คอลัมนิสต์

รถ ขสมก.ยังจำเป็นต้องมี

รถ ขสมก.ยังจำเป็นต้องมี

25 พ.ค. 2552

โครงการเช่ารถประจำทางเพื่อกรุงเทพมหานคร หรือ ขสมก. กำลังเป็นเรื่องถกเถียงกันว่าเหมาะสม มีประเด็นการทุจริต ไม่โปร่งใส หรือการได้ประโยชน์จากโครงการนี้อย่างไร หลังจากรัฐบาล โดยคณะรัฐมนตรีได้สั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณาตัวเลขให้ดี เพื่อป้องกันข้อครหา และให

 ต้องยอมรับว่า ระบบการขนส่งมวลชนในเมืองหลวงนั้นไม่เพียงพอ รถประจำทางมีน้อย ทำให้ประชาชนต้องซื้อรถยนต์ ส่งผลให้การจราจรติดขัด เพราะเมืองหลวงขาดระบบบริหารขนส่งมวลชนมานาน เพิ่งจะลงทุนในรถไฟฟ้าและรถใต้ดิน ยังมีอีกหลายโครงการขึ้นอยู่กับงบประมาณและสภาวะเศรษฐกิจ

 ขณะเดียวกันรถประจำทางยังเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับในเมืองสู่นอกเมืองสำหรับผู้มีรายได้น้อย จึงต้องมีอยู่ และต้องจัดการบริหารให้มีประสิทธิภาพ ลดการทุจริต การขาดทุน ซึ่งไม่ใช่ภารกิจที่ง่าย เพราะงานเพื่อบริการสาธารณะในหลายประเทศที่พัฒนาแล้วก็ขาดทุน โดยรัฐยอมรับว่าเป็นการบริการที่จำเป็น

 โครงการที่ถกเถียงกันขณะนี้คือ การเช่ารถเอ็นจีวี 4,000 คันโดย ขสมก. ก่อนหน้านั้นมีเครือข่ายนักการเมืองนำรถประกอบสำเร็จเข้ามาจากประเทศจีน โดยที่ยังไม่มีการอนุมัติสั่งซื้อหรือมีข้อตกลง หวังใช้อำนาจการเมืองจัดการ แต่ตัวนักการเมืองพ้นจากอำนาจ ทำให้โครงการต้องคาราคาซังอยู่จนถึงรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ ซึ่งมีข้อเสนอแนะว่า ประเทศควรได้ประโยชน์จากโครงการจัดหารถประจำทาง โดยตั้งเงื่อนไขให้มีการประกอบรถประจำทางโดยใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การผลิตอะไหล่ ชิ้นส่วนต่างๆ รวมทั้งการจ้างงาน ทำให้เงินส่วนหนึ่งอยู่หมุนเวียนภายในประเทศ โดยให้ซื้อเพียงเครื่องยนต์และโครงรถเข้ามาเท่านั้น ซึ่งต่างจากการนำเข้าทั้งคันโดยไม่ก่อประโยชน์ต่อเนื่องสำหรับการจ้างงาน การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์

 ล่าสุดกรอบวงเงินค่าเช่ารถเอ็นจีวี 4,000 คัน ปรับลดจาก 69,788 ล้านบาท เหลือ 67,900 ล้านบาท เนื่องจากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจาก 9.875% เหลือ 9% ส่วนราคากลางเฉลี่ยของรถปรับลดจากคันละ 6 ล้านบาทเหลือ 5 ล้านบาท ตามเงื่อนไขที่ปรับจากรถนำเข้าเป็นรถผลิตในประเทศไม่ต่ำกว่า 70%

 ดังนั้น โครงการนี้จึงเปลี่ยนไปในด้านรูปแบบของการจัดหา และที่มาของรถ แตกต่างจากโครงการเดิม ที่สำคัญการประกอบรถยนต์ภายในประเทศจะทำให้เกิดการเร่งฟื้นตัวในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ การผลิตชิ้นส่วนทั้งเหล็ก พลาสติก ไฟเบอร์ สายไฟ และวัสดุส่วนประกอบอื่นๆ นอกจากการจ้างงาน ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจส่วนหนึ่ง ทำให้การขับเคลื่อนไปได้ ขณะเดียวกันประชาชนสมควรได้รับความสะดวกจากการเดินทางด้วยพาหนะใหม่ปลอดภัยกว่าเดิม เท่ากับเป็นการบรรเทาความลำบาก และปัญหาสุขภาพรอบด้านสำหรับประชาชน ส่วนการป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์ย่อมทำได้ด้วยการตรวจสอบให้รัดกุม มีคณะกรรมการตรวจสอบจากทุกฝ่าย ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า มีความโปร่งใส มาตรการป้องกันการทุจริต เพราะความอยู่รอดของรัฐบาลขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือในโครงการนี้เช่นกัน หลังจากมีข่าวฉาวโฉ่มานาน