
จะให้เป็นภัยอยู่อย่างนี้หรือ
จะให้เป็นภัยอยู่อย่างนี้หรือ: บทบรรณาธิการประจำวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2555
น่าดีใจกับดาราสาว โดนัท น.ส.มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล ที่เมื่อประสบเหตุคนร้ายทุบกระจกรถฟอร์จูนเนอร์ แล้วขโมยเอาทรัพย์สินไปมูลค่าร่วม 1 แสนบาท แต่ที่น่าจะมีมูลค่ามากกว่านั้นก็คือ ข้อมูลที่จัดเก็บเอาไว้ทั้งในโน้ตบุ๊ก ที่ถ้าคนร้ายไม่เอามาคืนให้ก็คงจะหายไปตลอดกาลนั้น ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ เริ่มตั้งแต่เข้าไปแจ้งความ การเดินทางไปตรวจสอบพื้นที่และสั่งการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ไปจนถึงวันถัดมาก็เร่งตรวจหาลายนิ้วมือแฝงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน
ที่ผ่านมาเกิดเหตุคนร้ายทุบกระจกรถในหลายพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายมาได้ และแน่นอนว่า ทรัพย์สินของประชาชนที่เคราะห์ร้ายก็ไม่ได้กลับคืนมา ซึ่งกรณีดาราสาวผู้นี้อาจเป็นอีกหนึ่งในหลายๆ รายที่มีแนวโน้มว่าจะได้ของกลับคืน และคนร้ายที่ก่อเหตุก็น่าจะถูกนำตัวมาดำเนินคดี เมื่อได้เห็นการเอาการเอางานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนายต่างก็ขะมักเขม้นกันอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าคนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้ดูจะมีประสบการณ์และผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีก็ตาม
พฤติกรรมการก่อเหตุของคนร้ายในคดีนี้มักจะเกิดในช่วงเวลากลางคืน สถานที่เกิดเหตุก็มักจะเป็นแหล่งที่มีสถานบันเทิง ร้านอาหารที่มีไหล่ทางให้จอดรถ และตามหมู่บ้านต่างๆ ที่เจ้าของบ้านไม่มีพื้นที่พอที่จะนำรถเข้าไปจอด จำเป็นต้องจอดรถไว้ที่ริมรั้วหน้าบ้าน หากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมู่บ้านใดเกิดหย่อนยานก็มีโอกาสที่จะเกิดเหตุเช่นเดียวกับที่ดาราสาวผู้นี้ประสบ แต่ความแตกต่างก็คือ ที่ผ่านมา คดีเช่นนี้ มักจะไม่ค่อยได้รับความสนใจที่จะติดตามคดี เพราะมองว่าเป็นเพียงการลักทรัพย์เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น การติดตามคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงอาจแตกต่างจากกรณีดาราสาว
สถานการณ์การระบาดของยาเสพติดที่รุนแรงในประเทศไทยขณะนี้ และสภาพเศรษฐกิจที่ค่าของเงินลดลงเพราะซื้อสินค้าได้น้อยลง ถึงแม้จะได้ค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มมากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดอาชญากรรมดังที่ว่า รวมทั้งนักโทษชั้นดีที่สังคมยังไม่ให้โอกาสแม้จะได้รับการอภัยโทษ ก็อาจทำให้เขาเหล่านั้นกระทำความผิดซ้ำขึ้นได้อีก สิ่งเหล่านี้เป็นภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่การป้องกัน ไปจนถึงรูปแบบ-วิธีการติดตามจับกุมคนร้ายเมื่อได้ก่อเหตุขึ้นแล้ว เพื่อเอามาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์นั้นไม่สามารถเลือกข้าง หรือเลือกคน ว่ามีชื่อเสียง เป็นลูกท่านหลานเธอ เป็นคนมีสี หรือสื่อมวลชนให้ความสนใจลงข่าว จึงจะเร่งรัดดำเนินคดีให้ เพราะต้องไม่ลืมว่า อาชญากรเหล่านั้น เมื่อกระทำสำเร็จแล้วรอดพ้นจากการจับกุมแล้วจะต้องหวนมากระทำความผิดอีกครั้งเมื่อใช้จ่ายเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินของเหยื่อหมดแล้ว นั่นย่อมหมายความว่า หากเหยื่อรายต่อไปไม่ใช่คนเด่นคนดัง ก็มีโอกาสสูงที่ "ภัยสังคม" จะยังคงเกิดขึ้นต่อไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติยุคใหม่ ที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จะปล่อยให้เรื่องแบบนี้คุกคามประชาชนคนไทยต่อไปกระนั้นหรือ



