
'เนวิน'แกนนำแนวหน้าสู่ที่ปรึกษาเงามืด
เนวิน ชิดชอบจาก'แกนนำแนวหน้า' เป็น'ที่ปรึกษาในเงามืด' : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หากไม่มีข่าวความเคลื่อนไหวของ "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" ลาออกจากตำแหน่ง "รัฐมนตรี" และตำแหน่ง "ทางการเมือง" เชื่อว่า ข่าว "เนวิน ชิดชอบ" ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฐานะ "แกนนำพรรคภูมิใจไทย" ประกาศเลิกเล่นการเมือง จะเป็นข่าวใหญ่ที่น่าสนใจไม่น้อย
การประกาศเลิกเล่นการเมืองของ "เนวิน" ครั้งนี้ มีขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา ระหว่างการจัดงานครบรอบวันเกิด 54 ปี ที่ จ.บุรีรัมย์ โดยมีสักขีพยานทั้ง "ส.ส. นักการเมืองท้องถิ่น นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน และข้าราชการ" เดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก
ที่ผ่านมาท่าทีของ "เนวิน" เกี่ยวกับทิศทางการเมืองยังคลุมเครือ เนื่องจากขณะนั้นเขายังไม่ "พ้นโทษแบน" ทางการเมือง ถือเป็น 1 ในบ้านเลขที่ 111 เป็นเพียงการให้ความเห็นทางการเมืองบ้างในบางครั้ง
แต่อนาคตทางการเมืองสำหรับ "เนวิน" ครั้งนี้เขาประกาศไม่รับตำแหน่งใดๆ แม้กระทั่งรัฐมนตรี!
"ผมรู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งและเป็นปัญหาอุปสรรคสำคัญในการปรองดองในชาติ ตราบใดที่ยังยืนอยู่บนถนนการเมืองความขัดแย้งมีแต่มากขึ้น แม้ตัวเองเป็นฟืนท่อนเล็กๆ แต่เมื่อถอนก็เชื่อว่าความร้อนของไฟจะลดลง" คำให้สัมภาษณ์บางช่วงบางตอนของ "เนวิน" เกี่ยวกับบทบาททางการเมืองในอนาคต
มีคำถามขึ้นทันทีว่า "เนวิน" จะวางมือทางการเมืองได้จริงหรือไม่?
การที่ "เนวิน" ยอมรับว่าเขาเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งและและเป็นปัญหาอุปสรรคสำคัญในการปรองดองในชาติ การที่เขาถอนตัวจากการเมืองจะทำให้ความขัดแย้งลดลงจริงหรือ?
เพราะขณะที่ "เนวิน" ติดโทษแบนทางการเมืองความเคลื่อนไหวทางการเมืองของเขาน้อยมาก เมื่อเทียบกับบ้านเลขที่ 111 คนอื่นๆ แต่บ้านเมืองก็ยังไม่สงบสุข
ไม่ว่าฝ่ายไหนจะเป็น "รัฐบาล" ความเคลื่อนไหวและความขัดแย้งทางการเมืองก็ยังคงมีอยู่
ดังนั้นการประกาศ "ถอนตัว" จากการเมืองของ "เนวิน" ในบริบททางการเมืองแทบจะไม่มีความหมายใดๆ เลย
แต่กลับเป็นผลดีกับ "พรรคภูมิใจไทย" ในการเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไปในอนาคต
เพราะแท้จริงแล้ว "เนวิน" เป็นเงื่อนไขทำให้การทำงานของการเมืองของ "พรรคภูมิใจไทย" เดินหน้าหาพันธมิตรโดยเฉพาะ "จับมือ" กับรัฐบาลเพื่อไทยลำบาก
แม้ว่าขณะนี้ภายในพรรคภูมิใจไทยจะมือบางกลุ่ม เช่น กลุ่มมัชฌิมา ของ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" หรือ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล จะพยายามต่อสายสัมพันธ์กับ "ทักษิณ ชินวัตร" ให้กลับมาดีกันเหมือนก่อน แต่ "ทักษิณ" ยังไม่ยอมญาติดีด้วย
หากเปรียบเทียบความสัมพันธ์กรณีของ "สมศักดิ์" ทาง "ทักษิณ" ยินดีให้ปลูกบ้านอยู่ใกล้เคียงกัน พบปะพูดคุยกันได้ แต่ยังไม่ยอมให้มาพักอาศัยภายในบ้านเดียวกันเหมือนแต่ก่อน
