
'เพรียวพันธ์-จารุพงศ์'สายตรงทั้งคู่!
'เพรียวพันธ์-จารุพงศ์'สายตรงทั้งคู่! : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
แม้ว่าข่าวการประชุมวิสามัญของพรรคเพื่อไทย เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ จะไม่คึกคัก เพราะส่วนใหญ่เชื่อว่า ท้ายที่สุดอำนาจการตัดสินใจสุดท้ายไม่ได้อยู่ที่ "คณะกรรมการบริหารพรรค" แต่อยู่ที่ผู้มีบารมีนอกประเทศ
แต่ก็เชื่อว่า หลายคนยังให้ความสนใจผู้ที่จะมานั่งในตำแหน่ง "หัวหน้าพรรค" เพราะอย่างน้อยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกต้องเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดคนหนึ่ง
ผู้ที่ได้การคาดคะเนและมีชื่อปรากฏตามหน้าสื่อต่างๆ มีหลายคน เนื่องจากสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ได้พ้นโทษแบรนด์ทางการเมือง ทำให้ "พรรคเพื่อไทย" ในครั้งนี้มีบุคลากรที่มีความสามารถและได้รับการเสนอชื่อหลายคน ตั้งแต่ "จาตุรนต์ ฉายแสง, ภูมิธรรม เวชยชัย, จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ, พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์"
โดยเฉพาะ "จาตุรนต์-ภูมิธรรม-จารุพงศ์" ได้แรงสนับสนุนจากกลุ่มคนเสื้อแดงค่อนข้างมาก
แต่การคัดเลือกครั้งนี้มีเสียงจากสมาชิกเกือบ 300 เสียง ประกอบด้วยเสียงจาก "รัฐมนตรี-ส.ส.และตัวแทนสาขาพรรคทั่วประเทศ"
ดังนั้นหากไม่มี "ใบสั่ง" เชื่อว่าคะแนนเสียงแต่ละคนน่าจะมีเสียงแตกต่างกันไป
โดยในการประชุม ส.ส.ของพรรคในวันอังคารที่ 23 ตุลาคมนี้ จะเป็นการประชุมเพื่อแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับวาระการเลือก "คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่" ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้
ซึ่งในการประชุมจะมีการเสนอชื่อสมาชิกเพื่อชิงตำแหน่ง "หัวหน้าพรรค" โดยมีผู้รับรองอย่างน้อย 5 คน หากผู้ได้รับการเสนอชื่อไม่ประสงค์จะเข้าชิงตำแหน่งสามารถขอถอนตัวได้
สำหรับคุณสมบัติของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยถูกมองว่าไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้านการเมือง เพราะส่วนใหญ่น่าจะมาทำหน้าที่ด้าน "ธุรกรรม" ให้แก่พรรคมากว่างานด้านการเมือง
เหมือนกับสมัยที่ "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" มารับตำแหน่ง "หัวหน้าพรรคเพื่อไทย" ครั้งแรก ภารกิจส่วนใหญ่เน้นงานด้านเอกสาร ไม่เกี่ยวกับงานบริหารการเมืองภายในพรรค
การเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ผู้ที่จะมานั่งในคณะกรรมการบริหารพรรคก็ถูกมองไม่ต่างกัน
โดยเฉพาะเมื่อมีกระแสข่าวก่อนประชุมเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคเลือก 1 วัน คือวันที่ 29 ตุลาคมนี้ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาที่ฮ่องกง จึงถูกมองว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการประชุมในครั้งนี้ด้วย
ขณะที่ "ภูมิธรรม เวชยชัย" ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย มองว่า ผู้ที่เหมาะจะมาเป็นหัวหน้าพรรคในสถานการณ์ปัจจุบันต้องสามารถประสานกับทุกฝ่ายได้ ทั้งภายในพรรคและนอกพรรค มีภาวะการนำพาพรรค และสร้างสรรค์ประเทศให้ดีขึ้น
"การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีใบสั่งจากคุณทักษิณ กรรมการบริหารพรรคเป็นตัวจริงทั้งหมด ถ้ามีใบสั่งจากคุณทักษิณป่านนี้คณะรัฐมนตรีปรับเป็น 10 ตำแหน่งแล้ว เพราะที่ผ่านมามีแต่ข่าวว่าคุณทักษิณเสนอให้ปรับรัฐมนตรีตลอด และหัวหน้าพรรคคนใหม่ไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มหรือก๊วน เนื่องจากพรรคเพื่อไทยไม่มีกลุ่มหรือก๊วนที่ชัดเจน"
ส่วนรายชื่อที่คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ "ภูมิธรรม" ไม่ยอมเปิดเผย เพราะคาดเดายาก เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น
แต่ถ้ามาไล่เรียงรายชื่อในขณะนี้ ชื่อที่โดดเด่นมีอยู่ 2 ชื่อ คือ "จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ และ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์"
แม้ว่า "เพรียวพันธ์" จะเคยประกาศในวันที่เดินทางไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยว่า ไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค พร้อมกับประกาศว่า ถ้ามีใครเสนอชื่อก็จะขอถอนตัวถือเป็นการแสดงท่าทีส่วนตัวเท่านั้น ถ้าเป็นมติพรรคหรือเป็นความต้องการของผู้ใหญ่ก็ต้องมาดูท่าทีกันใหม่อีกครั้ง!
