คอลัมนิสต์

คำสั่งปากเปล่า!เจ้าหน้าที่รับเคราะห์

คำสั่งปากเปล่า!เจ้าหน้าที่รับเคราะห์

17 ต.ค. 2555

คำสั่งปากเปล่า!เจ้าหน้าที่รับเคราะห์ : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์

              เห็นอาการยืนยันของเจ้ากระทรวงการต่างประเทศ "สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล" ที่ประกาศไม่ยึดคืน "พาสปอร์ต" หรือหนังสือเดินทางของ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี รู้สึกเห็นใจเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ
 
              เพราะขณะที่ "เจ้ากระทรวง" ประกาศจุดยืน "อุ้ม" เจ้านาย แต่ฝ่ายปฏิบัติต้องรับผิดชอบเมื่อรับ "คำสั่ง" ที่ขัดแย้งกับข้อกฎหมายโดยเฉพาะเป็นคำสั่งที่ไม่มีลายลักษณ์อักษรต้องตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
 
              ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา "กระทรวงการต่างประเทศ" ลงนามโดย "ปลัดกระทรวง" ได้ส่งหนังสือขอขยายเวลาชี้แจงการคืนพาสปอร์ตให้ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ไปยัง "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" เป็นเวลา 30 วัน เพื่อรวบรวมเอกสารหลักฐาน
 
              หลังจากทาง "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ได้ส่งหนังสือไปให้ "กระทรวงต่างประเทศ" ทบทวนการออกพาสปอร์ตให้ "ทักษิณ" เมื่อ 13 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่า ถ้าไม่ทบทวนสุดท้ายหากมีการฟ้องร้องถึงศาลปกครองผู้ที่รับผิดชอบต่อเรื่องนี้คงไม่พ้น "เจ้าหน้าที่" ตั้งแต่ "ผู้อำนวยการกองหนังสือเดินทาง, อธิบดีกรมการกงสุล ไปจนถึงปลัดกระทรวง"
 
              เพราะถ้ามาดู "ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง" ในหมวด 7 "การปฏิเสธหรือยับยั้งคำขอหนังสือเดินทาง" ข้อที่ 21 (2) ที่ระบุว่า เมื่อได้รับแจ้งว่าผู้ร้องเป็นผู้ซึ่งกำลังรับโทษในคดีอาญา หรืออยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว หรือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งศาลหรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจเห็นว่าไม่ควรจะออกหนังสือเดินทางให้
 
              หลายคนสงสัยทำไม "ทักษิณ" ยังสามารถถือพาสปอร์ตอยู่ได้ ทั้งที่ถูกดำเนินคดีและออกหมายจับ
 
              ต้องไปดูว่าทาง "กระทรวงการต่างประเทศ" ให้ตรวจสอบประวัติของ "ทักษิณ" จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นปัจจุบันหรือไม่ หรือเลือกถามประวัติก่อนที่ศาลจะตัดสินคดีที่ดินรัชดาฯ ในเดือนตุลาคม 2551
 
              โดยเลือกที่จะถามข้อมูลเฉพาะเจาะจงไม่ถามข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน!
 
              เพราะถ้าถามข้อมูลปัจจุบันก็เชื่อว่า "ทักษิณ" อาจอยู่ในข่ายถูกยับยั้งคำขอหนังสือเดินทาง ข้อที่ 21 (2) เพราะมีคดีติดตัวอยู่หลายคดีโดยในรอบ4 ปี "ทักษิณ" มีหมายจับแล้ว 6 หมาย
 
              เช่น คดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), คดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ให้แก่รัฐบาลพม่าวงเงิน 4,000 ล้านบาท, คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน), คดีทุจริตแปลงสัมปทานมือถือ-ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต, คดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษกมูลค่า 772 ล้านบาทเศษ ซึ่งศาลพิพากษาที่ให้จำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเวลา 2 ปี, คดีก่อการร้าย 
 
              เพียงแค่ไล่เรียงคดีแล้วนำมาเปรียบเทียบกับ "ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง" ก็น่าจะพอได้คำตอบว่าควรจะทำอย่างไรก็พาสปอร์ตของ "ทักษิณ"
 
              เมื่อมีข้อโต้แย้งความผิดทางการเมืองกับความผิดทางกฎหมาย โดยฝ่ายหนึ่งเชื่อว่า "ทักษิณ" ไม่ผิด แต่ถูกยัดข้อหา หรือตามหลักกฎหมาย "ดร.ด้านกฎหมายเพื่อไทย" ใช้คำว่า "คุณทักษิณไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำสิ่งที่กฎหมายห้าม"
 
              แต่ในทางการเมืองถ้าไปถามศาลเกี่ยวกับสิ่งที่ "ทักษิณ" ทำคงรอดยาก และจากพฤติกรรมของ "สุรพงษ์" ถือว่าเป็นการส่งเสริมให้ "ทักษิณ" หนีหมายศาลหรือขัดคำสั่งศาล
 
              การที่ "เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ" ส่งหนังสือขอขยายเวลาชี้แจงเรื่องพาสปอร์ต "ทักษิณ" เป็นเวลา 30 วัน มองเป็นอื่นไม่ได้นอกจากเพียงเพื่อ "ซื้อเวลา" ดูทิศทางการเมืองแต่ไม่รู้ว่าจะยื้อได้นานแค่ไหน!

.......

(หมายเหตุ : คำสั่งปากเปล่า!เจ้าหน้าที่รับเคราะห์ : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)