คอลัมนิสต์

'พ.ร.บ.ล้างมลทิน'วัดมาตรฐานรัฐบาลปู

'พ.ร.บ.ล้างมลทิน'วัดมาตรฐานรัฐบาลปู

24 ก.ย. 2555

'พ.ร.บ.ล้างมลทิน' วัดมาตรฐานรัฐบาลปู : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์

              ดูจากสีหน้าและการให้สัมภาษณ์ของ "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย บ่งบอกให้รู้สึกว่า ระยะนี้ "อารมณ์เสีย" ไม่อยากตอบคำถามสื่อ โดยเฉพาะกรณีมติคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา ที่ลงมติโทษทางวินัย "ไล่ออก" ยงยุทธ ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เมื่อครั้งที่เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย ปี 2545 กรณีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์
   
              แม้ว่า "อ.ก.พ.กระทรวง" ได้เห็นตามมติของ "ป.ป.ช." เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2555 ที่ชี้มูลความผิด "ยงยุทธ" เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย กรณีมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน ที่ให้ยกเลิกโฉนดที่ดินที่จดทะเบียนในนามสนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่แบ่งแยกมาจากโฉนดที่ธรณีสงฆ์โดยมิชอบ
   
              โดย ป.ป.ช.เห็นว่า การกระทำดังกล่าวมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
    แต่ "ยงยุทธ" ก็ยังคงยืนยันแข็งขันว่า "ไม่ได้ทำผิด ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย" แต่กระแสสังคมที่ออกมาค้านกับ "คำปฏิเสธ" ของ "ยงยุทธ" แถมยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับมติของ "อ.ก.พ.กระทรวง" ตามมาอีกมากมาย โดยเฉพาะในแง่ของกฎหมาย
   
              ทำให้ "พระนาย สุวรรณรัฐ" ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองประธาน อ.ก.พ.กระทรวงมหาดไทย ต้องออกมาแถลงเกี่ยวกับมติของ "อ.ก.พ.กระทรวง" เพื่อลดข้อสงสัยของสังคมอีกครั้ง
   
              "แม้ว่า อ.ก.พ.กระทรวงมหาดไทยจะไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการป.ป.ช. แต่เรื่องนี้จะไม่สามารถพิจารณาเป็นอย่างอื่นได้ จึงเห็นควรเสนอให้ รมว.มหาดไทยสั่งลงโทษ "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" ออกจากราชการตามฐานความผิดที่ ป.ป.ช.มีมติ โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2545" เนื้อหาบางช่วงที่ "พระนาย" แถลง
   
              สรุปว่า "คณะอนุกรรมการ" ที่กระทรวงตั้งขึ้นชุดนี้จะสรุปผลเสนอให้ "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" รมว.มหาดไทย สั่งลงโทษ "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย ปี 2545 ออกจากราชการตามที่ ป.ป.ช.มีมติ โดยมีผลย้อนหลัง 30 กันยายน 2545 
   
              เป็นการเสนอ "ยงยุทธ" ลงโทษ "ตัวเอง" และมีผลย้อนหลัง แถมบอกต่อว่า "การลงโทษทางวินัยนี้ ผู้ถูกลงโทษอยู่ในหลักเกณฑ์ได้รับการล้างมลทินตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ล้างมลทิน ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550..." สรุปผลให้เสร็จสรรพ
   
              โดยที่ยังมีข้อสงสัยอีกหลายประเด็นที่สังคมยังไม่ได้คำตอบ เพราะร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีหลักการสำคัญ 2 เรื่อง คือ กรณีที่เป็นผู้ที่ต้องรับโทษทางอาญา และพ้นโทษแล้ว แต่ยังมีประวัติ และข้อห้ามบางอย่างที่ทำให้ผู้นั้นไม่สามารถทำงานได้ เพราะเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน
   
              แต่สำหรับกรณีของ "ยงยุทธ" ในช่วงดำรงตำแหน่งไม่เคยโดนชี้ว่ามีความผิด เพราะวันที่ 11 เมษายน 2545 คณะกรรมการกฤษฎีกาแสดงความเห็นว่า การกระทำของ "ยงยุทธ" ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะที่ดินธรณีสงฆ์ไม่สามารถซื้อขายหรือโอนได้
   