เพราะผู้ใหญ่ในพรรค โดยเฉพาะ "เครือญาติ" คงอยากให้ผู้ที่ไว้ใจได้มานั่งอยู่ในตำแหน่ง "หัวหน้าพรรค" มากกว่าการให้คนอื่น
สำหรับ "เพรียวพันธ์" ณ เวลานี้ถือว่าคุณสมบัติครบถ้วน!
-เป็นคนมีบุคลิกประนีประนอม
-ไม่มีประวัติด่างพร้อย
-ตระกูลชินวัตรไว้วางใจมากที่สุด
-ไม่มีศัตรู เข้ากับทุกฝ่ายได้ โดยเฉพาะสายตรงจากบ้านจันทร์ส่องหล้า
-การที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เรื่องการ "ยุบพรรค" แทบจะมีความเป็นไปได้ยาก
ดังนั้นการที่ "เพรียวพันธ์" ปฏิเสธรับตำแหน่ง เพราะเชื่อว่าส่วนตัวแล้วไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง
ที่สำคัญการเข้าไปนั่งในตำแหน่ง "หัวหน้าพรรค" ในสถานการณ์ที่การเมืองกำลังร้อน โอกาสในการร้องเรียนให้ "ยุบพรรค" ย่อมกระทบผู้ที่ไปนั่งในตำแหน่ง "กรรมการบริหารพรรค"
เชื่อว่า "เพรียวพันธ์" หากมองถึงอนาคตที่จะก้าวไปในตำแหน่งที่สูงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
โดยเฉพาะตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" คุณสมบัติของ "เพรียวพันธ์" ไม่ด้อยไปกว่า "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" หรืออาจจะโดดเด่นกว่าด้วยซ้ำ
"ผมรู้ตัวว่าไม่พร้อม และไม่มีความสามารถเพียงพอในเรื่องการเมือง" คำยืนยันของ "เพรียวพันธ์" เมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่ไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค
ดังนั้นท่าทีของ "เพรียวพันธ์" เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่เดินทางเข้าไปสมัครสมาชิกพรรคต่อสถานการณ์ในวันเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยในวันที่ 30 ตุลาคม การเจรจาทำความเข้าใจระหว่าง "พี่-น้อง" คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ย่อมมีโอกาสทำให้ท่าทีปฏิเสธเปลี่ยนเป็นตอบรับได้
โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ "พรรคเพื่อไทย" เป็นรัฐบาล ความได้เปรียบทางการเมืองย่อมมีผลต่อการตัดสินใจในเชิงบวก
แต่ถ้าท้ายที่สุด "เพรียวพันธ์" ยังยืนยันแข็งขันไม่รับตำแหน่ง ก็ยังมี "จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ" รมว.คมนาคม ในฐานะรักษาการเลขาธิการพรรค ซึ่งเสียงสนับสนุนขณะนี้มาเป็นอันดับสอง รองจาก "เพรียวพันธ์"
เพราะสัมพันธภาพระหว่าง "จารุพงศ์" กับ "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" มีกันมานาน ตั้งแต่สมัยการแลกเปลี่ยนเก้าอี้ "ปลัดกระทรวงยุติธรรม" กับ "ปลัดกระทรวงแรงงาน" ในสมัยที่ "ทักษิณ" เป็นนายกรัฐมนตรี
ดังนั้น ไม่ว่า "เพรียวพันธ์" หรือ "จารุพงศ์" ก็สายตรงทั้งคู่!
...................
(หมายเหตุ : 'เพรียวพันธ์-จารุพงศ์'สายตรงทั้งคู่! : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)



