คอลัมนิสต์

ค้นหาความจริง

ค้นหาความจริง

17 ต.ค. 2555

ค้นหาความจริง : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2555

              คนในรัฐบาลออกมาบอกว่า ฝ่ายค้านจะใช้ 3 ประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ 1.ชายชุดดำ 2.การไซฟ่อนเงินหมื่นล้านที่ฮ่องกง และ 3.นโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล ทั้ง 3 เรื่องนี้แหละที่ว่ากันว่ารัฐบาลกำลังเตรียมข้อมูลเพื่อตั้งรับพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการจับผิดทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะความไม่ชอบมาพากลเรื่องข้าวได้ตั้งเค้ามาก่อนหน้านี้ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ก็ออกมายอมรับว่า มีการทุจริตจริงแต่อยู่ในระดับปฏิบัติ ไม่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง
 
              เรื่องต่อมาคือ การไซฟ่อนเงินกว่าหมื่นล้านบาทที่เกาะฮ่องกง เรื่องนี้ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ เพราะแม้แต่กระทรวงยุติธรรมก็ออกมายืนยันว่า ยังไม่ทราบข้อมูล รวมถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ของไทยก็ไม่เคยได้รับการประสานงานเช่นกัน ข่าวที่ออกมาจากเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นก็ยังชี้ชัดไม่ได้ ความจริงการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการฟอกเงินก็ไม่ใช่เรื่องยาก รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยกุมอำนาจรัฐมีเครื่องไม้เครื่องมืออยู่มากมาย การพิสูจน์ความจริงจึงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ปัญหาคือ โพยก๊วนเป็นช่องทางที่พ่อค้า นักการเมือง และกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายระบายเงินออกต่างประเทศ
 
              สำหรับประเด็นของชายชุดดำที่กรมสอบสวนคดีพิเศษกำลังทำคดีอยู่นั้น ถือว่าเป็นประเด็นที่มีผลมาจากการชุมนุมทางการเมือง ส่วนชายชุดดำจะมีจริงหรือไม่นั้น ตำรวจนครบาลย่อมรู้ดีที่สุดเพราะเป็นหน่วยปฏิบัติหลัก ร่วมกับทหาร เรื่องของชายชุดดำนี้ ล่าสุด พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตผบก.น.1 ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าเจรจาต่อรองได้เข้าให้ปากคำต่อดีเอสไอ ยืนยันว่ามีชายชุดดำจริง และหน่วยเหนือมีคำสั่งให้กองบังคับการสืบสวนของนครบาลติดตามสืบสวนหากลุ่มคนเหล่านี้ เนื่องจากมีหลักฐานหลายอย่างบ่งชี้ แต่ที่แน่ๆ คำให้การของผู้ที่เกี่ยวข้องจะปรากฏอยู่ในสำนวนการสอบสวน ส่วนผลการพิสูจน์จะออกมาอย่างไรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลเท่านั้น
 
              อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งสามเรื่องนี้พรรคฝ่ายค้านกำลังจะหยิบยกขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะล้มรัฐบาลได้หรือไม่ แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย ที่ต้องหาความจริงมาให้ได้โดยรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าลืมว่าประเทศไทยมีปัญหาทางการเมืองมานานและการทุจริตคอร์รัปชั่นก็อยู่ในลำดับที่ 80 จากจำนวน 183 ประเทศทั่วโลก แม้แต่นักลงทุนก็มีเสียงสะท้อนมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ขณะเดียวกันนักการเมืองไทยกลับใช้สำนวนโวหารในการทำให้ดำเป็นขาว ทำให้กฎหมายเกิดช่องสองมาตรฐาน รัฐบาลควรค้นหาความจริง พิสูจน์ให้เห็นว่าอะไรที่ผิดกฎหมายหรือมีการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงรัฐบาลนี้จะดำเนินการทันที ประชาชนจะได้ไม่เคลือบแคลงสงสัย