ส่วน "เสี่ยหนู" ก็แค่ยินยอมให้ปลูกบ้านอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันเท่านั้น แต่ยังไม่ไว้ใจถึงกับให้ความใกล้ชิดเหมือนในอดีต โดยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจก่อนจะยอมให้ย้ายเข้ามาเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียง
ดังนั้น หากกลุ่มของ "สมศักดิ์" หรือ "เสี่ยหนู" ได้กลับมาอยู่ในพรรคเพื่อไทยหรือรัฐบาลสถานะการมาอยู่ สิทธิอาจไม่เหมือนเดิม เพราะให้มาอยู่เพื่อเพิ่มจำนวนที่นั่งในสภาแต่ไม่มีตำแหน่งทางการเมืองมอบให้
แต่สำหรับ "เนวิน" สั่งห้ามเข้ามาเหยียบในหมู่บ้านเด็ดขาดเรียกว่าตัดญาติขาดมิตรกันเลยทีเดียว
เพราะตลอดเส้นทางการเมืองของ "เนวิน" ได้ให้บทเรียน "ราคาแพง" แก่ "ทักษิณ" หรือประโยคที่คอการเมืองหลายคนยังจำได้ติดตา โดยเฉพาะคำพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้าของ "เนวิน" ที่ฝากไปถึง "ทักษิณ" ว่า "มันจบแล้วครับนาย"
เชื่อว่าความรู้สึกของ "ทักษิณ" ที่มีต่อ "เนวิน" ในขณะนั้นคงไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก
ดังนั้น ถ้า "พรรคภูมิใจไทย" ยังมี "เนวิน" ออกหน้าเป็นแกนนำหลักในพรรค โอกาสกลับไปเป็นร่วมรัฐบาลหรือกลับไปรวมอยู่กับพรรคเพื่อไทยแทบจะไม่มีเลย
การประกาศ "ถอนตัว" ทางการเมืองของ "เนวิน" เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคภูมิใจไทยมีโอกาสได้รับการพิจารณาให้กลับไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง
โดย "เนวิน" เปลี่ยนบทบาทของตัวเองจาก "แกนนำแนวหน้า" มาเป็น "ที่ปรึกษาในเงามืด"
เพราะเชื่อว่า บทบาทที่ "เนวิน" เป็นอยู่ก็ไม่ต่างจากที่ "ทักษิณ ชินวัตร" กำลังเล่นอยู่ในขณะนี้
ดังนั้น ถ้า "ทักษิณ" รับพรรคภูมิใจไทยมาร่วมรัฐบาลหรือกลับมาอยู่ในพรรคก็เท่ากับรับ "เนวิน" มาอยู่ด้วย
"เนวิน" ถือเป็นนักการเมืองที่เล่นได้หลายบทบาท เคยทำให้ "บรรหาร ศิลปอาชา" ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ช้ำใจมาแล้ว ก่อนที่ "เนวิน" จะหันไปซบอก "ทักษิณ" จึงไม่แปลกที่ "เนวิน" จะโผจากอก "ทักษิณ" ไปกอดกับ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
เพราะไม่ว่าจะไปไหน "เนวิน" เป็นฝ่ายได้!
การทำงานการเมืองของ "เนวิน" ในสมัยรัฐบาลทักษิณ นอกจากตัวเองได้นั่งเก้าอี้ "รัฐมนตรี"แล้ว ยังสามารถทำให้ "พ่อ" ชัย ชิดชอบ เป็น "ประธานสภาผู้แทนราษฎร" ได้อีกด้วย
ดังนั้นการประกาศวางมืองทางการเมืองของ "เนวิน" เพียงเพื่อปลดชนวนให้แก่ "พรรคภูมิใจไทย" สามารถเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไปได้
ให้จับตาดูความเคลื่อนไหวการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ เพราะนอกจากมีชื่อ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว ยังมีชื่อ "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" น้องชายเนวิน เป็น "เลขาธิการพรรค"
ดังนั้นการประกาศถอนตัวจากการเมืองของ "เนวิน" จึงมองเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากผันตัวเองจาก "แกนนำแนวหน้า" มาเป็น "ที่ปรึกษาในเงามืด" !
................
(หมายเหตุ : เนวิน ชิดชอบจาก'แกนนำแนวหน้า' เป็น'ที่ปรึกษาในเงามืด' : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)