              และความเห็นของ "คณะกรรมการกฤษฎีกา" ในความผิดครั้งนั้น ไม่เคยปรากฏการลงโทษทางวินัยกับ "ยงยุทธ" จนกระทั่งวันที่ 13 มิถุนาย 2555 ป.ป.ช.จึงได้ชี้มูลความผิด
   
              ซึ่งใน พ.ร.บ.ล้างมลทิน มาตรา 5 ระบุว่า "ให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ถูกลงโทษทางวินัยในกรณีซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2550 และได้รับโทษหรือรับทัณฑ์ทั้งหมดหรือบางส่วนไปก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัยในกรณีนั้นๆ”
   
              จึงเกิดคำถามว่า "ยงยุทธ" เคยได้รับโทษหรือรับทัณฑ์มาบ้างหรือไม่ เพราะเพียงแค่ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดเท่านั้น ยังไม่ได้มีโทษที่ต้องรับ จะถือว่า "ยงยุทธ" อยู่ในข่าย “ผู้ถูกลงโทษทางวินัย” หรือยัง แม้การ "ไล่ออก" จะให้มีผลย้อนหลัง แต่เข้าองค์ประกอบที่จะอยู่ในข่ายได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้หรือไม่
   
              สุดท้ายคงต้องรอดูว่า เรื่องนี้จะออกอย่างไรหลังจาก "ป.ป.ช." และ "อ.ก.พ.กระทรวง" มีความเห็นเหมือนกัน ที่สำคัญ "ยงยุทธ" จะตัดสินใจกับกระแสของสังคมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เพราะหากผลเป็น "ลบ" อาจจะส่งผลต่อการเซ็นคำสั่งโยกย้ายข้าราชการที่จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์นี้
   
              ดีไม่ดีอาจส่งผลให้การทำหน้าที่ในฐานะ "รัฐมนตรี" เป็น "โฆษบุรุษ"



พ.ร.บ.ล้างมลทิน ปี 2550
   
              พระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 มีสาระสำคัญอยู่ 8 มาตรา ดังต่อไปนี้ 
   
              มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550”
   
              มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2550 เป็นต้นไป
   
              มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้
   
              “ผู้ต้องโทษ” หมายความว่า ผู้ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ลงโทษหรือให้กักกันและให้หมายความรวมถึงผู้ถูกลงโทษโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีผลเช่นเดียวกับการถูกลงโทษโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล
   
              “ผู้ถูกลงโทษทางวินัย” หมายความว่า ผู้ถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์เพราะกระทำผิดวินัยตามกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งของกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่นหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ และให้หมายความรวมถึงผู้ถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์โดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีผลเช่นเดียวกับการถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัย
   
              มาตรา 4 ให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่างๆ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2550 และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับโดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้นๆ
   
              มาตรา 5 ให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ถูกลงโทษทางวินัยในกรณีซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2550 และได้รับโทษหรือรับทัณฑ์ทั้งหมดหรือบางส่วนไปก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัยในกรณีนั้นๆ
   
              มาตรา 6 บรรดาผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการอันมิใช่เป็นการลงโทษทางวินัยก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2550 และบรรดาผู้ถูกดำเนินการทางวินัยในกรณีกระทำผิดวินัยซึ่งผู้บังคับบัญชาได้สั่งยุติเรื่องหรืองดโทษก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2550 ให้ผู้นั้นไม่ต้องถูกพิจารณาเพิ่มโทษหรือถูกดำเนินการทางวินัยในกรณีนั้นๆ ต่อไป
   
              มาตรา 7 การล้างมลทินตามมาตรา 4 และมาตรา 5 ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้ได้รับการล้างมลทินในอันที่จะเรียกร้องสิทธิหรือประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น มาตรา 8 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้


.....................

(หมายเหตุ : 'พ.ร.บ.ล้างมลทิน' วัดมาตรฐานรัฐบาลปู : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)