คอลัมนิสต์

หน้าที่ของดีเอสไอ

หน้าที่ของดีเอสไอ

23 ต.ค. 2555

หน้าที่ของดีเอสไอ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2555

              นับเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมสำหรับการทำงานของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กรณีที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก พระใบฎีกาเทียนชัย สุภัทโท เจ้าอาวาสวัดแม่ตะไคร้ ต.ทาเหนือ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ร้องให้ดีเอสไอตรวจสอบพฤติการณ์ของ นายสมพงษ์ กันภัย หรือ อาจารย์หนู กันภัย และบุคคลใกล้ชิด ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของการสักยันต์ มีลูกศิษย์มากมายหลายวงการ แม้กระทั่งดาราจากต่างประเทศก็ยังมาขอให้อาจารย์หนู กันภัย สักยันต์มาแล้ว เพราะเชื่อในความเป็นมงคลของอักขระ ของสำนักอาจารย์หนู กันภัย
 
               ทว่าเรื่องที่เกิดการร้องเรียนกันขึ้นมานั้นกลับเป็นเรื่องที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียให้แก่สำนักสักยันต์ชื่อดังอันดับหนึ่งของประเทศไทยไปเสียแล้ว เนื่องจากข้อร้องเรียนของ พระใบฎีกาเทียนชัย สุภัทโท นั้น เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ที่อาจารย์หนู กันภัย ได้ไปให้คำมั่นสัญญาไว้ว่าจะมาสร้างหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกไว้ที่วัดแห่งนี้ จากนั้นก็เปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาได้บริจาคเงินและเช่าซื้อวัตถุมงคลเพื่อนำเงินส่วนหนึ่งไปร่วมสร้างหลวงพ่อทวด แต่เมื่อเวลาผ่านไปพอสมควรแล้วกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างจริงจัง จึงทำให้ต้องมาร้องขอให้ดีเอสไอตรวจสอบเงินบริจาคดังกล่าว
 
               เรื่องราวเช่นนี้ ไม่ใช่คดีแปลกใหม่ เพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายยุคหลายสมัย พระสงฆ์องค์เจ้า ผู้มีบุญบารมีหลายคนในอดีตก็เคยข้ามไม่พ้นเรื่องเช่นนี้มาแล้ว บางคนโชคดีได้กลับไปเริ่มต้นใหม่ แต่บางคนกลับมีปลายทางอยู่ที่คุกตะราง แต่นั่นเป็นเรื่องเฉพาะตัว หรือบางครั้งก็อาจมีลูกศิษย์คนสนิทพ่วงไปด้วย พระบางรูปก็โชคดีที่ทำบุญมามากมาย ถึงแม้ลูกศิษย์คนสนิทเอาชื่อเอาเสียงไปทำมาหากิน สร้างเหรียญเก๊ขายจนจนร่ำรวย แต่ด้วยจิตใจบริสุทธิ์จึงทำให้รอดพ้นความเสื่อมมาได้จนทุกวันนี้
 
               ถึงแม้ว่าในวันนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอ ว่าเรื่องของอาจารย์หนู กันภัย จะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ แต่การรีบเข้าไปตรวจสอบในทันทีที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ก็เท่ากับเป็นการเตือนประชาชนคนทั่วไปทั้งหลายที่มีศรัทธาตั้งแต่แรก หรือกำลังศึกษาหาความรู้ว่าจะเข้าไปเป็นศิษย์ก็จะได้ใคร่ครวญให้จงหนัก ศึกษาให้ถ้วนถี่ เพราะเรื่องความเชื่อนั้น เมื่อลงได้เชื่อแล้วก็ยากที่จะไถ่ถอนตัวเองออกมาได้
 
               ผลการสอบสวนของดีเอสไอ เมื่อถึงที่สุดแล้ว ก็เป็นไปได้ว่า สิ่งที่อาจารย์หนู กันภัย และบรรดาศิษย์ทั้งหลายทำไปนั้นอาจไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย และมีเจตนาที่จะนำเงินบริจาคและความศรัทธาของประชาชนทั้งหลายที่ได้บริจาคและซื้อวัตถุมงคลนำไปสร้างหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อให้เป็นประวัติศาสตร์แห่งความศรัทธาอย่างแท้จริงก็ได้ แต่หน้าที่ของดีเอสไอ ก็คือการป้องกัน หรือทำคดีที่สร้างความเสียหายให้แก่คนจำนวนมาก ไม่ใช่คดีเล็กคดีน้อย หรือแค่สงสัยว่าด่ากันก็รีบเข้าไปรับฟ้องอย่างหน่วยงานบางหน่วยเขาทำกันตามกระแสการเมือง