
พม่าแปรรูปสื่อรัฐเป็นสื่อสาธารณะ
พม่าแปรรูปสื่อรัฐเป็นสื่อสาธารณะ : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
กรุงย่างกุ้ง-รัฐบาลพม่าของประธานาธิบดีเต็งเส็งจะพยายามในช่วง 5-6 เดือนข้างหน้าในการปฏิรูปสื่อวิทยุโทรทัศน์เป็นการใหญ่ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงสารนิเทศ (Ministry of Information) นาย เย ตูท (Ye Thut) บอกกับผู้เขียนต้นสัปดาห์นี้ว่า รัฐบาลพม่ามีความตั้งใจอย่างแรงกล้าในการเปลี่ยนระบบสารนิเทศทั้งหมดในประเทศนี้ จะขจัดสื่อทุกแขนงที่ภาครัฐเป็นเจ้าของตั้งแต่พม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 1948 ฟังดูแล้วน่าตื่นเต้นเพราะมันไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ แต่พม่าทำจริงแน่นอน
ขณะนี้สถานนี้โทรทัศน์เอ็มอาร์ทีวี-MRTV (มีลักษณะคล้ายกับช่อง 11 ของกรมประชาสัมพันธ์บ้านเรา) มีพนักงานพันกว่าคน สถานีนี้เป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลอย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลากว่า 60 ปี ขณะนี้ประเด็นคือความพยายามจะเปลี่ยนแนวการทำงานและแนวความคิดที่มีเสรีนิยมและมุ่งสู่พื้นที่สาธารณะจะทำได้ไหม ต่อบรรดาพนักงานทั้งหลายที่เคยทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม
ทางกระทรวงสารนิเทศพยายามดูแลสถานีโทรทัศน์แห่งนี้โดยการปฏิรูป เพราะในฐานะเป็นองค์กรรัฐ รัฐบาลต้องหาทุกวิถีทางในการช่วยเหลือ ทางบีบีซีกรุงลอนดอนได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาศึกษาเพื่อช่วยในการแปรรูปสื่อรัฐนี้ให้เป็นองค์กรสื่ออิสระและมีศักยภาพในส่งเสริมความรู้เพื่อสาธารณะต่อไป ต้องยอมรับว่ามันเป็นจุดมุ่งหมายที่ทำสำเร็จค่อนข้างยาก ในบริบทโลกยังไม่ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการแปรรูปสื่อรัฐมาเป็นสื่อสาธารณะเห็นหรือศึกษาเป็นตัวอย่าง
คงจำกันได้ในประเทศไทยเคยมีความพยายามจะแปรสถานภาพของสื่อรัฐคือ สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ในสมัยก่อนมาเป็นสื่อสาธารณะ แต่ต้องเจอศึกหนัก มีการประท้วง เพราะพนักงานทั้งหลายต่อต้านไม่อยากให้เกิดขึ้น จึงทำให้เกิดสถานีไทยทีวีขึ้นมาจากการเข้าซื้อกิจการของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ขณะนี้ไทยยังมีสถานีโทรทัศน์ที่ทหารเป็นเจ้าของอีกคือช่อง 5
ถ้าพม่าประสบความสำเร็จในการแปรรูปสื่อรัฐ มาเป็นสื่อสาธารณะได้อย่างที่ รมช.เย ตูท ลั่นวาจาไว้ สภาพสิ่งแวดล้อมสื่อพม่าจะโดดเด่นมากในอาเซียน นอกจากไทยแล้วยังไม่มีสมาชิกอาเซียนใดที่พยายามจะทำเช่นนี้ อินโดนีเซีย มาเลเซีย มีสื่อเอกชนทำหน้าที่สื่อสาธารณะเช่น มาเลเซียกินี หรือสถานีข่าววิทยุยูเคอาร์เฮช เป็นต้น แต่ยังมีขอบเขตที่เล็กอยู่
ขณะนี้รัฐบาลพม่าได้หยุดการเซ็นเซอร์ข่าวอย่างที่เคยทำมานมนาน ได้มีการจัดตั้งสภาหนังสือพิมพ์ชั่วคราวขึ้นมาในช่วงหนึ่งปีนี้ เพื่อศึกษาประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับสื่อเสรีและข้อปฏิบัติ เช่นเรื่องจรรยาบรรณสื่อ กฎหมายสื่อ มาตรการปกป้องความปลอดภัยสื่อ เป็นต้น เมื่อเร็วๆ นี้ ทางรัฐบาลพม่าได้ยกเลิกร่างกฎหมายสื่อที่ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการสังคมและวัฒนธรรมของสภาในวาระแรก เพราะเห็นว่ายังมีข้อบกพร่อง และขอร้องให้นักหนังสือพิมพ์เตรียมร่างกันเอง
บรรดานักหนังสือพิพม์ทั้งหลายเลยต้องรวมตัวกันเพื่อเสนอร่างกฎหมายสื่อว่า พวกเขาต้องการอะไรจากกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ต้องมีกฎหมายดังกล่าว ต้องยอมรับว่า ในบริบทอาเซียนมันค่อนข้างทันสมัย ยังไม่มีประเทศสมาชิกใหม่ที่กล้าทำแบบพม่า ดูเวียดนามและลาว ซึ่งกลายเป็นไดโนเสาร์ทางด้านเสรีภาพสื่อ เพราะยังอนุรักษนิยมและเซ็นเซอร์ข่าวแบบที่พม่าเคยทำมา
พม่ารู้ดีว่าการลื่นไหลของข้อมูลข่าวสารเป็นปัจจัยหลักในการช่วยประเทศให้เติบโตทางด้านเศรษฐกิจและส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชนทุกภาคส่วนและชนกลุ่มน้อยต่างๆ ประธานาธิบดีเต็งเส็งเน้นชัดเจนในเดือนมีนาคม 2011 ว่า การปฏิรูปสื่อสำคัญยิ่งถ้าพม่าต้องพัฒนารุดไปข้างหน้า
จริงอย่างที่พูด ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา พม่าพยายามจัดระเบียบสื่อใหม่ ทั้งที่เป็นสื่อตีพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งอินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย บรรยากาศในพม่าในการแสดงออกความคิดเห็นต่างจากสมาชิกประเทศอื่นมากๆ
สื่อสาธารณะพม่าจะมีบทบาทสำคัญในส่งเสริมการปรองดองระหว่างชาติพันธุ์ต่างๆ ของพม่า เพราะจะต้องมีสถานีวิทยุ หรือรายการทีวีที่มีภาษาชนกลุ่มน้อย เช่น กะเหรี่ยง ชิน แน เป็นต้น นอกจากนั้น ยังสามารถดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศเพราะสังคมที่มีการเสนอข่าวสารอย่างตรงไปตรงย่อมสามารถสร้างความมั่นใจให้นักธุรกิจและนักลงทุนได้



