
กรณีท่าไม้รวก
กรณีท่าไม้รวก : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ.2555
มีบางประเด็นอันเกี่ยวเนื่องจากคดีนายสามารถ นุ่มจุ้ย และน.ส.อรษา เกิดทรัพย์ สองสามีภรรยา ชาวจังหวัดเพชรบุรีหายตัวไปนาน 3 ปี โดยล่าสุด มีพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหวัฒนะ อายุรแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจตกเป็นจำเลย หลังจากที่บิดาของนายสามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ในคดีฆาตกรรม เพราะเจ้าหน้าที่พบหลักฐานจำนวนมากในสถานที่ภายใต้การครอบครองของพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ อันเชื่อได้ว่า จะเชื่อมโยงไปถึงคดีการหายตัวของนายสามารถและภรรยา อันจะนำไปสู่การสืบสวนสอบสวนคดีฆาตกรรมในลำดับถัดไป ขณะนี้มีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องออกดอกออกผลตามมา ทั้งระหว่างการดำเนินคดีและสืบสวนสอบสวนก็น่าจะได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณา
นับตั้งแต่มีข่าวว่า คดีนายสามารถหายตัวไปพร้อมภรรยาโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งปมการสืบสวนไปที่พ.ต.อ.นายหนึ่งปรากฏขึ้น มีเสียงร่ำลือกันในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี โดยเฉพาะชาวบ้านย่านละแวกบ้านพักและที่ดินถึงกิตติศัพท์ของนายตำรวจยศพ.ต.อ.รายนั้นว่า มีข้อพิพาทระหว่างนายตำรวจกับชาวบ้านในเรื่องการถือครองที่ดินอยู่หลายกรณีหลายคู่ความ ซึ่งต่อมาหลังการหายตัวไปของนายสามารถกับภรรยาตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2552 ไม่นาน คณะกรรมาธิการของรัฐสภาก็เคยรับเรื่องร้องเรียนและสอบสวนกรณีพิพาทนั้นด้วย นอกจากนี้ นายตำรวจคนเดียวกันนั้นยังเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เป็นที่หวาดกลัวของชาวบ้านทั่วไป แม้กระทั่งตำรวจแห่งโรงพักท่าไม้รวก อ.ท่ายางเองยังเข็ดขยาดถึงขนาดบอกกับนักข่าวว่า ก่อนหน้านี้ ผู้กำกับสถานีถูกย้ายไปเพราะอิทธิพลของพ.ต.อ.คนนั้นถึง 2 นายด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม กรณีพิพาทที่ดินที่ต.ท่าไม้รวก อ.ท่าสองยางนั้น มีข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า มีนายตำรวจยศพ.ต.อ.เข้าไปกว้านซื้อที่ดิน เพื่อประกอบธุรกิจ ซึ่งกรณีนี้ไม่เพียงแต่เกิดข้อพิพาทขึ้นกับชาวบ้านเท่านั้น หากแต่อาจเกี่ยวโยงถึงที่ดินสาธารณะและเขตป่าไม้ในเขตติดต่อกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้อีกด้วย ซึ่งในกรณีนี้ก็น่าที่คณะกรรมาธิการแห่งรัฐสภาจะได้สืบสาวเรื่องราวต่อไปให้เป็นที่กระจ่าง ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในพื้นที่ โดยเฉพาะชาวบ้านตาดำๆ ผู้ควรได้รับสิทธิเข้าทำหากินได้อย่างปลอดภัย ไม่มีอิทธิพลใดๆ เข้าไปเบียดบัง
ขณะเดียวกัน คำบอกเล่าที่ว่า พ.ต.อ.ที่เป็นคู่กรณีกับชาวบ้านเป็นผู้มีอิทธิพคนมีสีจนไม่มีใครกล้าไป "มีเรื่อง" ด้วยได้นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรยึดกรณีนี้เป็น "โมเดล" เพื่อสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในวงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ายังปล่อยให้เกิดกรณีลูบหน้าปะจมูก ซึ่งเห็นได้ชัดจากกรณีสภ.ท่าไม้รวกว่าถ้าหากตำรวจตกเป็นเบี้ยล่างของผู้มีอิทธิพล หรือแม้แต่คนสีเดียวกันเสียแล้ว โอกาสที่จะอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนก็จะหมดไป ขณะเดียวกัน ถ้าตำรวจได้ทำงานอย่างแข็งขัน ไม่อยู่ใต้อิทธิพลใครแล้ว เชื่อว่า จะไม่เกิดเหตุร้ายใดๆ กับชาวบ้านท่าไม้รวกเลยก็เป็นได้



