
'ตู่-เต้น'ใครจะเป็นรัฐมนตรี?
'ตู่-เต้น'ใครจะเป็นรัฐมนตรี? : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
แม้ว่าสองแกนนำ นปช. "ตู่" จตุพร พรหมพันธุ์ และ "เต้น" ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะออกมายอมรับว่าเดินทางไปพบ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ฮ่องกงจริง แต่ไม่ได้ไปคุยเรื่องปรับคณะรัฐมนตรี
สถานการณ์การเมืองช่วงฝุ่นตลบเรื่อง "ปรับคณะรัฐมนตรี" ต่อให้ "อมพระมาพูด" ก็คงไม่มีใครเชื่อ?
โดยเฉพาะ "ตู่" จตุพร ที่ยกเหตุผลการ "ขออนุญาตจากศาล" ในฐานะจำเลยคดี "ก่อการร้าย" เดินทางออกนอกประเทศ เพื่อไปขอพรจาก "ทักษิณ" เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 46 ปี หากลงทุนเดินขึ้นเครื่องบินไปพบเพียงขอพรอย่างเดียวฟังแล้วน้ำหนักเบาไป น่าจะมีเรื่อง "ใหญ่" เป็นหัวข้อหลักในการสนทนามากกว่าเรื่องขอพรวันเกิด
เพราะการขอพรวันเกิดเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทันสมัยวิดีโอลิงค์เห็นหน้ากันก็ทำได้อยู่แล้ว
ไม่ต้องอื่นไกลก็ขนาดการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ จ.ชลบุรี ยังมีการจัดงานวันเกิดย้อนหลังให้ "ทักษิณ" พร้อมกับส.ส.ในพรรคเพื่อไทยที่เกิดในเดือนเดียวกันกับ "ทักษิณ"
โดยมีการนำ "เค้กก้อนใหญ่" มาหน้าเวทีร้องเพลงอวยพรวันเกิดพร้อมกัน เมื่อเพลงจบก็ให้ "ทักษิณ" ทำท่าเป่าเค้กผ่านวิดีโอลิงค์โดยให้ "ส.ส." อีก 3 คน เป่าเค้กจริงพร้อมไปกับ "ทักษิณ" ในคราวเดียว
นี่คือความมหัศจรรย์ของเทคโนโลยีที่เดี๋ยวนี้ก้าวหน้าไปไกล อยู่ที่ไหนก็เหมือนนั่งอยู่ใกล้ชิดกันโดยไม่ต้องเดินทางไปหากันให้สิ้นเปลือง
ยกเว้นมี "เรื่องลับ" ที่สำคัญต้องการเจรจาเป็นการส่วนตัวจริงๆ
ดังนั้นการที่ "ตู่" จตุพร บอกว่า "ไม่ได้คุยอะไรเป็นพิเศษ เป็นการไปถามไถ่สารทุกข์สุกดิบธรรมดา และพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ฝากข้อห่วงใยถึงพี่น้องคนเสื้อแดงที่ร่วมต่อสู้ด้วยกันมาจนบาดเจ็บ ล้มตาย ถูกคุมขังดำเนินคดี และได้ฝากให้ติดตามดูแล"
ถ้าทั้ง "ตู่-เต้น" ไปพบ "ทักษิณ" เพื่อพูดคุยเรื่องเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติที่ "ทักษิณ" มักพูดอยู่แล้วยามวิดีโอลิงค์ไปตามการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง
ขณะเดียวกันมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่าการเดินทางไปฮ่องกงของ "ตู่-เต้น" ครั้งนี้ เพื่อ "ทวงสัญญา" เกี่ยวกับเก้าอี้ "รัฐมนตรี" ที่ "ทักษิณ" พูดเกริ่นแสดงความยินดีแก่ "จตุพร" ระหว่างวิดีโอลิงค์เข้ามาในการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ ทำนองจะถึงคิวตอบแทน "นักสู้"
อย่าลืมว่า "จตุพร" มีคดียาวเป็นหางว่าว ส่วนใหญ่มาจากการปราศรัยบนเวทีคนเสื้อแดง
