คอลัมนิสต์

'พัน คำกอง'ตายจริงแต่เรื่องจริงคือเกมการเมือง

'พัน คำกอง'ตายจริงแต่เรื่องจริงคือเกมการเมือง

20 ก.ย. 2555

'พัน คำกอง'เจ็บจริงตายจริง แต่เรื่องจริงคือเกมการเมือง : ขยายปมร้อน โดยปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย

               เมื่อ "คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ" (คอป.) ตอกย้ำความทรงจำผ่านรายงานฉบับสมบูรณ์ เกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ถึงความมีอยู่จริงของ "คนชุดดำ" และเป็นกลุ่มที่ใช้อาวุธสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้มีทหาร 6 นาย ตำรวจ 2 นาย และประชาชน 1 คน เสียชีวิต ทำให้ทุกสายตาหันมาจับจ้องการสอบสวนคดี 92 ศพ ที่อยู่ในมือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพราะก่อนหน้าพนักงานสอบสวนชุดใหม่ระบุว่า ไม่มีชายชุดดำ
 
               รายละเอียดเกี่ยวกับการใช้อาวุธสงครามตอบโต้เจ้าหน้าที่ของ "กองกำลังชุดดำ" ซึ่งปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง และได้รับการสนับสนุนจากการ์ด นปช. เสธ.คนดัง และแกนนำ นปช.บางคน
 
               คอป.ร่ายยาวให้เห็นภาพตั้งแต่เหตุการณ์ในเดือนเมษายน และพฤษภาคม 2553 หรือตลอดระยะเวลาที่มีการปิดล้อมเพื่อกระชับพื้นที่ ได้มีการยิงเอ็ม 79 อาร์พีจี ขว้างระเบิดเอ็ม 67 และยิงปืนเล็กยาวเข้าใส่เจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งสอดคล้องกับผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งมีทิศทางการยิงออกมาจากพื้นที่ชุมนุม
 
               ทุกเหตุการณ์ ทั้งที่แยกคอกวัว ศาลาแดง บ่อนไก่ ราชปรารภ ดินแดง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แปลกใหม่สำหรับดีเอสไอ เพราะมีรายละเอียดยิบปรากฏอยู่ในสำนวนคดีก่อการร้าย ซึ่งขณะนี้เป็นคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา โดยจำเลยในคดีทั้ง 26 คน ได้รับการประกันตัวทั้งหมด รวมถึงมือยิงอาร์พีจี นอกจากนี้คดีก่อการร้ายยังต้องเลื่อนการพิจารณาออกไปจนกว่าจะปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย เนื่องจากจำเลยบางคนมีเอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครอง
 
               แปลกแต่จริงสำหรับประเทศนี้ ที่เมื่อเวลาเปลี่ยนชั่วข้ามรัฐบาล ข้อเท็จจริงดันเปลี่ยนตาม "ชายชุดดำ" ที่มีปรากฏในสำนวนสอบสวนคดีหนึ่ง กลับไม่พบที่มาที่ไปในอีกสำนวนคดี เมื่อฝ่ายทหารส่งภาพตำรวจ ฝ่ายสืบสวนของ บช.น.จับกุม "คนชุดดำ" และยึดอาวุธปืนจาก "คนชุดดำ" ได้ หัวหน้าพนักงานสอบสวนได้นำภาพดังกล่าวมาเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชน เพื่อให้ผู้พบเห็นชายในภาพแจ้งเบาะแสมายังดีเอสไอ พร้อมร้องขอให้คนร้ายแสดงความบริสุทธิ์ใจเข้ามอบตัว ทำให้ผู้บริโภคข่าวคิดง่ายๆ เร็วๆ ได้ว่า.. นี่ดีเอสไอจะไม่ยอมทำอะไรเลยหรือ
 
               คดีลักษณะนี้ พนักงานสอบสวนด้วยกันมองว่า แค่ยอมรับว่ามี "ชายชุดดำ" จริงแต่สืบหาตัวตนไม่ได้ พูดภาษาชาวบ้านคือ อับจนหนทาง จับไม่ได้จริงๆ ก็ "ห่วยขั้นเทพ" แล้ว ถึงขั้นออกมาหักว่า "ไม่มีชายชุดดำ" เลือกที่จะไม่สืบสวนขยายความถึงกองกำลังติดอาวุธ แต่เดินหน้าเค้นสอบข้อบกพร่องในการออกประกาศและคำสั่ง ศอฉ.เป็นรายฉบับ ก็คงหมดคำถาม เพราะมองเห็น "ธง" คำตอบแล้ว
 
               ยิ่งมาได้ฟังซุ่มเสียงจาก ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ซึ่งวางแนวทางให้ใช้คำสั่งศาลใน "คดีพัน คำกอง" แท็กซี่เสื้อแดง ที่ถูกกระสุนลูกหลงยิงดับว่าเป็นการตายจากการปฏิบัติหน้าที่ของทหารตามคำสั่ง ศอฉ.เป็นบรรทัดฐานสำหรับอีก 35 สำนวนที่เหลือ เพราะทุกสำนวนคดีมีบริบทเดียวกัน คือ มีการปิดล้อมกระชับพื้นที่และมีการใช้อาวุธ
 
               จึงประเมินล่วงหน้าได้ว่า คดีมีความเป็นไปได้สูงถึงสูงมากที่พนักงานสอบสวนจะเรียก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ในฐานะผอ.ศอฉ. เข้ารับทราบข้อกล่าวหา "คดีฆาตกรรม" ในฐานะ "ผู้สั่งการ" เพื่อลากขึ้นโรงขึ้นศาล เพราะคดีนี้ไต่สวนเป็นคดีวิสามัญฆาตกรรม เพียงแต่ฝ่ายทหารยังยืนกระต่ายขาเดียวว่าใช้กระสุนซ้อม ไม่ได้ใช้ "กระสุนจริง" ทั้งนี้ก็เพื่อโยนให้ศาลเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดแทนพนักงานสอบสวน สุดๆ ก็สู้กัน 3 ศาล
 
               ขณะที่นายสุเทพก็ออกมาท้าเหยงๆ ว่า พร้อมที่จะเป็นผู้ต้องหาของนายธาริต ไม่หนีไปต่างประเทศ ดังนั้นหากแจ้งข้อกล่าวหามาวันใดก็พร้อมไปมอบตัว และจะเรียกไปสอบสวนกี่หน กี่คดี ก็พร้อมที่จะต่อสู้ พิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรม โดยจะไม่ขอใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง
 
               แต่ในมุมมองของนักกฎหมายวิเคราะห์ว่า คดีนี้ไม่อาจเอาเป็นเอาตายได้ทางอาญา เพราะไม่มีคำสั่งฆ่า
 
               นอกจากนี้ “ว่าที่จำเลย” มีสิทธิที่จะยกอ้างเหตุการณ์ความรุนแรงจนต้องประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน การใช้อาวุธสงครามลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชน จนมีความจำเป็นต้องใช้อาวุธป้องกันตัวและควบคุมสถานการณ์ให้กลับสู่ความสงบโดยเร็ว ขึ้นต่อสู้ในชั้นศาลได้อยู่แล้ว
 
               ฉากตอนของคดีการเสียชีวิต 92 ศพ จึงเป็นเพียง "บริบททางการเมือง"
 
               แต่ที่น่าเศร้าคือ เจ็บจริง ตายจริง สูญเสียจริง

.........

(หมายเหตุ : 'พัน คำกอง'เจ็บจริงตายจริง แต่เรื่องจริงคือเกมการเมือง : ขยายปมร้อน โดยปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย)