
ต้องเด็ดขาดกับเรื่องโกง
ต้องเด็ดขาดกับเรื่องโกง: บทบรรณาธิการประจำวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2555
ถึงแม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะมอบหมายให้ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย ออมาแถลงยืนยันว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลนั้น ไม่มีการทุจริตโกงกินจนเหลือแค่เศษเงินที่ลงไปถึงชาวนา พร้อมกับระบุว่า มีอดีตนายทหารนอกแถว นักการเมือง และนักวิชาการ ร่วมกันปล่อยข่าวเพื่อโค่นล้มรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้ลบล้างความเชื่อมั่นในการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ที่ว่า โครงการรับจำนำข้าวนี้มีการทุจริตถึง 20% ลงไปได้
ที่ผ่านมารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ดูจะยอมรับว่า โครงการรับจำนำข้าวจากเกษตรกรนี้มีช่องทางทุจริตอยู่หลายช่องทางจริง จึงได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ไปดูตรวจสอบ ซึ่งร.ต.อ.เฉลิมก็ได้ใช้กลไกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และการทำงานของหน่วยงานเหล่านี้ก็พบว่า หลายจังหวัดมีการทุจริตในโครงการนี้จริง ความรุนแรงและความเสียหายมาก-น้อยแตกต่างกันไป แต่น่าเชื่อว่า หากนำตัวเลขมารวมกันแล้ว ยอดความเสียหายน่าจะใกล้เคียงกับที่ พล.อ.อ.สุกำพล ระบุ
ปัญหาการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวนี้ ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่ควรนำมาเป็นประเด็นทางการเมือง แต่ควรให้ความสำคัญกับการสำรวจตรวจสอบและเด็ดขาดกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะเม็ดเงินมหาศาลที่รัฐบาลเอาไปใช้นั้น สุดท้ายหากมีความเสียหายเกิดขึ้น ไม่ว่าเท่าไหร่ก็ต้องมาเอาจากเงินภาษีของประชาชนไปแก้ปัญหา มติ ครม.ล่าสุดที่ให้ต่ออายุโครงการนี้ออกไป ทำให้ต้องใช้งบประมาณสำหรับโครงการรับจำนำข้าวสูงถึงกว่า 5 แสนล้านบาท และหากมีการทุจริตจริงที่ 20% ของงบประมาณทั้งหมด เม็ดเงินที่รั่วออกจากระบบจึงมากมายมหาศาล สามารถเอามาทำรถไฟฟ้าได้เป็นสายๆ กันเลยทีเดียว
รัฐบาลในฐานะที่รับผิดชอบทั้งเป็นเจ้าของโครงการ และเป็นผู้มีหน้าที่บริหารแผ่นดิน จะต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มุ่งมั่นที่จะทำโครงการนี้ให้เกิดความโปร่งใส ให้เม็ดเงินลงไปถึงชาวนาอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของประเทศ จะต้องแสดงให้เห็นว่า นอกเหนือจากการมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม ไปคุมการตรวจสอบโครงการนี้แล้ว จะต้องทำให้ประชาชนเชื่อได้ด้วยว่า ภายใต้การบริหารของนายกฯ ที่ชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะป้องกันการทุจริตทุกรูปแบบ ขณะเดียวกันก็ต้องดำเนินการกับผู้ที่กระผิดอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนทั้งประเทศ
การทุจริตไม่ว่าจะมากหรือน้อย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาลจะต้องแสดงให้เห็นว่า "โกงแล้วแบ่ง อยู่ได้" เป็นสิ่งที่น่าชิงชังรังเกียจ ต้องชัดเจนว่า การทุจริตถึง 20% ของ 5 แสนล้านบาทนั้น ต้องได้รับการจัดการอย่างเด็ดขาด การนิ่งเฉย หรือโยนลูกออกจากตัวว่าให้รองนายกฯ คนนั้นคนนี้ไปทำหน้าที่ตรวจสอบ โดยที่ไม่ได้ใส่ใจ หรือเร่งรัดเพื่อให้มีการดำเนินการขั้นเด็ดขาดเกิดขึ้นโดยไว นอกจากจะสร้างค่านิยมผิดๆ ให้แก่ผู้คนในสังคมแล้ว ความวิบัติของชาติก็ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้แน่