"ถ้ายังคิดว่าการอยู่ในสนามรบแล้วบาดแผลคือรอยตำหนิ วันข้างหน้าจะหานักรบไม่ได้ เวลารับรางวัลนักรบอยู่ปลายแถว แต่เวลารบอยู่ข้างหน้า ขณะที่อีกคนผัดหน้าขาวรออยู่มันคงไม่ใช่ พวกที่หน้านวล เพราะไม่อยู่ในสนาม นักรบจริงๆ ต้องยอมรับว่าเมื่อออกไปรบมันก็ย่อมมีบาดแผล ย่อมมีรอยตำหนิ แต่ตำหนิหรือคดีที่ได้รับมา ไม่มีเรื่องส่วนตัวแม้แต่คดีเดียว เป็นเรื่องส่วนรวมทั้งนั้น" คำพูดของ "จตุพร" ที่เคยเปิดใจกับสื่อหลายต่อหลายครั้งเมื่อถูกถามเรื่องความเหมาะสมในการนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี
และสาเหตุที่ทำให้ "จตุพร" พลาดเก้าอี้รัฐมนตรีครั้งที่แล้ว นอกจากเรื่อง "รักษาสัญญา" ไม่วิ่งเต้นเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งมาจาก "จตุพร" มีคดีใหญ่ที่มีการปราศรัยพาดพิงเบื้องสูง แต่สุดท้ายรอดมาได้ เพราะกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยกฟ้อง
ปัจจุบันถือว่า "จตุพร" ได้เคลียร์ตัวเองไปหลายคดีก่อนเตรียมพร้อมแต่งตัวนั่งเก้าอี้ "รัฐมนตรี"
แต่ความหวังครั้งนี้อาจไม่ง่าย เพราะหัวหน้าฝ่ายบริหารคือ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ดูแล้วออกอาการไม่ปลื้ม
ต้องยอมรับว่าภาพลักษณ์ของ "จตุพร" ในฐานะแกนนำคนเสื้อแดงเป็นนักรบ ลีลาโวหารเรียกกระแสต่อต้านจากสังคมได้มากกว่า "เต้น" ณัฐวุฒิ
ถือเป็นนักรบที่มีบาดแผลมากที่สุดในจำนวน "แกนนำทั้งหมด" เรียกได้ว่าถ้าแต่งตั้งอาจจะเป็น "เป้า" ให้ถูกโจมตีมากขึ้นกว่าเดิม
เพราะก่อนหน้านี้ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" ได้แต่งตั้ง "ณัฐวุฒิ" กับ "นลินี ทวีสิน" เป็น "รัฐมนตรี" ก็ถูกโจมตีเรื่องจริยธรรม
หากการปรับ "คณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ 3" ถ้ามี "แกนนำเสื้อแดง" นั่งเก้าอี้ "รัฐมนตรี" พร้อมกันถึง 2 ตำแหน่ง ขณะที่การบริหารงานของรัฐบาลหลายด้านกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อาจทำให้ภาพของรัฐบาลกระทบมากขึ้น
เมื่อ "ตัวแทนอำนาจ" ไม่ปลื้ม แต่คนตัดสินเด็ดขาดอยู่นอกประเทศ จึงไม่แปลกที่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาบรรดาส.ส.และสมาชิกพรรคเพื่อไทยจึงพากันมุ่งหน้าสู่ฮ่องกง
ดังนั้นเมื่อ "ต้นทุน" ตัวเองด้อยกว่าคนอื่นทำให้ต้องเสนอ "จุดขาย" ที่ผู้ให้ตำแหน่งเห็น "แผนการขาย" แล้วพอใจ โดยเฉพาะถ้าอยากได้ "ตำแหน่ง" สำคัญก็ต้องมีโปรเจกท์ที่คุ้มค่ากว่าการมอบ "เก้าอี้" ให้แก่คนอื่น
ที่สำคัญถ้าให้เก้าอี้ "แกนนำคนเสื้อแดง" ถึง 2 ตำแหน่ง ก็จะไปแย่งโควตาของคนอื่น จึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีเจ้าของโควตาไหนยอมสละสิทธิ์
เมื่อถนนทุกสายมุ่งหน้าหา "ทักษิณ" เพื่อหวังตำแหน่งในภาวะเช่นนี้ เขาจึงตกอยู่ในอาการ "กลืนไม่เข้า คายไม่ออก" เพราะทุกคนกอดโควตาของตัวเองเอาไว้แน่น
ในภาวะเช่นนี้จึงทำได้เพียงแค่ "เดี๋ยวจะดูให้" เพราะไม่อยากทำร้ายน้ำใจทุกคนที่เข้าไปหา
แต่สุดท้ายเมื่อต้องเลือกให้เก้าอี้รัฐมนตรีได้เพียง 1 ตำแหน่ง ถึงคราที่ "ตู่-เต้น" ต้องหันหน้ามาเจรจากันเอง เพื่อวัดใจกันดูว่าเก้าอี้นี้ใครจะได้ไปครอง?
........
(หมายเหตุ : 'ตู่-เต้น'ใครจะเป็นรัฐมนตรี? : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)



