คอลัมนิสต์

สังคมรู้เท่าทันสปิริตนักการเมืองไทย

สังคมรู้เท่าทันสปิริตนักการเมืองไทย

30 ก.ย. 2555

สังคมรู้เท่าทันสปิริตนักการเมืองไทย : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2555

            พรรคเพื่อไทยกำลังจะพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ด้วยคำว่า "สปิริต" จากการประกาศลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ซึ่งมีผลในวันนี้ (1 ต.ค.) หลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดให้ไล่ออกหรือปลดออกจากคดีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงมหาดไทย มีมติโดยเลือกที่จะไล่ออก ซึ่งถือเป็นโทษสูงสุด แต่กลับพ่วงท้ายในคำสั่งไล่ออกเป็นโมฆะด้วยหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.ล้างมลทิน พ.ศ.2550 

            มติที่หมกเม็ดดังกล่าวส่งผลให้นายยงยุทธตกเป็นจำเลยของสังคมทันควัน ไม่เพียงแค่ปีกตรงกันข้ามกับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่ทั้งนักวิชาการและกลุ่มประชาชนบางส่วนได้ออกมากระหน่ำโจมตีในเรื่องเสียงข้างมากลากไป ปลุกเร้าให้สังคมการเมืองกลับคึกคักจากคำท้าทายดังกล่าว ด้วยการเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติของนายยงยุทธว่าขัดต่อคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่

            ตรงนี้ต่างหากเป็นจุดที่ทำให้กระแสอุ้มหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเกิดสั่นคลอนขึ้นมาทันที เมื่อสมาชิกพรรคเพื่อไทยเริ่มตระหนักถึงข้อกฎหมายล้างมลทินที่ให้ข้าราชการที่มีความผิดทางวินัยและได้รับโทษมาแล้วหรือกำลังได้รับโทษ ให้ถือว่าข้าราชการผู้นั้นไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน ขณะที่นายยงยุทธยังมิเคยได้รับโทษมาก่อนเลย จึงเป็นแรงผลักดันให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคได้หารือ พร้อมมีมติตัดไฟแต่ต้นลม ด้วยการใช้คำว่า "เสียสละ" ในการทำหน้าที่ ซึ่งอาจจะมีผลผูกพันต่อรัฐบาล คณะรัฐมนตรี ขณะหมวกที่สวมในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็ยังสุ่มเสี่ยงต่อการยุบพรรคได้  

            เห็นได้ว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พลังสังคมไม่สามารถกดดันให้นายยงยุทธได้เห็นจริยธรรมทางการเมืองได้แจ่มชัด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้นี้ ยังคงออกมาปฏิบัติหน้าที่ด้วยการอ้างคำการันตีของคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือพ.ร.บ.ล้างมลทิน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นการเมืองภายในพรรคเพื่อไทยเอง ที่บีบบังคับให้ต้องลาออก ซึ่งการเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยก็เป็นที่รู้กันอยู่ถึงคนบงการ ดังนั้นการจะออกจากตำแหน่งก็คงจะไม่ต่างกัน เป็นการตัดเนื้อร้ายเพื่อรักษาอวัยวะ

            คำพูดสวยหรูเสียสละหรือการแสดงสปิริตได้หลุดหรือเกือบจะหลุดหายไปจากพจนานุกรมทางการเมืองนานแล้ว เพราะการเข้าสู่ห่วงโซ่ของอำนาจนั้น เป็นการลงทุนที่ค่อนข้างสูง จึงเป็นเรื่องยากที่นักการเมืองหรือนักเลือกตั้งทั้งหลายยอมสูญเสีย แต่เรายังหวังว่า สักวันหนึ่งคุณภาพการเมืองบ้านเราจะยกระดับขึ้นให้ผู้ที่เข้ามารู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่ ต่อตนเองและต่อสังคมโดยไม่ได้ถูกบังคับด้วยข้อกฎหมายหรือการลงโทษตามกฎหมาย ที่สำคัญสปิริตของนักการเมืองจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อสังคมไม่ยอมรับการกระทำผิดนั้นด้วย