คอลัมนิสต์

พลังการเมืองใหม่แจ้งเกิด

พลังการเมืองใหม่แจ้งเกิด

25 พ.ค. 2552

เหตุการณ์บ้านเมืองยังไม่สงบ ปัญหาเศรษฐกิจยังคาราคาซัง เพราะพรรคการเมืองพยายามช่วงชิงอำนาจและผลประโยชน์เพื่อตัวเองและพวกพ้อง กลายเป็นศึกยืดเยื้อเพื่อหวังกุมอำนาจรัฐ ทั้งในและนอกสภา เล่นเกมสกปรกทั้งบนดินและใต้ดิน

 ไม่ต้องพูดถึงกลุ่มคนใส่เสื้อนอกในสภา ซึ่งยังดิ้นรนรับใช้ขบวนการกังฉินอย่างไร้ยางอาย นอกจากขาดจิตสำนึกว่าต้องรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดินเกิดแล้ว ยังหาทางปล้นเงินภาษีและทรัพยากรของชาติ ยืดอกโอ่อวดว่าเป็นทาสเงินชั้นดีของคนหนีคุก

 การชุมนุมของประชาชนภายใต้เครือข่ายพันธมิตรช่วงวันอาทิตย์และวันจันทร์อาจเป็นทางเลือกใหม่สำหรับ “การเมืองใหม่” ถ้ามีกระบวนการดำเนินงานที่ถูกต้องเพื่อต่อสู้ทางการเมืองในสภา โดยมีผลประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมายของการทำงาน

 สัญญาณและความรู้สึกที่แสดงออกในวันนั้น คงทำให้นักการเมืองปัจจุบันได้คิดว่าปรากฏการณ์ของความท้าทายจากพลังการเมืองใหม่ได้ก่อกำเนิดเป็นรูปร่างแล้ว

 ประเด็นสำคัญในการผลักดันคือความพยายามของนักการเมืองในสภา และเครือข่ายการเมืองเก่ากำลังผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อฉุดการเมืองให้กลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์ เปิดช่องให้ผู้แทนกำมะลอในสภาแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่งต่างๆ

 โอกาสที่จะเข้าไปแทรกแซงการทำงานของข้าราชการ ใช้อำนาจอิทธิพลบังคับให้ข้าราชการเป็นเครื่องมือทำการทุจริต อยู่ในวงจรของการทุจริตนั่นคือ นักการเมือง ข้าราชการ และพ่อค้า ร่วมมือกันปล้นทรัพย์สินแผ่นดินผ่านโครงการต่างๆ

 ยุคการเมืองอุบาทว์ที่ผ่านมาไม่มีการกินแบบตามน้ำ หลังจากมีนโยบายแปลงทรัพย์สินแผ่นดินเป็นของส่วนตัว ใช้เครือข่ายและเครือญาติกำหนดโครงการ เปอร์เซ็นต์ ผู้ชนะการประมูลล่วงหน้า ไร้การแข่งขัน ผู้รับเหมาคู่ต่อสู้ต้องปิดกิจการ ทนเจ๊งไม่ไหว

 ถ้าการเมืองใหม่มาจากความต้องการและพลังของประชาชนอย่างแท้จริง พรรคการเมืองโดยพันธมิตรมีโอกาสแจ้งเกิด และขยายฐานหากพิสูจน์ได้ว่าเจตนาเดิมของการต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของแผ่นดินไม่เปลี่ยนเป็นการแสวงหาประโยชน์ส่วนตน
 ยิ่งถ้าให้ประชาชนในแต่ละเขตหรือพื้นที่เลือกสรรตัวแทน ดังเช่นระบบไพรมารีในสหรัฐ และลงคะแนนเสียงเลือกกันเองก่อน จะรู้ได้ว่าโอกาสชนะการเลือกตั้งโดยการยอมรับของประชาชนในพื้นที่หรือเขตนั้นมีมากน้อยเพียงใด

 ถ้าประเมินคะแนนสำหรับผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ โดยวัดจากแฟนรายการเอเอสทีวี โอกาสที่จะได้ ส.ส.ในส่วนนี้ย่อมมี ยิ่งถ้ามีผู้ชมทั่วประเทศมากกว่า 10 ล้านคนและเลือกผู้สมัครจากพรรคของพันธมิตร ก็จะสูสีค่ายสะตอซึ่งได้เกือบ 15 ล้านคะแนน
เว้นแต่ว่าชอบดูรายการเอเอสทีวี แต่ยังเลือกพรรคอื่นๆ เมื่อถึงเวลากาเบอร์! ถ้าเป็นแบบนี้คงเป็นความผิดเพี้ยน เพราะแต่ละพื้นที่ได้ทดสอบคะแนนเสียงก่อนหน้าแล้ว

แน่นอน พรรคอื่นๆ ย่อมมองเห็นความท้าทายและการแข่งขัน เครือข่ายของคนหนีคุกคงต้องพยายามมากกว่าเดิม นอกจากพรรคเสื้อนำเงิน ค่ายสะตอแล้วยังมีความน่ากลัวจากพรรคของพันธมิตร การต่อสู้คงต้องมีทุกรูปแบบโดยมีอำนาจรัฐเป็นเดิมพัน
ผลสุดท้าย พลังเงินซื้อเสียง หรือพลังคะแนนบริสุทธิ์จะตัดสินผู้ชนะนิ ! อิอิอิ !!!