คอลัมนิสต์

"เอสเอ็มเอส"เจ๋งช่วยตร.จับโจรคืนเดียว2ราย

"เอสเอ็มเอส"เจ๋งช่วยตร.จับโจรคืนเดียว2ราย

24 พ.ค. 2552

"เอสเอ็มเอส" จับโจร เจ๋ง คืนเดียวจับได้ 2 ราย รายแรกสายตรวจเจอวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาบ้าย่านบางคอแหลม เรียกตรวจบัตรประชาชนส่งข้อมูลสอบประวัติทางมือถือ พบหมายจับคดีปล้นทรัพย์ ตั้งแต่ปี 51 ส่วนอีกรายเจอนั่งใต้สะพานปิ่นเกล้ามีพิรุธตรวจเลขบัตรประชาชน เจอหมายจับ

ตำรวจใช้ระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ตรวจสอบประวัติผู้ต้องสงสัยผ่านระบบเอสเอ็มเอส ทำให้สามารถจับกุมคนร้ายคดีปล้นทรัพย์รายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 พฤษภาคม โดย พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร กล่าวว่า พ.ต.ท.ดิลก รื่นเนตร สว.สส.สน.วัดพระยาไกร และ ร.ต.อ.ขวัญชัย แป้นมณฑา รอง สว.สส. ได้นำกำลังไปจับกุมตัว นายฮา (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เลขที่ จ.173/2552 ลงวันที่ 3 เมษายน 2552 ข้อหาปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด, ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร โดยจับกุมได้จากการตรวจสอบข้อมูลหมายจับทางเอสเอ็มเอส หมายเลข 4514111 ซึ่งเป็น “โครงการเอสเอ็มเอส จับโจร” ของ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.

 ร.ต.อ.ขวัญชัยกล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตนพร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร ได้ร่วมกันลงตรวจสอบพื้นที่ กระทั่งพบกลุ่มวัยรุ่นกำลังนั่งมั่วสุมเสพยาบ้ากันอยู่บริเวณท้ายซอยสามร้อยห้อง แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. จึงแสดงตนเป็นพนักงานเพื่อเข้าจับกุมตัว และใช้โทรศัพท์มือถือพิมพ์เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของกลุ่มผู้ต้องหา ส่งเอสเอ็มเอสไปที่หมายเลข 4514111 ตามนโยบายของ ผบช.น. ปรากฏว่าข้อมูลของ นายฮา ตรงกับหมายจับคดีปล้นทรัพย์ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง จึงควบคุมตัวไว้พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีน้ำตาล ทะเบียน ลษพ 275 กรุงเทพมหานคร ซึ่งแจ้งหายไว้ที่ สน.บุคคโล ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2551

 ร.ต.อ.ขวัญชัย กล่าวอีกว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว นายฮา ผู้ต้องหารายนี้ ได้ร่วมกันกับพวก ซึ่งถูกฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร จับกุมตัวไปแล้ว คือ นายธีรพล ฮัววานิช หรือ บอมบ์ อายุ 24 ปี ใช้อาวุธปืนปล้นรถจักรยานยนต์จาก นายสมัคร บำรุง อายุ 31 ปี เจ้าของรถ ขณะขี่ผ่านซอยตากสิน 11 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กทม. หลังจากประสานผู้เสียหายนำหลักฐานมาแสดงความเป็นเจ้าของรถ และชี้ตัวผู้ต้องหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พนักงานสอบสวน สน.บุคคโล ก็จะเดินทางมาอายัดตัวนายฮา เพื่อนำไปสอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 ส่วนอีกราย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบก.น.1 แถลงผลการจับกุมนายธีรยุทธ แพน้อย หรือ เจมส์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120/177 ต.ห้วยบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 803/2552 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2552 ข้อหาลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ในที่จอดรถสาธารณะ โดยจับกุมได้จากการตรวจสอบข้อมูลหมายจับทางเอสเอ็มเอส หมายเลข 4514111

 พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พ.ต.ท.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย สว.สป.สน.ชนะสงคราม นำกำลังเข้าตรวจตราพื้นที่บริเวณใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า (ฝั่งถนนพระอาทิตย์) ปรากฏว่า พบนายธีรยุทธนั่งอยู่ด้วยท่าทางมีพิรุธ จึงขอตรวจค้นและนำเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ส่งเอสเอ็มเอสไปที่หมายเลข 4514111 ปรากฏว่าข้อมูลไปตรงกับหมายจับลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ของ สน.บางซื่อ

 ด้านนายธีรยุทธรับสารภาพว่า เคยก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจากลานจอดรถขนส่งหมอชิตใหม่มาก่อน จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ

 ทังนี้ เทคโนโลยีไฮเทค เอสเอ็มเอส จับโจรนั้น เป็นโครงการที่ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. นำมาใช้ต่อยอดในนครบาล หลังจากที่เคยทำประสบผลสำเร็จมาแล้วในพื้นที่ บช.ภ.7 โดยวิธีการใช้ระบบเอสเอ็มเอส จับโจร จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงทะเบียนใช้งานบริการเสริมจากโทรศัพท์เคลื่อนที่เครือข่ายเอไอเอส เมื่อออกปฏิบัติหน้าที่ไปพบรถยนต์หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยก็จะสามารถใช้โทรศัพท์มือถือของตนเองส่งรูปภาพหรือข้อมูลที่พบ ใส่ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวบัตรประชาชน หรือหมายเลขทะเบียนรถยนต์ต้องสงสัยเข้าไปยังศูนย์ข้อมูล ที่ได้ลงบันทึกประวัติบุคคลและประวัติรถหาย หรือที่ได้รับการแจ้งหายเอาไว้ หลังจากนั้นทางศูนย์จะส่งข้อมูลทั้งหมดกลับมายังเจ้าหน้าที่ทันที

 นอกจากเอสเอ็มเอส จับโจรจะอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ยังอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนเจ้าของธุรกิจห้างร้านอีกด้วย หากเจ้าของธุรกิจรายใดต้องการรับข้อมูลไปตรวจสอบประวัติของพนักงานที่จะรับเข้าทำงานใหม่ ก็สามารถตรวจสอบได้ด้วยปลายนิ้วของตัวเอง และหากพบว่าผู้ที่เข้ามาสมัครงานมีหมายจับติดตัวอยู่ก็จะโทรแจ้งตำรวจให้รีบเดินทางไปจับกุมตัวได้ทันที ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นการช่วยสอดส่องดูแลความเรียบร้อยให้เจ้าหน้าที่ได้อีกทางหนึ่ง