
ตำรวจกับเด็ก
ตำรวจกับเด็ก : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข [email protected]
“ไม่ต้องอาย” นายตำรวจใหญ่บอกผู้ต้องหาคดีจำหน่ายยาเสพติดให้เด็ก ในระหว่างการนำเสนอภาพข่าวแก่สื่อมวลชนด้วยลีลาการนำเสนอไม่แตกต่างจากการนำเสนอภาพข่าวการเคลื่อนไหวขององค์กรอิสระแห่งหนึ่งที่ถูกประชาชนจดจำในฐานะนักสังคมสงเคราะห์ผู้ช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาส (ทางสังคม) ที่ถูกรังแก เพียงแต่ต่างกันตรงที่ประชาชนผู้ที่แจ้งความเดือดเนื้อร้อนใจผ่านมูลนิธิจนกระทั่งกลายเป็นเรื่องราวของการเคลื่อนไหวและดำเนินการผ่านสื่อมวลชนนั้น เกิดขึ้นเนื่องจาก "ความไม่มั่นใจต่อระบบการทำงานในกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นธาร ซึ่งหมายถึงตำรวจ” และมีความหวังว่ามูลนิธิจะหาวิธีการผลักดันขับเคลื่อนให้เรื่องราวของตนเองได้รับการบำบัดทุกข์ให้ได้ในที่สุด
ซึ่งหลายๆ คดีที่ปรากฏผ่านสื่อมวลชนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน พิธีกรรมที่เห็นจนคุ้นชินคือ การใส่หมวกหรือคลุมหน้าเด็กและเยาวชนผู้ถูกกระทำ แต่ไม่ได้ปิดบังใบหน้าผู้ปกครองพร้อมนำไปแจ้งความที่โรงพักเท่านั้น! ...คนในชุมชนและคนใกล้ชิดสามารถล่วงรู้ได้เป็นอย่างดีว่า เด็กและเยาวชนผู้นี้เป็นใคร...การกระทำเช่นนี้ถือว่าเป็นการกระทำรุนแรงในลักษณะหนึ่ง ซึ่งควรถูกตั้งคำถามว่า...การนำเรื่องราวของการถูกกระทำรุนแรงในคดีต่างๆ ของเยาวชนออกมานำเสนอเป็นรายกรณีนั้น มีวัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหวังใดเป็นสำคัญ
การกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดผลดีหรือผลเสียต่อเยาวชนและครอบครัวมากน้อยเพียงใด การกระทำดังกล่าวส่งผลให้องค์กร ระบบ หรือสถาบันต่างๆ มีการปรับปรุงพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่อย่างไร...หรือว่าได้ผลเพียงผู้ชมเกิดการรับรู้ว่าผู้แสดงนั้นเป็นผู้ที่ใส่ใจความทุกข์ของผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและกระตือรือร้นที่จะสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นแต่เพียงเท่านั้น? ทำไมตำรวจจึงกระตือรือร้นเมื่อมูลนิธิกระทำเช่นนี้ และมีความสนใจน้อยกว่าเมื่อประชาชนผู้เดือดร้อนดำเนินการเอง? และคำถามสุดท้าย...ผลลัพธ์ที่ตามมาภายหลังการนำเสนอภาพผ่านสื่อมวลชนไปแล้วเป็นอย่างไร?
เมื่อผลสำเร็จกลายเป็นชื่อเสียงและภาพจำของผู้แสดงภาพผ่านสื่อมวลชน พิธีกรรมดังกล่าวจึงกลายเป็นวิธีการในการหาเสียงอย่างหนึ่ง หากเป็นเช่นนี้เนื้อหาสาระที่นำเสนอว่าห่วงใยเด็กและเยาวชนจึงเป็นเพียงฉากที่ฉาบฉวยมากกว่าความตั้งใจจริงอย่างแรงกล้าที่จะปกป้องการกระทำรุนแรงในกลุ่มเด็กและเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาชญากรรม เด็กแว้น การค้าประเวณี หรือแม้กระทั่งเรื่องที่รัฐบาลให้ความสนใจคือเรื่องยาเสพติด
ตำรวจมืออาชีพจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับประเด็นความอ่อนไหวในเรื่องนี้ด้วย เพราะในวงการตำรวจย่อมตระหนักเป็นอย่างดีว่า ปัญหาการกระทำผิดในกลุ่มเด็กและเยาวชนมีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งในรูปแบบที่เด็กและเยาวชนเป็นผู้กระทำหรือเป็นผู้ถูกกระทำจากกลุ่มผู้ใหญ่
ตำรวจทุกคนย่อมตระหนักดีว่า กฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น เป็นปัญหา อุปสรรค และมีข้อจำกัดจำนวนมากและส่งผลให้การทำงานในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในเด็กและเยาวชนไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
ตำรวจทุกคนตระหนักดีว่า การกระทำของกลุ่มบุคคลและองค์กรต่างๆ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมไปถึงการกระทำผิดซ้ำด้วยนั้น ยังไม่บรรลุผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องมาจากการดำเนินการที่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ตรงจุด ตรงสาเหตุของปัญหา และขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปรากฏผลงานให้เห็นอย่างชัดเจนคือ พฤติกรรมการกระทำผิดในเด็กและเยาวชนมีความรุนแรงมากขึ้นและเพิ่มจำนวนมากขึ้น เช่นเดียวกับอายุของเด็กที่เกี่ยวข้องนั้นมีอายุน้อยลงด้วย
สิ่งที่ตำรวจพึงกระทำต่อเด็กและเยาวชนไทย จึงไม่น่าจะใช่ การใช้ปรากฏการณ์การกระทำผิดของเด็กและเยาวชนเป็นการสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นผู้ที่มีความสนใจที่มีต่อปัญหาการเสพยาเสพติดของเด็กและเยาวชนแต่เพียงเท่านั้น
หากแต่การกระทำให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนว่า ตำรวจมีนโยบาย มาตรการ และกระบวนการอย่างไรในการดำเนินการเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนที่ตรงจุด ตรงเป้าหมาย ตรงสาเหตุและเป็นการขับเคลื่อนเพื่อมิให้เด็กและเยาวชนไทยต้องตกเป็นทาสของยาเสพติด หรือเดินเข้าสู่วงจรของการกระทำรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพนัน การก่ออาชญากรรม การแข่งรถ การค้าประเวณี
ห้วงเวลาปิดภาคเรียนแบบนี้...ถึงเวลาแล้วที่พระเอกจอแก้วจะเริ่มประชาสัมพันธ์โครงการดีๆ (และลงมือทำ) เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตแก่เด็กและเยาวชนไทย...เป็นพระเอกไม่ว่า แต่ขอให้เป็นพระเอกตัวจริงก็แล้วกัน!



