
ญี่ปุ่นหาหุ้นส่วนความมั่นคง
ญี่ปุ่นหาหุ้นส่วนความมั่นคง : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร [email protected]
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นต้องยอมรับความปราชัยและความอับอายในฐานะประเทศรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน มาถึงทุกวันนี้มาเป็นเวลาหกสิบกว่าปี ประเทศญี่ปุ่นและคนญี่ปุ่นสามารถพัฒนาประเทศและสร้างกรอบความคิดใหม่ที่จะอยู่กับประชาคมโลกต่อไป จึงไม่แปลกในช่วงเวลาที่ผ่านมาญี่ปุ่นใช้เวลาในการสร้างชาติและส่งเสริมวัฒนธรรมญี่ปุ่นโดยไม่ต้องกังวลถึงภัยคุกคาม เนื่องสหรัฐอเมริกาให้ความช่วยเหลือด้านป้องกันประเทศทั้งเอเชีย-แปซิฟิก
มาในระยะหลังญี่ปุ่นมีความน้อยเนื้อต่ำใจเพราะความก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจไม่รุดหน้าแบบในอดีต เพื่อนบ้านอย่างจีนและเกาหลีได้กลายเป็นยักษ์ใหญ่เศรษฐกิจของเอเชียมีบทบาทสูงกว่าญี่ปุ่น
สองปีก่อน จีนได้กลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับสอง ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นเร็วแบบนี้ แต่ต้องยอมรับเพราะมันเป็นความจริงที่เห็นๆ พอจีนมีฐานะในเวทีการเมืองระหว่างประเทศที่สูงกว่า จีนสามารถสร้างเครือข่ายทางการทูตและความช่วยเหลือที่แข่งกับญี่ปุ่นได้
จึงไม่แปลก ญี่ปุ่นได้ลดจำนวนเงินช่วยเหลือจีนและค่อยๆ ตัดความร่วมมือในด้านต่างๆ เพราะไม่มีความจำเป็นอีกแล้ว ตามจริงในระดับหนึ่ง จีนยังต้องการความช่วยเหลือทางด้านเทคโนโลยีและการฝึกสอนทางด้านเฉพาะโดยเฉพาะทางด้านไฮเทค
สิ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นเริ่มเพิ่มความเข้มข้นมิติความมั่นคงในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา มีสาเหตุมาจากเรื่องข้อพิพาทชายแดนระหว่างสองประเทศ เหนือเกาะเตียวหยู หรือเซงกากุ การเมืองภายในทั้งสองประเทศยังส่งผลกระทบกระเทือนอันยิ่งใหญ่ต่อนโยบายต่างประเทศและความมั่นคง ญี่ปุ่นรู้ดีว่าขณะนี้มีความจำเป็นที่ต้องหาเพื่อนฝูงเพื่อสร้างแรงค้านอำนาจของจีนในภูมิภาค
ในอดีตเป็นเวลาถึง 40 ปี ญี่ปุ่นถือว่าตัวเองเป็นเสาหลักของความเจริญด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงในเอเชียโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมาชิกอาเซียนทั้งหลาย ญี่ปุ่นยังเป็นประเทศอันดับหนึ่งลงทุนในอาเซียนมากที่สุด การลงทุนจีนอาจจะต้องใช้เวลาในอาเซียน
เร็วๆ นี้ ญี่ปุ่นได้เข้าไทยเพื่อแสวงหาหุ้นส่วนทางด้านความมั่นคง ญี่ปุ่นมีความมั่นใจในบทบาทไทยมาก เพราะทั้งสองประเทศเป็นพันธมิตรสหรัฐอเมริกา เวลาพูดคุยกันเข้ากันใจง่ายกว่า คงจำกันได้ สมัยรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้อดีตนายกรัฐมนตรีโตชิกิ ไคฟุ ได้แสดงแผนความร่วมมือทางด้านความมั่นคงทางทะเลร่วมลาดตระเวนเพื่อเสรีภาพในการสัญจรทางทะเลและการปราบโจรสลัด ซึ่งต่อมามีเสียงตอบรับในทางลบจากประเทศเพื่อนบ้าน สมาชิกอาเซียนบางประเทศยังลืมอดีตการกระทำญี่ปุ่นไม่ได้
ตอนนี้สถานการณ์ในภูมิภาคเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะความรู้สึกของต่างประเทศต่อญี่ปุ่นนั้นชัดเจน คือเปลี่ยนจากหน้าเป็นหลังมือก็ว่าได้ มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นเป็นมิตรขึ้นไม่เกเรแบบอดีต ความต้องการเห็นญี่ปุ่นเข้ามามีบทบาททางด้านความมั่นคงในภูมิภาคจึงมีมากขึ้น ญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการจัดการและการฝึกฝนความมั่นคงทางทะเลได้อย่างดี ประเด็นนี้จะเป็นเรื่องหลัก ญี่ปุ่นพยายามเพิ่มความร่วมมือกับอาเซียนต่อไป



