
โปรดฟังอีกครั้ง'ปู'ยังไม่'ปรับ'ครม.
โปรดฟังอีกครั้ง...'ปู'ยังไม่'ปรับ'ครม. : ขยายปมร้อน โดยสมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์
แม้ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะยืนยันอยู่ทุกวันว่าจะยังไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีในช่วงนี้ เพราะไม่อยากให้งานสะดุด แต่ก็ยังมีข่าวคราวความเคลื่อนไหว มีคลื่นใต้น้ำปรากฏออกมาได้ทุกวันเช่นกัน
คำถามเดิมจึงวนกลับมาทุกวัน แล้วจะมีการปรับ ครม.หรือไม่? จะปรับเมื่อไหร่? และจะปรับเล็กหรือปรับใหญ่?
คำตอบสั้นๆ ต้องมีปรับแน่...แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ !!!
เพราะอะไร ?
1.ตามที่นายกฯ บอก คือ ไม่อยากให้งานสะดุด ในเมื่อ ครม.เท่าที่เป็นอยู่ยังสามารถ "เอาอยู่" ก็ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะไปปรับ เหตุผลนี้เห็นได้ชัดจากการที่นายกฯ เลือกที่จะมอบงานในความรับผิดชอบของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ในตำแหน่งรองนายกฯ ไปให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ คนที่ 2 ซึ่งตอนนี้ได้เลื่อนขั้นมาเป็นรองนายกฯ อันดับ 1 แทนนายยงยุทธ เป็นผู้รับผิดชอบ และมอบหมายงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับผิดชอบ
สิ่งที่ยิ่งตอกย้ำว่าน่าจะยังไม่มีการปรับ ครม.ช่วงนี้ คือ การแต่งตั้ง นายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตเลขาฯ ส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเดิมเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาเป็นที่ปรึกษาของ รมช.ชูชาติ
2.แม้กระทรวงมหาดไทยจะเป็นกระทรวงใหญ่และมีความสำคัญ แต่ก็ยัง "ไม่จำเป็น" ที่จะต้องปรับ ครม.เพื่อหาคนมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ เพราะที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัดว่าอำนาจตัดสินใจตัวจริงก็เป็นคนของในตระกูล "ชินวัตร" ไม่ว่าจะเป็น อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร นายกฯ ยิ่งลักษณ์ และรวมไปถึง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวอีกคนของทักษิณ ซึ่งเห็นได้ชัดในตอนจัดโผแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวง ส่วนคนที่เป็นรัฐมนตรีที่ผ่านมาไม่ได้มีบทบาทการทำงานในเชิงรุก แต่เป็นไปในลักษณะการทำงานรูทีนมากกว่า ซึ่งบทบาทนี้สามารถให้ "ปลัดกระทรวง" จัดการได้
โดยเฉพาะเมื่อปลัดกระทรวงคนใหม่คือ "วิบูลย์ สงวนพงศ์" คนที่ทางเพื่อไทยน่าจะวางใจได้ เพราะนอกจากจะผ่านการคัดเลือกของทักษิณแล้ว ยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่น "สิงห์ดำ" กับภูมิธรรม เวชยชัย ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย ที่มีข่าวว่าอาจจะได้มาเป็น รมว.มหาดไทย หากมีการปรับ ครม.
3.เพื่อไม่ให้เกิด "แรงกระเพื่อม" ภายในพรรค ซึ่งอาจจะกระทบไปถึงเสถียรภาพรัฐบาล โดยเฉพาะจากการสำรวจพบว่าหากจะมีการปรับจะต้อง "ปรับใหญ่" มากถึงประมาณ 10 ตำแหน่ง
กรณีนี้ปรากฏให้เห็นชัดตั้งแต่นายยงยุทธยังไม่ลาออกจากตำแหน่ง ที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค ออกมาพูดตรงๆ ว่าเรื่องล้างมลทินให้นายยงยุทธปูดขึ้นมา เพราะปฏิบัติการ "เลื่อยขาเก้าอี้" ของพวก "กระสัน" อยากเป็นรัฐมนตรี ซึ่งภาพก็ยิ่งชัดเจนขึ้นอีกเมื่อนายเทพพนม นามลี ที่อ้างว่าเป็นประธาน นปช.สุรินทร์ มายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้ตรวจสอบคุณสมบัตินายยงยุทธ พร้อมเรียกร้องให้ลาออกจากหัวหน้าพรรค แม้ต่อมาจะมีคนในพรรคออกมาบอกว่าเป็นแดงปลอม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็สร้างปัญหาให้พรรคแล้ว
อีกปัจจัยที่มีกระแสข่าวมาคือ หากมีการปรับ ครม. ก็ต้องให้แกนนำเสื้อแดงอีกคน คือ "ตู่" จตุพร พรหมพันธุ์ เข้ามาเป็นรัฐมนตรีด้วย ซึ่งนายกฯ ไม่ค่อยแฮปปี้นัก แต่ก็ไม่สามารถขัด "พี่ชาย" ได้
อย่างไรก็ตาม มีบางเสียงที่บอกว่า "ในทางการเมือง ไม่ปรับไม่ได้ ผมเชื่อว่าภายในสัปดาห์หน้า หลังจากมีการไปคุยกับ "คนดูไบ" ทุกอย่างก็คงลงตัว"
ทั้งนี้ มีข่าวว่าในช่วงสุดสัปดาห์นี้อดีตนายกฯ ทักษิณ ผู้ที่ถูกมองว่าเป็น "นายกฯ ตัวจริงของประเทศไทย" จะเดินทางมาที่ฮ่องกง และจะมีบรรดาแกนนำและ ส.ส.เพื่อไทยจำนวนมากเดินทางไปพบ
นอกจากเรื่องปรับคณะรัฐมนตรีที่ยังคุกรุ่น...หากกางปฏิทินการเมืองเพื่อสำรวจเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นและอาจจะมีความเกี่ยวพันกับเรื่องการปรับ ครม. ก็จะมีเรื่องการแถลงผลงาน 1 ปีของรัฐบาล ซึ่งล่าสุด นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ พูดชัดเจนว่าน่าจะอยู่ราวๆ ต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งก็จะไปเกี่ยวพันกับอีกเรื่องคือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน ซึ่งชัดเจนแล้วว่าน่าจะเกิดขึ้นภายหลังการแถลงผลงานรัฐบาล คือ ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ก่อนที่รัฐสภาจะปิดสมัยประชุมในปลายเดือน
ก่อนหน้านี้มีการวิเคราะห์กันว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะตัดสินใจปรับ ครม. หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยจะใช้เหตุผลจากการอภิปรายเป็นส่วนหนึ่งในการสับเปลี่ยนตำแหน่ง แต่ถึงเวลานี้ดูเหมือนเรื่องการอภิปรายของฝ่ายค้านจะไม่ใช่เงื่อนไขสำคัญในการตัดสินใจของนายกฯ ซะแล้ว
อะไรจะเป็น "ปัจจัยสำคัญ" ในการตัดสินใจของนายกฯ เดี๋ยวได้รู้กัน !!
.............
(หมายเหตุ : โปรดฟังอีกครั้ง...'ปู'ยังไม่'ปรับ'ครม. : ขยายปมร้อน โดยสมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์)



