
ปัดกวาดบ้านปลอดยาเสพติด
ปัดกวาดบ้านปลอดยาเสพติด: บทบรรณาธิการประจำวันที่ 25 ตุลาคมพ.ศ.2555
ยาเสพติดเป็นปัญหาระดับชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญ มีการวางมาตรการทั้งด้านการป้องกัน การปราบปราม และการนำผู้เสพเข้ารับการบำบัดเพื่อให้กลับมาเป็นบุคคลคุณภาพของสังคม และจัดการกับผู้ค้ายาอย่างเฉียบขาด เพราะยาเสพติดเป็นตัวการก่อปัญหาตามมาอีกหลายด้าน ตั้งแต่ปัญหาครอบครัว การก่อเหตุจี้ปล้นชิงทรัพย์ จนถึงอาชญากรรมมากมาย แม้ทางการจะพยายามเร่งกวาดล้างจับกุม แต่ก็ยังแพร่ระบาดไม่หยุดหย่อน จึงมีเสียงวิจารณ์ว่าการที่ภาครัฐปราบปรามไปนั้น เป็นเพียงเครือข่ายหรือลูกน้องหางแถว แต่ตัวการหรือผู้บงการใหญ่ไม่สามารถจับกุมได้หรือได้ก็เป็นเพียงส่วนน้อย อีกทั้งมีความพร้อมสรรพด้วยอิทธิพลและเงินทองมหาศาล จึงใช้ปัจจัยเหล่านี้เป็นกลไกสร้างเกราะป้องกันไม่ให้เงื้อมมือของกฎหมายเข้าไปถึงตัวได้
ส่วนหนึ่งที่กฎหมายไม่อาจจัดการกับตัวการใหญ่ ก็มาจากข้าราชการบางส่วนที่ประพฤติมิชอบ ให้การช่วยเหลือปกป้อง และกลายเป็นเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดไปด้วย โดยไม่คำนึงถึงหน้าที่และศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการ ขาดซึ่งความยั้งคิดในสิ่งถูกสิ่งผิด โลภ เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตน และปรากฏเป็นข่าวดังก็หลายหนหลายหน่วยงาน ดังเช่น กรณีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ของเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ที่โดนกวาดล้างจับสิ่งของต้องห้ามไปพบยาเสพติดภายในเรือนจำจำนวนมาก และยังมีเครือข่ายค้ายาบ้ารายใหญ่เป็นนักโทษในคุกด้วย โดยมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เป็นลูกสมุนคอยรับใช้อำนวยความสะดวก และบางส่วนก็ร่วมขบวนการค้ายา ซึ่งไม่เพียงแค่เรือนจำที่นี่แห่งเดียว แต่มีอีกหลายแห่งเป็นที่บัญชาการของแก๊งยาบ้า
ล่าสุดก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้วงการตำรวจต้องด่างพร้อย เมื่อมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยศดาบตำรวจนายหนึ่งขับรถยนต์แหกด่านที่ จ.ลำปาง และพบว่าได้ซุกซ่อนยาบ้ากว่าหนึ่งล้านเม็ด และยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง จนมีการออกหมายจับเครือข่ายรวม 7 คน พร้อมทั้งไล่ล่ายึดทรัพย์ได้หลายสิบล้านบาท ขณะเดียวกันได้จับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจยศร้อยตำรวจตรีรายหนึ่งเป็นถึงรองสารวัตรปราบปรามในจังหวัดภาคเหนือขนยาเสพติดขึ้นรถทัวร์ ยิ่งทำให้เห็นว่ามะเร็งร้ายที่แอบแฝงในระบบราชการได้ลุกลามแผ่ขยายมากขึ้นจนเป็นที่น่ากังวล และอย่ามัวแต่ให้เหตุผลว่าในทุกองค์กรหรือหน่วยงานต่างมีคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไป แล้วไม่ทำอะไรเลย จึงจำเป็นต้องมีมาตรการสอดส่องดูพฤติกรรมและคัดกรองว่าเจ้าหน้าที่รายใดมีแนวโน้มไปในทางที่ผิด
นับเป็นเรื่องดีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับพร้อมคาดโทษให้ผู้บังคับบัญชาดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ป้องกันไม่ให้เข้าไปพัวพันกับยาเสพติด เพราะเป็นด่านแรกที่ทำงานใกล้ชิดกัน ย่อมจะรู้พฤติกรรมตลอดจนทัศนคติและครอบครัวของลูกน้องเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับหน่วยงานราชการอื่นก็ควรจะกระทำตามอย่างด้วย เพราะยาเสพติดได้ระบาดไปทุกวงการ ทั้งในระดับท้องถิ่นที่ข้าราชการท้องถิ่นเข้าไปพัวพัน หรือแม้แต่วงการศึกษาที่พบบ่อยครั้งว่าครูเป็นผู้ค้ายาเสียเอง รวมทั้งในส่วนของครอบครัวก็ต้องเฝ้าระวังดูแลเช่นกัน ถ้าทุกหน่วยร่วมกันกวาดบ้านตัวเองให้สะอาด จะเป็นก้าวสำคัญที่เป็นหนทางไปสู่การแก้ไขปัญหายาเสพติดได้



