
'เสี่ยหนู'รีเทิร์นรับมรดก'ภูมิใจไทย'
'เสี่ยหนู'รีเทิร์นรับมรดก'ภูมิใจไทย' : ขยายปมร้อนโดยวัฒนา ค้ำชู
ทันทีที่นักธุรกิจเจ้าสัวใหญ่เครือซิโน-ไทย คอนสตรัคชั่น “ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” ประกาศสละแพ "ภูมิใจไทย" แล้วปล่อยผ่านเข้าสู่มือลูกรักอย่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล” หรือ "เสี่ยหนู" ที่กล้าหาญอาสาออกหน้าเป็นแม่ทัพ
ซึ่งยังต้องพิสูจน์กันว่า "พรรคภูมิใจไทย" ใต้เงา "เสี่ยหนู" เติบใหญ่ไปข้างหน้าหรือแค่ประคับประคองเอาไว้ในแบบเดิม
นอกจาก "อนุทิน" ที่มานั่งหัวหน้าพรรค สมาชิกพรรคภูมิใจไทยยังคลอดอีก 8 กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เข้ามาแทนที่เป็นกรรมการบริหารชุดเก่า ประกอบด้วย "บุญจง วงศ์ไตรรัตน์" รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1 "ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ" รองหัวหน้าพรรคคนที่ 2 "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" เลขาธิการพรรค "ศุภชัย ใจสมุทร" รองเลขาธิการพรรค "นาที รัชกิจประการ" เหรัญญิกพรรค "ศุภมาส อิศรภักดี" โฆษกพรรค "รังสิกร ทิมาตฤกะ" นายทะเบียนพรรค และ "สรอรรถ กลิ่นประทุม" ประธานที่ปรึกษาพรรค
ไม่ต้องแปลกใจกับการขอเกษียณวางมือของ “ชวรัตน์” ก็เพื่อเป็นการส่งมอบมรดกการเมืองให้ทายาทหัวแก้วหัวแหวน ที่เข้าเล่นบทเป็นตัวจริงยามนี้
โดยที่ไม่ต้องคอยอยู่เบื้องหลังเช่นในอดีต ที่ติดโทษแบนต้องเว้นวรรคสนามการเมืองไปนาน 5 ปี
ขณะที่ขุนพลคู่ใจก็ขนาบข้างด้วย “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ได้เข้ามานั่งเป็นเลขาธิการพรรคเป็นแม่บ้านคู่ใจ
และด้วยชื่อ "ศักดิ์สยาม" ทุกคนก็รู้ว่าเขาเป็นน้องรักของ "เนวิน ชิดชอบ" เจ้าของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ได้ประกาศวางมือจากการเมือง และเดินหน้าทำทีมฟุตบอลอย่างเต็มตัวแล้ว
สิ่งที่เห็นกับการที่เป็นอยู่ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่เนื้อหาของ “เนวิน” ที่ให้เหตุแสดงผลทางชาวบ้านว่า กลัวทำบ้านเมืองวุ่นวาย
พร้อมกับทิ้งข้อความเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า “ผมพอแล้ว” หรือแม้แต่ประกาศแตกหักไปก่อนหน้านี้กับ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ข้อความว่า “มันจบแล้วครับนาย” จริงเท็จเพียงใดคงต้องรอเวลาระยะทางในอนาคตได้พิสูจน์กันต่อไป
แม้ "เนวิน" จะวางมือ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าครอบครัว "ชิดชอบ" จะออกจากการเมือง เพียงแต่วันนี้เปลี่ยนหน้ามาเป็น "ศักดิ์สยาม" เท่านั้น
ทั้ง 9 รายชื่อกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จากที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย เรียกว่าไม่พลิกจากกระแสที่แย้มมาก่อนหน้านี้
ที่ไม่ว่าอย่างไร หัวหน้าพรรคต้องเป็น "อนุทิน" ส่วนเลขาธิการพรรคต้องเป็น "ศักดิ์สยาม" เท่านั้น และชัดเจนว่า บุคคลเหล่านี้ล้วนมีความใกล้ชิดกับ “อนุทิน-เนวิน” เปรียบเป็นมือไม้ที่วางใจได้ เป็นเสมือนตัวกับเงาที่ตัวขยับเงาย่อมเคลื่อนไปตาม
แม้อีกมุมกลุ่มมัชฌิมาของ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” เพื่อนรักของเนวิน ที่เป็นแกนนำกลุ่ม ได้เล่นลงแพชิงหนีในยามที่พรรคภูมิใจไทยตกเป็นฝ่ายค้าน
“สมศักดิ์” มี ส.ส.อยู่ในมือ 7 คน แม้ลึกๆ ข้างในเป็นเช่นไรก็ไม่มีใครรับรู้การคิดอ่านความต้องการ แต่ก็มีเสียงพรั่งพรูออกมาจากคนสนิทข้างกาย ได้ส่งข้อความตามบทที่ควรจะเป็น มีนัยว่า ไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายค้าน เพราะกลัวความอดอยากปากแห้ง
และ "กลุ่มมัชฌิมา" ก็ได้เวลาทำตามวลีพจน์ ไม่มีมิตรแท้ ศัตรูถาวรในสนามการเมือง
ทันทีที่ “อนุทิน” ได้นั่งหัวหน้าพรรค ก็ได้เอ่ยปากขอบคุณสมาชิกพรรค ที่ไว้วางใจรับปากเป็นมั่นเหมาะจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง จะไม่เป็นคู่ขัดแย้งใครและสนับสนุนความปรองดองทุกรูปแบบนั้น เป็นภาพที่ถูกฉายออกมาในบุคลิกที่เห็นๆและเป็นอยู่ทุกวี่ทุกวัน
สิ่งหนึ่งที่แม้จะเปลี่ยนหัวหน้า แต่นโยบายหลักของพรรคนั้นไม่เปลี่ยน คือ การเทิดทูนสถาบัน และเรื่องนี้น่าจะถูกขยายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ส่วนงานการเมืองนั้น เขาบอกว่า พรรคต้องทำงานด้วยความชัดเจน ไร้เล่ห์เหลี่ยม นั่งทำงานในช่วงนี้เป็นฝ่ายค้านมืออาชีพ ไม่ต่อรองเป็นเกมการเมือง แล้วยังไม่คิดเข้าร่วมกับรัฐบาลในยุคสมัยนี้ แต่อนาคตไม่แน่ พร้อมทั้งยอมรับว่า นี่เป็นกฎธรรมชาติทางการเมือง
คำพูดนี้เหล่านี้ หากตีความแบบการเมืองก็อาจถูกมองว่า เป็นการส่งสัญญาณไปถึงบางคนว่าพร้อมที่จะร่วมงานด้วยแล้ว
และนี่เป็นบทบาทความเป็นตัวตนของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ในโอกาสการหวนคืนสู่สนามการเมืองแบบเต็มตัว และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคตัวจริง
วันนี้อาจจะยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบว่า ผลงานของ "เสี่ยหนู" จะเป็นอย่างไร แต่ระยะเวลาข้างหน้าจะแสดงให้เห็นถึงฝีไม้ลายมือ
เพราะสนามแห่งนี้ไม่ใช่ธุรกิจก่อสร้างหมื่นล้าน หากแต่เป็นการพายเรือบนดงขวากหนามความขัดแย้งผลประโยชน์ ในยามที่บ้านเมืองยังแตกแยก และสถานการณ์อีกมากมายที่ยังดูอึมครึมไร้ทางออก
.................
(หมายเหตุ : 'เสี่ยหนู'รีเทิร์นรับมรดก'ภูมิใจไทย' : ขยายปมร้อนโดยวัฒนา ค้ำชู)



