
ถึงจะล้างมลทินแต่อัลไพน์ก็ยังหลอน
ถึงจะล้างมลทินแต่อัลไพน์ก็ยังหลอน : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
ถึงแม้ว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะยังยืนกรานว่า ไม่ปรับ ครม.ในช่วงนี้ แต่กระแสปรับ ครม.ก็ยังคงกระหึ่มอยู่ทั้งที่พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาล
วันดีเวลาได้ ว่ากันว่าต้นเดือนตุลาคมน่าจะเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง
เพราะช่วงนี้ เป็นเวลาที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เกษียณอายุราชการ พร้อมกระโจนเข้าสนาม
ถึงแม้ใครๆ โดยเฉพาะ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี จะพยายามชู 2 แขนเชียร์สุดใจขาดดิ้นให้ ว่าที่อดีต ผบ.ตร. ญาติ "หญิงอ้อ" พจมาน ณ ป้อมเพ็ชร อดีตภรรยาตามกฎหมายของ ทักษิณ ชินวัตร ผู้นี้ ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็ตามที
แต่ความแรงของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ นั้นยังไม่เคยตกจากการเป็นว่าที่ รองนายกฯ ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อันเป็นตำแหน่งที่ ร.ต.อ.เฉลิม นั่งอยู่ในตอนนี้
คนที่คุมจังหวะจากแดนไกลประสงค์อย่างนั้น
แต่สำหรับ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ แล้วกลับไม่ใช่
จังหวะเหมาะที่นายกฯ หญิงคนแรกของเมืองไทยอยากให้เป็นกลับเป็นช่วงภายหลังศึกซักฟอกผ่านพ้นไปแล้ว
นั่นก็คือช่วงเดือนตุลาคม ควรจะเสร็จสิ้นภารกิจแถลงผลงานของรัฐบาลต่อรัฐสภา จากนั้นจึงเป็นคิวของศึกซักฟอก แล้วค่อยไปจบด้วยการปรับ ครม.แบบสวยๆ ก่อนปิดสมัยประชุมสภาในเดือนพฤศจิกายน
แต่บังเอิญดันมีกรณี ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย โผล่ขึ้นมา เพราะเจอคดีที่ดินอัลไพน์เป็นกรรมตามมาหลอน จังหวะจะโคนที่วางเอาไว้ ก็เลยอาจต้องปรับใหม่
ถึงจะดาหน้ากันออกมาป้องหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่าไม่มีมลทินแล้ว พ้นผิดแล้ว สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติแล้วก็ตาม
แต่อย่าลืมว่า "คนรอคิว" ในเพื่อไทยนั้นยังมีอยู่ และพร้อมจะกด-ดัน-เสียบ
ตำแหน่งอื่นไม่เท่าไหร่ แต่กรณียงยุทธ มันสองเด้ง เพราะมีทั้งรองนายกฯ ทั้ง รมว.มหาดไทย
หลุดไปก็ได้เฮกันหลายคน
ทั้งในส่วนของฝ่ายนักการเมืองและฝ่าย นปช.
ซึ่งกรณียงยุทธนั้นก็ยังมีปมค้างคาใจอยู่หลายปมว่าไปใช้อีท่าไหนถึงได้พลิ้วหลุดออกไปโดยที่ยังไม่เคยเห็นโดนลงโทษทัณฑ์ใดๆ มาก่อน
ที่น่ากังขาคือ พระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือถามกฤษฎีกาตั้งแต่ก่อนมีการประชุม อ.ก.พ.ว่า กรณี นาย ก.โดนโทษคล้ายๆ กับ ยงยุทธ จะทำอย่างไรเพราะเกษียณไปนานแล้ว แล้วจะเข้าข่ายพ.ร.บ.ล้างมลทินได้หรือไม่
กฤษฎีกาตอบกลับมาในวันที่ 7 กันยายน ว่า เข้าเกณฑ์ล้างมลทิน
นอกจากนี้วันที่ อ.ก.พ.มหาดไทย มีมติไล่ ยงยุทธ ออก (14 ก.ย.) ก็เป็นมติที่ออกหลังพ.ร.บ.ล้างมลทิน ถ้า ยงยุทธ ได้อานิสงส์ตรงนี้ ข้าราชการอื่นๆ ที่โดนวินัย ไม่ต้องพ้นมลทินไปด้วยกันหมดเลยหรือ
ประเด็นที่ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ทำความเห็นไปยังนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ลงวันที่ 22 กันยายน 2555 เป็นความเห็นเรื่อง อ.ก.พ.กระทรวงมีมติให้ปลดออก ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นการไล่ออก ตรงนี้จะอนุโลมใช้ได้หรือไม่
นี่คือปัญหาที่ ยงยุทธ ต้องเผชิญ และอาจลุกลามไปถึงเก้าอี้ รวมทั้งสถานะของการเป็น ส.ส.
ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น กิตติรัตน์ ณ ระนอง เจ้าของประโยคเท่ๆ เฉพาะตัว "โกหกสีขาว" หรือ "ไวท์ไลน์" อะไรนั่น น่าจะไม่ขยับไปไหน เพราะยังเป็นที่ถูกอกถูกใจคนไกลอยู่
เช่นเดียวกับ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ที่ปฏิบัติการลงแส้เด้งดึ๋งปลัดกระทรวงกลาโหมจนสะเทือนไปถึงบ้านสี่เสาเทเวศร์นั้น เข้าตา และได้ใจเพื่อนรักที่ชื่อ ทักษิณ เป็นยิ่งนัก
ส่วน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา นอกจากบุญคุณที่คากันอยู่แล้ว ภารกิจดับไฟใต้ ก็ช่วยให้รัฐบาลกับกองทัพไปด้วยกันได้ดีอยู่
ที่สำคัญ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ยังเป็นช่องทางเดียวของรัฐบาลที่จะเชื่อมถึงประตูบ้านสี่เสาฯ
แต่ทั้งหมดนั้นที่สุดแล้ว ก็ต้องฟังจังหวะจากคนแดนไกล
แต่คนที่ใจตุ้มๆ ต่อมๆ กลับเป็น ยงยุทธ ที่ก่อนหน้านี้ แทบไม่มีเภทภัยใดๆ มาแพ้วพาน หากไม่มีกรณีที่ดินอัลไพน์ที่ได้ไปกระทำเอาไว้ ก็คงไม่ต้องวุ่นวายกันในวันนี้
...............
(หมายเหตุ : ถึงจะล้างมลทินแต่อัลไพน์ก็ยังหลอน : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)



