
การเมืองบั่นทอนประเทศ
การเมืองบั่นทอนประเทศ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2555
สังคมไทยกำลังมุ่งหน้าไปสู่จุดวิกฤติจากความขัดแย้งทางการเมือง ยิ่งนานวันการเมืองยิ่งบ่มเพาะปมปัญหาจนยากที่จะแก้ไขเข้าไปทุกที นักการเมืองในบ้านเราไม่ได้ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้เยาวชนหรือคนรุ่นใหม่ได้ตระหนัก ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นตัวอย่างอันเลวร้ายไม่ว่าเรื่องการทุจริต คอร์รัปชั่น การกลับด้านผิดกลายเป็นความถูกต้องผ่านวาทกรรม พฤติกรรม ใช้ช่องทางกฎหมายตีความเข้าข้างตัวเองหรือพวกพ้อง พฤติการณ์ที่สร้างความคลุมเครือ หมิ่นเหม่ต่อศีลธรรม จริยธรรมอันดี รวมถึงความเหมาะสมทางสังคมและนับรวมไปถึงข้าราชการประจำ ที่ควรยึดมั่นต่อความซื่อสัตย์สุจริต เป็นข้าราชการที่ดีในแผ่นดินด้วย
ขณะเดียวกันกฎหมายในบ้านเราไม่ได้ทำให้นักการเมืองเกิดความเกรงกลัว ยำเกรงต่อบทลงโทษ ยิ่งข้าราชการการเมืองกับข้าราชการประจำกลายเป็นเนื้อเดียวกันเช่นปัจจุบัน ทำให้กระบวนการยุติธรรมเข้าถึงหรือเอาผิดได้ยาก มีการเอื้อประโยชน์ต่อกันในผลประโยชน์ทุกรูปแบบ ผู้ต้องหา คนหนีโทษทางอาญากลับกลายเป็นคนดีมีบุญคุณต่อข้าราชการประจำ เป็นการตอบแทนในความจงรักภักดี มิหนำซ้ำยังทำให้สิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควรกลายเป็นแบบอย่างหรือวัฒนธรรมที่ถูกต้องไปเสียอีก ความเคารพนับถือรุ่นพี่ เอาเป็นแบบอย่างในการทำงาน โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมหรือแม้แต่กฎระเบียบปฏิบัติข้าราชการของแผ่นดิน
ความแตกแยกในประชาชนคนไทยผ่านขบวนการทางการเมืองแบ่งเป็นสองฝ่ายห้ำหั่นกัน ไม่มีการลดราวาศอก คนไทยกำลังตกเป็นเครื่องมือของนักการเมืองโดยอ้างพลังบริสุทธิ์ ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว มีระบบหัวคะแนนการจัดตั้งเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยบางส่วน ประเทศไทยกำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ กลไกตรวจสอบภายในประเทศไม่ว่า กระบวนการยุติธรรม องค์กรตรวจสอบการทุจริต คอร์รัปชั่น ขับเคลื่อนได้ไม่เต็มที่ เกิดความเอนเอียงไปตามอำนาจรัฐ การไม่ยอมรับจากกลุ่มที่เสียหายได้รับผลกระทบ ดูตัวอย่างหลังจากรายงานสรุปของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ ที่นำเสนอต่อสาธารณชน
นอกจากเรื่องความแตกแยกทางการเมืองแล้ว ปัญหาของประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความจงรักภักดีต่อสถาบันเบื้องสูงที่คนไทยเคารพรัก ยังถูกดึงลงมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งไม่เหมาะไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง ความรักเทิดทูน ก็อยู่ในส่วนของจิตสำนึกเหตุการณ์ปะทะกันที่เกิดขึ้นระหว่างคนสองกลุ่มหน้ากองปราบปราม ซึ่งไม่ควรแต่งกายในลักษณะแสดงสัญลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง เรามีรากเหง้ามาจากบรรพบุรุษที่เสียสละ แต่เมื่อมาถึงจุดที่บ้านเมืองกำลังระส่ำระสาย คนไทยควรหันหน้ากลับมารวมมือกัน รัฐบาลต้องเป็นผู้นำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นต้นแบบให้คนในสังคม อย่าให้คนไทยเดินไปถึงจุดที่ "ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ" หากเป็นเช่นนั้นขนบ ประเพณี วัฒนธรรมที่มีมาจะสูญสิ้นความเป็นไทยจะไม่เหลืออีกต่อไป



