
'ดูไบ'กุมชะตาประเทศเคาะผู้นำใหม่พท.
'ดูไบ'กุมชะตาประเทศเคาะผู้นำใหม่เพื่อไทย : ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา
พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ได้รับเลือกให้นั่งรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รอตัวจริงเสียงจริง หลังจาก ยงยุทธ วิชัยดิษฐ โดนพิษที่ดินวัดจนตกเก้าอี้
ไม่มีใครเชื่อว่า พล.ต.ท.วิโรจน์ จะเป็น "ตัวจริง" สำหรับเก้าอี้สูงสุดของพรรคอันดับ 1 ของประเทศ และเป็นพรรครัฐบาลที่กุมอำนาจรัฐอยู่ในขณะนี้
แล้วใครละตัวจริง ?
เรื่องนี้ใครก็รู้ว่า ต้องไปถามที่ใคร เพราะต่างก็รู้ดีว่า คนที่เคาะสุดท้ายนั้น สำคัญที่สุดอยู่ที่ดูไบ
ปัญหาที่น่าขบคิดก็คือ ความต้องการของคนในพรรคนั่นต่างหากที่อยากได้ใคร
แบ่งกันอย่างหยาบๆ พรรคเพื่อไทยประกอบไปด้วยคน 4 กลุ่ม
1.กลุ่มบ้านเลขที่ 111
2.กลุ่มชินวัตร
3.กลุ่มคนเสื้อแดง
และ 4.กลุ่ม ส.ส.ในพรรค
แต่ละกลุ่มก็มีหัวหน้าพรรคในดวงใจ ไม่ว่าจะเป็น จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ภูมิธรรม เวชยชัย ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย และจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย
ทั้งสามต่างก็มีดีของตนเอง
จาตุรนต์ ได้แรงหนุนจากกลุ่มบ้านเลขที่ 111 ซึ่งเป็นกลุ่ม "นำ" ในพรรค ทั้งในเรื่องการทำงานและแนวคิด ขณะที่ ภูมิธรรม แม้จะเก่ง แต่ก็มีอาวุโสทางการเมืองน้อยกว่า
แต่ชื่อของ จาตุรนต์ กลับไม่ถูกใจเท่านักหากถามไปที่ดูไบ
เหตุการณ์เมื่อครั้ง สมัคร สุนทรเวช แข็งขืนยืดเวลาแก้รัฐธรรมนูญในคราวนั้น ยังย้ำเตือนว่า หากได้คนที่สั่งไม่ได้ขึ้นมา จะทำอะไรก็ติดขัดไปหมด ที่สำคัญ หากให้ จาตุรนต์ ขึ้นมา เก้าอี้นายกรัฐมนตรีก็อาจจะต้องเปลี่ยน
เลยอาจจะสรุปได้ว่า ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเหลือเพียงแค่ 2 ชื่อเท่านั้น
ภูมิธรรม กับ จารุพงศ์ !
สำหรับ ภูมิธรรม ได้รับแรงหนุนจากคนเสื้อแดงอย่างเต็มที่ เพราะเห็นว่า แนวความทางการเมืองและอุดมการณ์นั้น เป็นไปในแนวเดียวกัน
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก ซึ่งมีอิทธิพลกับคนเสื้อแดงอยู่พอสมควร ถึงกับออกปากหนุน ภูมิธรรม ว่า เหมาะสมกับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
ความคิดเช่นนั้นน่าจะไม่ต่างจากคนที่ดูไบ เพราะติดสอยห้อยตามกันมาตั้งแต่ก่อนลงเล่นการเมือง
นาทีนี้ชื่อของ ภูมิธรรม จึงดังกระหึ่ม
แม้แต่ในมุมมองของหน่วยงานด้านความมั่นคงก็ต้องจับตาความเปลี่ยนแปลงของพรรคเพื่อไทยเป็นกรณีพิเศษ ถึงแม้จะรู้ว่า ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค ก็ยังหนีเงาของคนดูไบไปไม่พ้น
แต่มุมมองของหน่วยงานความมั่นคงนั้น ไม่ได้มองเพียงแค่ "เกมการเมือง" หากมองในแง่ของความมั่นคงของประเทศ เพราะไม่ว่าใครจะก้าวขึ้นมานั่งเป็นผู้นำพรรคอันดับหนึ่งของประเทศ แนวคิด และภูมิหลังคนคนนั้นย่อมส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศโดยตรง
ระหว่าง จารุพงศ์ กับ ภูมิธรรม นั้น ก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว
หากเลือก จารุพงศ์ เกมการเมืองก็น่าจะเรื่อยๆ มาเรียงๆ ไม่ถึงกับปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่ก็ไม่เร่งเร้าจนเฉียดกรายไปหาวิกฤติ
แต่สิ่งเร้าที่อาจจะไม่เป็นจารุพงศ์ก็คือ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่แทบทุกนโยบายของรัฐบาลกำลังถูกตรวจสอบอยู่ในขณะนี้ กำลังบ่อนเซาะให้พรรคเพื่อไทยต้องมีการเปลี่ยนแปลงชนิดเฉียบพลัน ซึ่งนั่นไม่เหมาะกับ จารุพงศ์ แน่ๆ
แต่หากดูไบเคาะที่ ภูมิธรรม อันนี้ละยุ่งแน่สำหรับหน่วยงานด้านความมั่นคง !
สำหรับภูมิหลังของภูมิธรรมนั้น หน่วยงานด้านความมั่นคงศึกษาตรวจสอบมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องอุดมการณ์ทางการเมือง ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงมีมุมคิดว่า หากภูมิธรรม เข้ามากุมอำนาจเบ็ดเสร็จ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอาจส่งผลรุนแรงต่อระบอบปัจจุบัน
ถ้าหากเป็นแนวคิดทางการเมืองกันแล้ว เกรียงกมล เลาหะไพโรจน์ ได้ 5 ดาว ภูมิธรรมก็อยู่ระดับ 4 ดาว
ส่วนหมอเหวง-ธิดา ที่นำ นปช.อยู่ขณะนี้ หน่วยงานด้านความมั่นคงให้เพียงแค่ 1-2 ดาวเท่านั้น
แน่นอนว่า หากดูไบเคาะที่ภูมิธรรม ก็ย่อมชี้ให้เห็นเจตนาว่า นับจากนี้ไปการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มขึ้น แล้วก็ไม่ใช่การเริ่มแบบช้าๆ หากแต่จะเร่งเร้าให้ไปถึงเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
คงไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมว่า "เป้าหมาย" คืออะไรกันอีก
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนั้น ตราบใดที่ยังไม่ถึงวัน ก็ย่อมพลิกผันได้เสมอ
ดูอย่างที่ผ่านมา มีรัฐมนตรี และว่าที่รัฐมนตรีทั้งหลายบินไปพบคนดูไบที่นั่นที่นี่ รวมกันแล้วราวๆ 60 คน แทบทุกคนได้ "ตั๋ว" เก้าอี้รัฐมนตรีมาทั้งสิ้น
แต่ตั๋วจะขึ้นเป็นเก้าอี้ได้หรือไม่ ยังต้องดูวันสุดท้ายกันอยู่ดี เพราะถ้ารวมกับที่นั่งกันสลอนใน ครม.เวลานี้ ก็ปาเข้าไปเกือบร้อยแล้ว ขณะที่เก้าอี้มีเพียงแค่ 35 ที่นั่ง
.....................
(หมายหตุ : 'ดูไบ'กุมชะตาประเทศเคาะผู้นำใหม่เพื่อไทย : ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา)



