คอลัมนิสต์

เมืองคู่การท่องเที่ยว

เมืองคู่การท่องเที่ยว

03 ต.ค. 2555

เมืองคู่การท่องเที่ยว : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2555

             ถึงแม้สถานการณ์ทางการเมืองในบ้านเรายังเกิดปัญหาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การบริหารของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งนอกจากปมทางการเมืองแล้ว งานทางด้านอื่นก็ยังไม่มีความชัดเจนผลงานในรอบ 1 ปี ที่รัฐบาลต้องแถลงก็ยังจัดทำไม่เสร็จสิ้น อย่างไรก็ตามในแง่ของเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศแล้วก็ยังพอเดินหน้าไปได้ ทำให้ดูเหมือนว่าการขับเคลื่อน เกิดจากภาคเอกชนเป็นตัวจักรสำคัญในการผลักดันมากกว่ารัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งค่อนข้างชัดเจน ที่ทำรายได้หลักเข้าประเทศ แต่ถึงแม้กระนั้นการท่องเที่ยวก็ยังต้องได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับนโยบายลงไปถึงการรองรับของท้องถิ่น ทั้งด้านสาธารณูปโภค โครงสร้างขั้นพื้นฐาน ถนนหนทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่ควรจะมีสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วมุมโลก ไม่เว้นแม้แต่คนพิการ

             มองในแง่ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวในบ้านเราดูจะมีภาษีดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านหรือแม้แต่ในอาเซียนด้วยกันด้วยซ้ำ เพราะทรัพยากรทางธรรมชาติ ไม่ว่าท้องทะเลหรือป่าเขา ประเทศไทยมีความพร้อม และมีที่พักรองรับนักท่องเที่ยวได้มากพอ ยังมีพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มเฉพาะทั้งทวีปยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง จากเอเชียด้วยกันอีกไม่น้อย รวมถึงทางแอฟริกาหรือกลุ่มสีผิว ที่หมุนเวียนกันเข้ามาท่องเที่ยวตลอดทั้งปี แต่ปัญหาของประเทศไทยส่วนหนึ่งคือ การสื่อสาร และการจัดการด้านการท่องเที่ยวระดับท้องถิ่นที่ยังไม่ได้มาตรฐานพอ รวมถึงความร่วมมือหรือพันธมิตรกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อดึงเม็ดเงินหรือจำนวนนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในลักษณะเป็นเมือง "บัดดี้ ด้านการท่องเที่ยว" เพื่อเพิ่มรายได้ให้ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านไปพร้อมๆ กัน
 
             มีตัวอย่างน่าสนใจที่คณะผู้บริหารระดับสูงของเมืองและการท่องเที่ยวเขตปกครองจังหวัดโอกินาว่า ของประเทศญี่ปุ่น ที่สนใจเมืองท่องเที่ยวอย่าง เกาะภูเก็ตที่นอกจากความพร้อมด้านการท่องเที่ยวแล้วยังมีความสามารถและจุดเด่นในการรับมือกับภัยพิบัติ โดยเฉพาะเหตุการณ์สึนามิ ที่ประเทศไทยสามารถบริหารจัดการจนเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก ทั้งแผนการปฏิบัติและการฝึกซ้อมการเตือนภัย เพราะแม้แต่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเกิดภัยพิบัติในลักษณะนี้เป็นประจำแต่การจัดการก็ยังทำได้ไม่เต็มที่ ทั้งๆ ที่โอกินาว่ากับภูเก็ตมีลักษณะเป็นเกาะเหมือนกัน ทางคณะผู้บริหารของญี่ปุ่นยังมีความสนใจในการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทั้ง 2 ประเทศเป็นลักษณะเมืองพี่เมืองน้องด้านการท่องเที่ยวด้วย ทางการญี่ปุ่นยังมองไปถึงการเปิดสายการบินตรงจากโอกินาว่ากับภูเก็ต นี่อาจเป็นโมเดลแรกของประเทศในการทำการท่องเที่ยวลักษณะ "เมืองคู่ขนานของการท่องเที่ยว" รัฐบาลต้องมองไกลกว่าการโปรโมทเมืองท่องเที่ยวแบบเมืองเดี่ยวในอนาคตเพื่อเปิดตลาดทางด้านนี้ให้มากยิ่งขึ้น