม่สามารถสร้างความรู้สึกถึงความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่ได้เลย ? หรือเป็นกระบวนของกลุ่มบางกลุ่มโดยเฉพาะ ที่ต้องการสร้างให้สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ดำรงอยู่เช่นนี้ เพราะหนึ่งจะได้อ้างแก่สาธารณชนได้ว่า นี่เป็นการกระทำของพวกที่กำลังต่อสู้กับรัฐบาลบ้าง พวกแบ่งแยกดินแดนบ้าง ให้ดูว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายว่า กำลังบังคับความอิสระของประชาชนและต่อต้านอำนาจรัฐ
 
              แต่เมื่อเหตุการณ์จริงคือการที่ร้านค้าโดยส่วนมากหยุดวันศุกร์ และประชาชนคนมุสลิมส่วนใหญ่กลับเห็นดีเห็นงาม แต่มิได้หมายความว่า “จะต้องหยุดทำธุรกิจทุกอย่างในวันศุกร์” ไปด้วย ทีนี้เข้าทางฝ่ายที่กำลังต่อสู้จริงๆ เพราะภาพของกำลังทหารที่ดูว่าจะออกมาปฏิบัติการในพื้นที่สาธารณะมากขึ้นอีกครั้ง และดูจะยิ่งตึงเครียดมากขึ้นไปอีก เห็นความเข้มแข็งของการถืออาวุธและหน้าตาที่ตึงเครียด สอดส่ายสายตาไปมา หันปลายกระบอกปืนไปข้างหน้า ที่ประชาชนยืนนั่งอยู่ไปทั่ว พฤติกรรมเช่นนี้กลับสร้างบรรยากาศเชิง “สัญลักษณ์แห่งอำนาจ” จนทำให้ดีกรีความเกลียดชังเพิ่มมากขึ้น และความไว้เนื้อใจในความปลอดภัยลดลงไปอีก
 
              รัฐควรแยกให้ออกระหว่างการนำเสนอให้พิจารณาให้ราชการหยุดวันศุกร์ กับการทำมาค้าขายในวันศุกร์ตามทัศนะทางศาสนา ซึ่งข้อคิดนี้ถูกหลายๆ องค์กรทั้งระดับท้องถิ่น เช่นภาคประชาสังคมต่างๆ ระดับประเทศคือสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ หรือถ้าจะให้ดูเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ว่าด้วยสิทธิชุมชนใน มาตราที่ 66, 67 และอีกหลายมาตรา เป็นเรื่องที่บรรดาผู้มีอำนาจทั้งปวงต้องทำความเข้าใจกับตัวเอง และจะได้ใช้วิกฤตินี้เป็นโอกาส ในการเสริมความเข้าใจและเข้าถึงแก่นแท้ของการแก้ปัญหาที่เป็นรากเหง้าสำคัญประการหนึ่ง ยับยั้งชั่งใจในการให้สัมภาษณ์ทางสื่อบ้าง หรือเห็นว่ามีอำนาจแล้วคิดว่า จะพูดอะไรก็ได้ เพราะคนใกล้ชิดจะไม่มีใครท้วงติงท่านได้ นอกจากจะบ่นอยู่ในใจว่า “หัวหน้าตูมันไม่เอาไหนเสียจริงๆ”