
"แผลเป็น" ของแผ่นดิน
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังตามหาหลักฐานและร่องรอยของการ "ฆ่าตัดตอน" ที่เหยื่ออาจไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด แต่ถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด
ตลอดช่วง "สงครามปราบปรามยาเสพติด" นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นแม่งาน นายตำรวจระดับพระกาฬมากมายถูกระดมมาใช้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ
ตัวเลขคนตายสูงกว่า 2,500 ศพ ย่อมทิ้งหลักฐานและร่องรอยไว้ไม่ใช่น้อย เมื่อน้ำลดตอก็ผุดเป็นธรรมดา
ตอชุดแรกๆ ก็ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ถูก พ.อ.ปิยะวัฒน์ กิ่งเกตุ ผู้อำนวยการสำนักคดีอาญาพิเศษ ออกหมายเรียกเข้ารับทราบข้อกล่าวหา
มีตั้งแต่ระดับ พ.ต.อ. ยันชั้นประทวน ในคดีฆ่าแขวนคอนายเกียรติศักดิ์ หรือ เอ็กซ์ ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปี เหตุเกิดในพื้นที่ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2547 ระหว่างยุทธการปราบปรามยาเสพติด ที่กำลังเข้มข้นพอดี
ยังมีนายตำรวจอีกมากมายกำลังร้อนๆ หนาวๆ กับคดี "ฆ่าตัดตอน" ที่มีข่าวระแคะระคายว่า ตำรวจในภาคอีสานบางส่วนกำลังเปิดปากให้ข้อมูลต่อดีเอสไอ โดยมีข้อต่อรองบางอย่างเพื่อความอยู่รอด
แม้จะเป็นเพียงกระแสที่มีการพูดกันมาก แต่หลักฐานจากปากคำพยาน รวมถึงวัตถุพยานบางส่วน เริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว
ดีเอสไอเริ่มลงมือสืบสวนสอบสวนในเชิงลึกอีก 20 กว่าคดี โดยเฉพาะท้องที่ จ.กาฬสินธุ์ ที่มีแนวโน้มว่า เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง แถมลักษณะทางคดียังคล้ายกันคือ การ "ฆ่าแขวนคอ" วัยรุ่น
คดีเกือบทั้งหมดถูกปิดแฟ้มด้วยบทสรุป "ฆ่าตัดตอน" หักหลังกันเองระหว่างแก๊งค้ายา เร็ว ง่าย สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ที่เร่งให้ลดจำนวนทั้งผู้ค้าและผู้เสพ
ผลงานชัดเจนวางบิลผู้บังคับบัญชารับความดีความชอบกันทั่วหน้า
ยังมีคดีแปลกที่เกิดขึ้นในช่วงเดียวกัน ซึ่งว่ากันว่า มีมือปืน.22 สีกากีระดับใหญ่ ลงมาเล่นด้วย จริงเท็จอย่างไร ดีเอสไอลองหาข้อมูลดู
นี่คือความจริงในช่วงเวลาสนองความกระหายเลือดของนักการเมือง โดยไม่คำนึงถึงกฎหมาย ความยุติธรรมในบ้านเมือง
และนี่อาจเป็นเหตุส่วนหนึ่งของความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในแผ่นดิน เกิดรอยร้าวในใจของประชาชนทั้งประเทศ ที่เห็นเจ้าหน้าที่รัฐไปละเมิดกฎหมายเสียเอง!!



