
ตำรวจไทยในอาเซียน
ตำรวจไทยในอาเซียน : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2555
ตำรวจ สภ.แม่สอด ได้ทำโครงการนำร่องโดยใช้ชื่อ โปลิส-เออีซี (POLICE-AEC) เป็นการจัดอบรมให้นายตำรวจสัญญาบัตรและชั้นประทวนได้เรียนรู้ใน 3 ภาษา คือ อังกฤษ พม่า และภาษากะเหรี่ยง โดยมีเป้าหมายในด้านงานสืบสวนสอบสวน ปราบปราม อาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับชนเผ่า คนท้องถิ่นและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวสู่ประชาคมอาเซียน และนี่อาจเป็นโรงพักแรกๆ ที่เห็นความสำคัญของการใช้ภาษาที่เป็นประโยชน์ต่องานตำรวจจริง นับว่าเป็นแนวคิดในการพัฒนาหน่วยที่สอดรับกับนโยบายของพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่อยากเห็นผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นมีความเป็นผู้นำและรู้จักการพัฒนาบุคลากร
ในช่วงที่ประเทศไทยขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะกลุ่มประมงและอุตสาหกรรมก่อสร้าง มีคนจากประเทศเพื่อนบ้านทะลักเข้ามาทำงานทั้งถูกต้องตามกฎหมายและลักลอบเข้าประเทศ ทำให้บ้านเราเกิดปัญหาด้านความมั่นคงและอาชญากรรมตามมาอย่างมากมาย ไม่ว่าคดี ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ฆาตกรรมและอื่นๆ จนกลายเป็นเรื่องเรื้อรังมาถึงปัจจุบัน คนร้ายที่เป็นต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มแรงงานเพื่อนบ้าน เมื่อก่อเหตุมักหลบหนีกลับประเทศ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถติดตามหรือหาเบาะแสได้ทันท่วงที เนื่องจากติดปัญหาด้านการสื่อสาร ทำให้ผู้ต้องสงสัยจำนวนไม่น้อยหนีหลุดรอดข้ามพรมแดนไปได้
ขณะเดียวกัน เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่เข้าใจภาษา การสื่อสารผ่านล่ามอาจไม่ตรงประเด็นหรือถูกบิดเบือน ทำให้ทิศทางการสืบสวนสอบสวนหรือหาตัวคนร้ายเกิดไขว้เขว ยิ่งปัจจุบันแรงงานที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยนานๆ ย่อมรู้ช่องทางหลบหนีและมีเครือข่ายของตนเองทั้งญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ทำให้การติดตามของเจ้าหน้าที่ยุ่งยากมากขึ้น ประกอบกับคนเหล่านี้ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีประวัติทางคดี รูปพรรณสัณฐานก็มีความคล้ายคลึงกัน ที่สำคัญสามารถหลบหนีได้ทุกช่องทางเนื่องจากมีภาษาและขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม คล้ายกันทำให้กลมกลืนไปในพื้นที่ยากต่อการจับกุม
ด้านการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว ที่ผ่านมาปัญหาส่วนหนึ่งของตำรวจไทยคือ การสื่อสารกับชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษได้ มีหลายคดีที่เกิดความล่าช้า ทำให้คนร้ายหลุดรอดไปได้ การเรียนรู้ภาษาที่ 2 และ 3 ของตำรวจ โดยเฉพาะตำรวจภูธรจึงมีความจำเป็น ประโยชน์อีกด้านหนึ่งคือ การอำนวยความสะดวกหรือคำแนะนำให้แก่นักท่องเที่ยว ที่กำลังเป็นอุตสาหกรรมที่นำรายได้เข้าประเทศนับล้านล้านบาท ถึงแม้เราจะมีตำรวจท่องเที่ยวอยู่แล้วแต่ยังมีกำลังพลไม่เพียงพอครอบคลุมทุกพื้นที่ ดังนั้นสถานีตำรวจภูธรอื่นๆ ที่มีเขตแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน ก็ควรริเริ่มเพิ่มองค์ความรู้ลักษณะนี้เช่นกัน ที่สำคัญสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องสนับสนุนด้านงบประมาณและจัดหาผู้เชี่ยวชาญเข้าไปสอนทักษะด้านภาษาเตรียมรับมืออาชญากรรมข้ามชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้



