คอลัมนิสต์

มาตรการสังคมออนไลน์ปกป้องเยาวชน

มาตรการสังคมออนไลน์ปกป้องเยาวชน

11 ต.ค. 2555

มาตรการสังคมออนไลน์ปกป้องเยาวชนของเรา: บทบรรณาธิการประจำวันที่11ตุลาคม พ.ศ.2555

              ปัญหาเยาวชนต่อพฤติกรรมการแสดงออกไม่เหมาะสมมีมาทุกสมัย ความรุนแรงก็มีมากน้อยกันไป ปรากฏการณ์ยกพวกตีกัน การเมาสุราทะเลาะวิวาท การแต่งกายที่ล่อแหลม ยังมีเกิดขึ้นให้เห็นเกือบทุกวัน เป็นปัญหาที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันหาหนทางแก้ไข และที่กำลังปรากฏขึ้นอีกช่องทางเป็นปัญหาไม่เว้นวัน คือ โลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งทุกคนยอมรับว่าสังคมออนไลน์นั้นก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย มีเรื่องราวดีๆ มีการเชื่อมโยงแบ่งปันเรื่องสร้างสรรค์ และช่วยเหลือสังคมจำนวนมาก แต่อีกด้านหนึ่งก็เกิดการนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง และเป็นบ่อเกิดการล่อลวงและอาชญากรรมขึ้นได้ด้วย โดยเฉพาะเยาวชนของชาติ หากขาดวิจารณญาณไตร่ตรองที่ดีหรือวุฒิภาวะไม่เพียงพอ ย่อมถูกชักพาและนำไปสู่หนทางที่ผิดพลาดได้ง่าย
 
              การตั้งแฟนเพจขึ้นมาแบ่งปันในสิ่งที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเกิดขึ้นในโลกออนไลน์ที่เยาวชนหญิงอายุเพียงแค่ 15-20 ปี นิยมโพสต์รูปตัวเองโชว์หน้าอก ผ่านกลุ่มแฟนเพจต่างๆ ที่มีอยู่กว่า 10 แฟนเพจ ที่ล้วนมีชื่อเรียกส่อไปในทางอนาจาร เช่น สมาคมนิยมเด็ก สมาคมนิยมสาวคัพซี สมาคมนิยมสาวโชว์นม ผุดขึ้นมาไม่หยุดจนกลายเป็นแฟชั่น บางแฟนเพจมีผู้เข้ามากดไลค์ร่วม 4 แสนราย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยฮิตหญิงสาวล่าแต้มด้วยการล่าหนุ่มๆ ไปค้างคืนแล้วเอามาโชว์อวดแต้มว่าใครทำได้สูงกว่ากัน เช่นเดียวกับกลุ่มเยาวชนชายก็มีพฤติกรรมล่าแต้มวัยรุ่นสาวด้วย สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงเทคโนโลยีที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดและส่อว่าเข้าข่ายคดีอาญา หรือรุนแรงเป็นการกระทำผิดกฎหมาย อย่างการจับกุมเด็ก 17 ปี ขายยาเสพติดทางโซเชียลออนไลน์
 
              วัยรุ่นเป็นช่วงที่เด็กมีความต้องการอย่างรุนแรงในการที่จะทำตนเองเป็นที่ยอมรับนับถือของเพื่อนและบุคคลในสังคม โดยจะพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ได้มาซึ่งสถานะดังกล่าว สามารถสังเกตได้จากการแต่งตัวพิถีพิถันเป็นพิเศษ เอาใจใส่ในกิริยาของตนเอง ต้องการให้ทุกคนยอมรับ มีการรวมกลุ่มระหว่างเพื่อนสนิทในเพศเดียวกันในรูปแบบของแก๊ง หรือสร้างสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกัน มีรสนิยมเหมือนกัน คบหาสมาคมพูดคุยสังสรรค์กันของกลุ่มวัยรุ่นก็ย่อมมีอิทธิพลอย่างมากต่อความประพฤติและการกระทำบางอย่างที่เข้าใจว่าเพื่อความโก้เก๋และเพื่อให้เกิดจุดเด่นขึ้นแม้ขัดต่อสายตาของผู้ใหญ่ก็ตาม บางครั้งก้าวผิดเพียงครั้งเดียวอาจต้องเสียใจไปตลอด
 
              หน่วยงานภาครัฐหลายแห่งที่มีหน้าที่โดยตรงหรือจะโดยอ้อมก็ตาม จำเป็นอย่างยิ่งต้องให้ความสำคัญกับปัญหาของเยาวชนที่เกิดบนสังคมออนไลน์ อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เดี๋ยวก็ผ่านพ้นไป ทุกหน่วยงานตั้งแต่กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงศึกษาธิการ แม้แต่กระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งหน่วยย่อยของสังคม คือ ครอบครัว ต้องร่วมเฝ้าระวังอย่างรอบคอบ มีการวางมาตรการเพื่อป้องกันและเร่งคลี่คลายปัญหา สร้างกิจกรรมสร้างสรรค์ที่จะให้เยาวชนหันมาสนใจ ส่งเสริมกีฬา เปิดพื้นที่สาธารณะที่สามารถแสดงออก รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากวัยรุ่นให้พวกเขามีที่ยืนมีตัวตน จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการ อย่าทำแค่ผิวเผินลูบหน้าปะจมูกผ่านไปวันๆ