คอลัมนิสต์

ยืดเวลาแถลงผลงานเลี่ยงปะทะซึ่งหน้า

ยืดเวลาแถลงผลงานเลี่ยงปะทะซึ่งหน้า

11 ต.ค. 2555

ยืดเวลาแถลงผลงาน เลี่ยงปะทะซึ่งหน้า : ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา

             ยุทธศาสตร์ที่ทำให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เปลืองตัว เจ็บตัว หรือเจอกับแรงเสียดทานน้อยที่สุด กำลังทำให้รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลแรกที่ในกำหนดการแถลงผลงานของรัฐบาลเป็นส่วนหนึ่งของเกมการเมือง
 
              รัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐบาลทุกรัฐบาลต้องแถลงผลงานเมื่อทำงานครบ 1 ปี แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ยืดเวลาออกไปเพื่อให้ช่วงเวลาการแถลงผลงานรัฐบาลกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ในช่วงที่ใกล้กัน
 
              โดยปกติแล้ว เมื่อครบ 1 ปีของการทำงาน รัฐบาลที่ผ่านๆ มาก็จะแถลงต่อสื่อมวลชน จากนั้นจะแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา พร้อมกับแจกเอกสารรูปเล่ม เพื่อไปอ่านเพิ่มเติม
 
              แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งมอบหมายให้ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ไปดูแล ได้นำเอาผลงานรัฐบาลที่จัดทำเป็นรูปเล่มนั้น เข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ 9 ตุลาคม
 
              ทว่า เมื่อพิจารณาแล้ว ยิ่งลักษณ์กลับสั่งการให้นำกลับไปจัดทำใหม่
 
              บอกว่า เกินจริง !
 
              ความจริง ถ้ามีผลงานเกินสั่งก็น่าจะยินดีเสียมากกว่า
 
              แต่ที่สั่งไปอย่างนั้น มีคำอธิบายว่า บางกระทรวงสั่งให้ไปทำแค่เดือนสิงหาคม ก็กลับทำไปถึงเดือนกันยายน
 
              เกินกำหนด 1 ปีรัฐบาล
 
              ก็เลยเป็นเหตุให้ต้องกลับไปทำใหม่ แล้วให้เอามาเสนอที่ประชุม ครม.ในวันจันทร์หน้า
 
              ก็เข้าทาง !
 
              เพราะอยากให้วันเวลาที่จะแถลงผลงานรัฐบาลใกล้เคียงกับวันที่ฝ่ายค้านจะซักฟอกอยู่แล้ว
 
              ยิ่งตอนนี้ฝ่ายค้านบอกชัดเจนว่า จะยื่นซักฟอกปลายเดือนนี้ ไม่เกินกลางเดือนพฤศจิกายน จะได้เปิดเวลา จากนั้นรัฐบาลก็จะเปิดแถลงผลงานก่อนที่สมัยการประชุมสภาจะปิด
 
              ตบท้ายอย่างสวยงาม เพราะรัฐบาลได้มีโอกาสแก้ตัวถึง 2 ครั้ง 2 หน
 
              ยิ่งตอนนี้ก็รู้กันอยู่ว่า ฝ่ายค้านทำงานยากลำบาก เพราะระบบราชการที่รัฐบาลเข้าไปปรับเปลี่ยนนั้นเข้มแข็งจนยากที่จะเจาะไชเข้าไปเอาข้อมูลมาซักฟอก ก็ยิ่งทำให้รัฐบาลมั่นใจที่จะเล่นในเกมที่ตนถนัด
 
              เลี่ยงปะทะซึ่งหน้า
 
              วางจังหวะเวลาที่ได้เปรียบมากที่สุด
 
              ในส่วนของฝ่ายค้านเอง ถึงจะเรียกได้ว่า เป็น "ฝ่ายค้านมืออาชีพ" ก็ยอมรับว่า ถึงจะมั่นใจว่ากระทรวงเศรษฐกิจทุกกระทรวงมีเรื่องทุจริต แต่ก็ยากที่จะไปปลิ้นไส้เอาข้อมูลมาฟ้องประชาชน
 
              จะมีอันดับหนึ่งก็แค่เพียง "กระทรวงพาณิชย์" ที่จองกฐินกันตั้งแต่โครงการรับจำนำข้าวยังไม่เริ่มแค่กระทรวงเดียว
 
              นั่นก็เท่ากับยอมรับว่า ไม่มีปัญญาโค่นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้อย่างแน่นอนแล้ว
 
              ถึงแม้สุดท้ายจะมีข้อมูลรัดคอกระทรวงพาณิชย์ได้ ก็ไม่ได้ทำให้เกิดการ "ตายยกเล้า" เต็มที่ก็เอา บุญทรง เตริยาภิรมย์ ในฐานะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบได้แต่เพียงผู้เดียว
 
              แต่รัฐบาลที่มีเสียงมากขนาดนี้ มีหรือจะยอมเสียหน้า ปล่อย บุญทรง ตายคาสภา
 
              ถูลู่ถูกังกันไปยังไงก็ต้องเอาให้รอดอยู่แล้ว
 
              ขนาดม็อบพืชผลการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ที่มาเย้วๆ ปิดถนนที่นั่นที่นี่ ก็ยังบอกหน้าตาเฉยว่าเป็นม็อบที่มาเพื่อล้มรัฐบาล
 
              ทั้งที่ความจริงม็อบเหล่านั้น มาเพื่อให้รัฐบาลนี้ช่วยเหลือ เพราะราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ
 
              จะมีก็แต่ชาวนานี่แหละที่มาเชียร์รัฐบาล เพราะได้ประโยชน์จากการรับจำนำข้าว
 
              โดยที่ไม่สนใจว่า อนาคตประเทศจะเป็นอย่างไร
 
              ไม่สนว่ารัฐบาลจะเล่นใช้วิธีกู้หนี้เอามารับจำนำข้าว โดยเชื่อว่า จะขายออกได้ราคาดี ทั้งที่รู้ดีว่า เวลาขายก็ไม่ได้ขายยกลอตทีเดียว
 
              ข้าวที่เหลือเก็บมันก็เสื่อม ราคาก็ตกเป็นธรรมชาติ
 
              นักวิชาการเขาถึงบอกว่า มองอย่างไรก็เจ๊ง
 
              รัฐบาลพยายามที่ดูเหมือนจะเข้ามาแก้ปัญหา แต่เอาเข้าจริงกลับมาสร้างภาระในอนาคต
 
              เลยต้องคิดค้นทางรอด วางหมาก วางเกม ให้ศึกซักฟอกมีน้ำหนักน้อยที่สุด
 
              แต่ความจริงมันหนีกันไม่พ้น ปัญหาก็คือ คนที่จะแบกภาระ จะมารับผิดชอบมันคือประชาชนคนไทยทั้งประเทศ


...........

(หมายเหตุ : ยืดเวลาแถลงผลงาน เลี่ยงปะทะซึ่งหน้า : ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา)