
ความทรงจำของ'คนเดือนสิบ'
ความทรงจำของ'คนเดือนสิบ': มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
ตลอดวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวการทำกิจกรรม "รำลึกเหตุการณ์สำคัญ" ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
เริ่มจากภาคเช้า มีพิธีการรำลึกและสดุดีวีรชน 14 ตุลา 2516 ณ อนุสรณ์สถานฯ แยกคอกวัว ซึ่งเปรียบเสมือนงานประจำปีของมูลนิธิ 14 ตุลาไปแล้ว พอสายหน่อยก็เป็นการแสดงปาฐกถา 14 ตุลา ประจำปี 2555 หัวข้อ "ประชาธิปไตยกับการปกป้องทรัพยากรชุมชน" โดย จินตนา แก้วขาว แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบ่อนอก-หินกรูด
ภาคบ่าย มีกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) โดยจัดพิธีการประกาศรับรองให้วันที่ 14 ตุลาคม 2516 เป็นวันสำคัญของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเปิดตัว "หมุด 14 ตุลา" ณ ลานโพธิ์
ต้องให้เครดิต สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่จัดงานดังกล่าวขึ้นมา รวมถึงการรับเป็นเจ้าภาพจัดงานรำลึกวีรชน 6 ตุลาในปีนี้ด้วย
ที่แตกต่างไปจากหลายๆ ปีคือ คนเสื้อแดงในนาม "ศูนย์ประสานงานเพื่อประชาธิปไตย" (ศปป.) ได้จัดงาน "39 ปี 14 ตุลา ศึกษาอดีต เพื่อเข้าใจปัจจุบัน มุ่งมั่นสู่อนาคต" ณ ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งแต่เวลา 10.00-24.00 น. แม้ผู้คนจะมาร่วมงานน้อยกว่าการชุมนุมของ นปช. แต่เนื้อหาการพูดจาปราศรัยบนเวที ก็แตกต่างจากงานภาคเช้าที่จัดโดยมูลนิธิ 14 ตุลา อย่างสิ้นเชิง
อีกงานหนึ่งที่คึกคักคืองาน "รำลึก 79 ปี อนุสาวรีย์ปราบกบฏ" บริเวณวงเวียนหลักสี่ บางเขน โดยคณะกรรมการอนุสาวรีย์ปราบกบฏ ซึ่งประกอบด้วยกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย คณะสืบสานเจตนารมณ์คณะราษฎร กลุ่มเพื่อนรัฐธรรมนูญ 2540 กลุ่มแดงบางเขน กลุ่มแดงสายไหม กลุ่มแดงบางกะปิ กลุ่มแดงมีนบุรี และสมัชชาเสื้อแดงสมุทรปราการ เป็นต้น
ผมนั่งดูการถ่ายทอดสดทางทีวีดาวเทียมช่องพีแอนด์พี จึงรู้ว่าเหตุที่พวกเขาเลือกจัดงานวันเดียวกับการรำลึก 14 ตุลา เพราะอนุสาวรีย์ปราบกบฏ หรืออนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ได้มีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2479 เพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงเหตุการณ์ปราบกบฏบวรเดชเพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญ
ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทยช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ก็คงพอเข้าใจว่า ทำไมกลุ่มแดงอิสระ จึงรวมตัวกันจัดงานดังกล่าวขึ้นมา
นอกจากการติดตามข่าวสารกิจกรรมรำลึกแล้ว ผมยังได้อ่านบทความเกี่ยวกับเหตุการณ์ 14 ตุลา จากคนรุ่นเดียวกัน ซึ่งวันนี้ พวกเขามีจุดยืนทางการเมืองต่างกัน
รุ่นพี่คนหนึ่งที่เคลื่อนไหวมาตั้งแต่ยุคแสวงหา ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษากลุ่มคนเสื้อแดงได้ประเมินคุณค่า 14 ตุลาว่า
"ขบวนการคนเสื้อแดง ที่ขยายตัวเติบใหญ่อย่างรวดเร็ว มีคนเข้าร่วมทั่วประเทศ และดำเนินการเคลื่อนไหวต่อสู้ด้วยรูปแบบชุมนุม เดินขบวนนับครั้งไม่ถ้วน อย่างการชุมนุมรอบทำเนียบรัฐบาล โดยเฉพาะในวันที่ 8 เมษายน 2552 และการชุมนุมใหญ่ 14 มีนาคม-19 พฤษภาคม 2553 มีคนเสื้อแดงมาร่วมกว่าครึ่งล้าน มากกว่าการเดินขบวนใหญ่เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2516 ในแง่ปริมาณ กรณี 14 ตุลายิ่งใหญ่น้อยกว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดง ด้านคุณภาพคือจุดมุ่งหมายหรืออุดมการณ์ก็ต่ำกว่าคนเสื้อแดง คนเสื้อแดงส่วนใหญ่จึงประเมินคุณค่าของ 14 ตุลาต่ำลง"
ถัดมา ผมก็ได้รับอีเมลจากคนรุ่นเดียวกัน ซึ่งเขาเรียกร้องให้ผู้รักประชาธิปไตยก้าวข้ามเหลือง-แดง เพื่อสร้างสรรค์อำนาจของภาคประชาสังคมให้เติบใหญ่
"จะเห็นได้ว่าจิตใจและเจตนารมณ์การเคลื่อนไหวของผู้คนในยุคนี้ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับผู้คนในยุค 14 ตุลา การจะนำเอาเจตนารมณ์และจิตใจของการเคลื่อนไหวในยุคนั้น มารับใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ จึงเป็นการฉกฉวยดอกผลของการต่อสู้และนำไปกล่าวอ้างอย่างสามานย์และไม่ถูกต้อง เพราะเพียงเพื่อมุ่งหวังที่จะนำเอาเหตุการณ์ในอดีตมารับใช้ในปัจจุบัน ที่ทำไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ของคนส่วนน้อย และเป็นการบิดเบือนเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ความเป็นจริงจากดำเป็นขาวอย่างไม่น่าให้อภัย"
5-6 ปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกแปลกประหลาดใจ ไม่คิดว่าคนรุ่นเดียวจะมี "ความทรงจำ" ต่อเหตุการณ์ 14 ตุลา แตกต่างกัน เหมือนไม่มีวันที่พวกเขาจะกลับมาพูดคุยกันได้อีกแล้ว



