
พม่าตัวแปรใหม่อาเซียน
พม่าตัวแปรใหม่อาเซียน: โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
กรุงร่างกุ้ง-พม่ากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการปฏิรูปทางด้านสื่อเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ รัฐบาลประธานาธิบดีเต็ง เส็ง ประกาศว่าพม่าจะเปิดประเทศและเป็นประชาธิปไตย หลังฟอร์มรัฐบาลมีนาคม ปี 2011
ขณะนี้พม่าได้กลายเป็นสมาชิกอาเซียนที่มีการปฏิรูปในทางสร้างสรรค์มากและเร็วที่สุดในองค์กร ยิ่งกว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่ได้เกิดขึ้นในอินโดนีเซียในช่วงปี 1998 เสียอีก ซึ่งถือว่าค่อนข้างเร็ว ในกรณีพม่ารัฐบาลชุดนี้รู้ดีว่าการปฏิรูปที่มีผลและประสิทธิภาพต้องทำพร้อมๆ กันคือ ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ ไม่ทำตามแบบที่เวียดนามหรือลาวได้เคยทำมาคือค่อยเป็นค่อยไป มุ่งด้านเศรษฐกิจ
เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นด้านสื่อ เมื่อเร็วๆ นี้รัฐบาลได้แต่งตั้งรัฐมนตรีข่าวสารคนใหม่คือ อู อ่อง จี (U Aung Gyi) ซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีดูแลโรงงานมาก่อน เคยทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างรัฐบาลกับ นางออง ซานซูจี มาแล้ว เป็นคนที่มีเครดิตน่าเชื่อถือ ส่วนรัฐมนตรีช่วยคนใหม่กระทรวงนี้ชื่อ นายเย ตูท (Ye Thut) เป็นที่ยอมรับของนักข่าวทั้งพม่าและเทศ
ต้องยอมรับว่า การปฏิรูปทั้งหมดในพม่าถือว่าเป็นนิมิตการเมืองใหม่ในเอเชียอาคเนย์ ยิ่งมองในกรอบอาเซียนแล้ว พม่าอาจจะเป็นตัวแปรสำคัญอย่างที่เคยมีมาก่อน ต้องจับตาดูต่อไป เนื่องจากมันส่งผลกระทบกระเทือนตรงต่ออนาคตอาเซียน
ในบริบทอาเซียนเหตุการณ์ในพม่าค่อนข้างพิเศษ เพราะมาตรการหลายๆ อย่างแซงหน้าสมาชิกอาเซียนหลายประเทศ ตัวอย่างเช่นพม่าได้ตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติปลายปีที่แล้ว เป็นประเทศที่ห้าที่มีคณะกรรมการดังกล่าว
นอกจากนั้น พม่ายังพิจารณาจะจัดตั้งสถานีทีวีสาธารณะขึ้นในปีหน้า ตอนนี้ให้บีบีซีเข้ามาช่วยเรื่องการฝึกนักข่าวและปรับโครงสร้างจากของรัฐให้เป็นสาธารณะ ในขณะเดียว ก็หันมาเรียนรู้จากประสบการณ์ไทยและอินโดนีเซียและประเทศอื่นๆ ปีหน้ารัฐบาลจะออกกฎหมายคุ้มครองภาคประชาสังคม
เดี๋ยวนี้สภาพสื่อในพม่ามีเสรีภาพมากขึ้นกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับสมาชิกอาเซียนหลายประเทศอย่างไม่น่าเชื่อ ระดับเสรีภาพอยู่ในระดับไทย หรือฟิลิปปินส์ก็ว่าได้
เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลพม่ายังได้ยกเลิกการเซ็นเซอร์ข่าวทั้งหมด อีกไม่นาน รัฐบาลจะอนุญาตให้ออกหนังสือพิมพ์รายวัน ซึ่งในอดีตถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายย
ในช่วงเปลี่ยนผ่านในพม่าการปฏิรูปอาจจะไม่เต็มร้อยเท่าที่หวังไว้ เพราะยังมีระบบราชการเก่าแก่พยายามขัดขวาง บางกลุ่มเสียผลประโยชน์ บางกลุ่มได้ผลประโยชน์ ประชาชนสับสน แต่โดยทั่วๆ ไปผลลัพธ์ยังออกมาดี
พม่าจะเป็นประธานอาเซียนในอีกเพียงสี่ร้อยกว่าวัน ถ้าพม่าต้องการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในอาเซียน หลังจากที่ถูกต่อว่ามาตลอด พม่าสามารถเรียกร้องให้อาเซียนเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ให้เพิ่มเสรีภาพสื่อ และขยายพื้นที่เสรีภาพในการแสดงออกแบบที่เคยทำให้เห็นมาแล้ว
การปฏิรูปที่มาผู้นำที่เป็นท็อปดาวน์จะมีประสิทธิภาพกว่าอาหรับสปริงค์ที่มาจากข้างล่างหรือไม่ นักรัฐศาสตร์หรือนักประวัติศาตร์ต้องศึกษากันต่อไป แต่ในพม่า การเปลี่ยนแปลงมาจากข้างบนกำลังจะออกดอกออกผลให้เห็น สร้างความตื่นเต้นให้ประชาคมโลกในปัจจุบัน



