คอลัมนิสต์

พลังหญิงพลังชี้ขาดในศึกชิงทำเนียบขาว

พลังหญิงพลังชี้ขาดในศึกชิงทำเนียบขาว

26 ต.ค. 2555

พลังหญิงพลังชี้ขาดในศึกชิงทำเนียบขาว : บทบรรณาธิการประจำวันที่26ตุลาคมพ.ศ.2555

               การประชันวิสัยทัศน์ทางโทรทัศน์ หรือการดีเบตรอบ 3 ระหว่างประธานาธิบดีบารัก โอบามา ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต กับนายมิตต์ รอมนีย์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน ในด้านการต่างประเทศได้ผ่านพ้นไปแล้ว ผลการหยั่งประชามติโดยสื่อยักษ์ใหญ่หลายสำนักปรากฏว่า นายโอบามาได้คะแนนนิยมเหนือกว่านายรอมนีย์หลายจุดด้วยกัน ยิ่งกว่านั้น จากการสำรวจความเห็นชาวต่างชาติใน 21 ประเทศ ปรากฏว่ามีอยู่ 20 ประเทศ ที่อยากจะให้นายโอบามาครองทำเนียบขาวต่อเป็นสมัยที่ 2 เพราะมีนโยบายด้านการต่างประเทศที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมมากกว่านายรอมนีย์ ยกเว้นปากีสถานเพียงประเทศเดียวที่ตัวแทนจากพรรครีพับลิกันได้ความนิยมมากกว่า
 
               อย่างไรก็ดี ความพลิกผันของคะแนนนิยมในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 6 พฤศจิกายน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนโยบายต่างประเทศเป็นหลัก หากขึ้นอยู่กับนโยบายในประเทศเป็นสำคัญ โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจและสังคมเพื่อดึงคะแนนเสียงอเมริกันชนผู้มีสิทธิออกเสียง ในส่วนนี้ดูเหมือนว่าพรรครีพับลิกันเริ่มเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำมากขึ้น หลังจากนายริชาร์ด เมอร์ดอค ผู้สมัครชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิกในรัฐอินเดียนา จากพรรครีพับลิกัน กล่าวระหว่างหาเสียงว่า เมื่อผู้หญิงเกิดตั้งครรภ์หลังถูกข่มขืนนั้น เป็นเพราะเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า ก่อนหน้านี้ นายท็อดด์ เอคิน ตัวแทนจากพรรคเดียวกัน ในการชิงเก้าอี้วุฒิสมาชิกในรัฐมิสซูรี ให้สัมภาษณ์ว่า ร่างกายผู้หญิงมีกลไกปกป้องการตั้งครรภ์ในกรณีที่ถูก “ข่มขืนตามกฎหมาย” ทั้งสองความเห็นนี้เหมือนกับตอกย้ำว่า พรรครีพับลิกันมีนโยบายล้าหลังมากเพียงใดในประเด็นปัญหาสิทธิสตรี อันเป็นปัญหาละเอียดอ่อนที่สุด
 
               กลุ่มผู้มีสิทธิออกเสียงที่เป็นผู้หญิงต่างพากันประท้วงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกลุ่มดาราดังหญิงฮอลลีวู้ดที่โต้กลับทันควันว่า นายรอมนีย์สนับสนุนแผนการคว่ำการทำแท้งเสรี และยอมให้ "การข่มขืนจิตใจ" เป็นสิ่งถูกต้องตามกฎหมาย ผลการสำรวจโดยกัลลัพ โพลล์ ชี้ว่า ผู้หญิงในรัฐที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกผู้สมัครรายใดอย่างแน่ชัด มีทีท่าจะเทคะแนนให้นายโอบามามากขึ้น จนมีคะแนนนิยมเหนือนายรอมนีย์เล็กน้อย ทำให้พรรครีพับลิกันต้องรีบแก้เกม และรีบดึงตัวออกห่างจากปัญหาละเอียดอ่อนนี้ด้วยการตัดงบสนับสนุนการหาเสียงของนายเอคินทันที
 
               เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ตอกย้ำว่า พลังหญิงเป็นพลังสำคัญที่จะชี้ขาดผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้ จนสามารถกลบปัญหาเศรษฐกิจและต่างประเทศ และเป็นสิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยต้องเร่งทำความเข้าใจ เพื่อสร้างความตระหนักว่าปัญหาใดเป็นปัญหาที่ควรจะต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะแม้กระทั่งนายโอบามาเองก็ไม่กล้ามองข้าม รีบฉวยโอกาสขย่มซ้ำด้วยการโจมตีความเห็นของผู้สมัครสมาชิกรัฐสภาของพรรครีพับลิกันว่า เป็นความคิดที่น่ารังเกียจ เพราะการข่มขืนก็คือการข่มขืนที่ถือว่าผิดกฎหมาย พร้อมกับแนะว่า นักการเมืองส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ชาย ไม่ควรตัดสินเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพและร่างกายแทนผู้หญิง