
'ยุคคนดี(แทบ)ไม่มีที่ยืน'
'ยุคคนดี(แทบ)ไม่มีที่ยืน' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
เห็นมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการโยกย้าย "ข้าราชการ" เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาอดรู้สึก "เห็นใจ" บรรดาข้าราชการลูกหม้อที่วิริยะอุตสาหะก้มหน้าก้มตาปฏิบัติหน้าที่หวังเติบโตในสายงานที่ตัวเองรับผิดชอบไม่ได้
เพราะยุคนี้โยกย้ายข้าราชการ "ข้ามห้วย" ชนิดไม่สนใจหรือให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการที่เติบโตมาในกระทรวง เพื่อหวังเติบใหญ่ในสายที่ตัวเองทำงานมาแต่พอถึงเวลาได้รับผลตอบแทนกลับถูก "คนนอกปากหน้าเค้ก" ไปกิน ถือว่าไม่เป็นธรรมกับบรรดาข้าราชการเหล่านี้
ที่สำคัญการกระทำลักษณะนี้เป็นการทำลายระบบราชการที่อาจส่งผลกระทบต่อประโยชน์โดยรวมกับประชาชนและสังคม!
จับตาการแต่งตั้งโยกย้าย "ข้าราชการ" ในยุค "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ดำรงตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" ที่ใครๆ ก็ต่างรู้ดีว่าเก้าอี้นี้มีที่มาที่ไปอย่างไร
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ "ยิ่งลักษณ์" จะถูกมองว่าเป็นเพียง "ตัวแทนอำนาจ" ในการเข้ามาทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบพิธีในภารกิจหลักตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" แต่อำนาจการบริหารงานและการตัดสินใจถนนหลายสายพุ่งเป้าไปที่ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี
หากมาไล่เรียง "ผลงาน" ในฐานะ "นายกรัฐมนตรี" ของ "ยิ่งลักษณ์" ที่โดดเด่นที่สุดคือการเดินสายพบปะผู้นำประเทศต่างๆ แต่ถ้าให้แถลงผลงานในฐานะ "นายกรัฐมนตรี" เหมือนที่ "รัฐมนตรี" หลายกระทรวงกำลังทำอยู่ในขณะนี้ยังแยกเป็นชิ้นไม่ออก
โดยเฉพาะแรกๆ ที่มาทำงานแค่ตอบคำถาม "สื่อ" ก็พากันเอาใจช่วยแทบแย่
แทบจะเรียกได้ว่าการทำงานของแต่ละกระทรวงไม่ต่างจากตัวใครตัวมัน แต่การตัดสินใจเรื่องสำคัญต้องขึ้นอยู่กับ "คนเพียงคนเดียว"
ยิ่งถ้าเป็น "กระทรวง" หรือหน่วยงานในสังกัดการกำกับดูแลของ "พรรคเพื่อไทย" เรียกได้ว่ามีการใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จ
ไม่ต้องดูอื่นไกลแค่เรื่องการโยกย้ายข้าราชการก็เด่นชัดที่สุด เพราะการโยกย้ายแต่ละตำแหน่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางการเมือง ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
เริ่มตั้งแต่การโยกย้าย "พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี" จาก "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" ไปนั่งเก้าอี้ "เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ" (สมช.) เพื่อให้ "พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์" พี่ชายคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยาทักษิณ มาเป็น "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" ก่อนเกษียณ
ส่งผลให้ "ถวิล เปลี่ยนศรี" ต้องหลุดจากเก้าอี้ "เลขาธิการ สมช." ไปเป็น "ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ"
ต่อมาเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2555 คณะรัฐมนตรีก็มีมติโอน "พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร" ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ให้ไปดำรงตำแหน่ง "รองเลขาธิการ สมช." และโอนย้าย "สมเกียรติ บุญชู" รองเลขาธิการ สมช. ซึ่งเชี่ยวชาญเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้ ให้ไปดำรงตำแหน่ง "ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำแทน"
ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กันยายน มติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้โยก "พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี" จาก "เลขาธิการ สมช." ไปเป็น "ปลัดกระทรวงคมนาคม" เรียกว่ากระโดดค้ำถ่อไปไกลจากสายงานที่ตัวเองเคยรับผิดชอบชนิดหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว
ถ้า "กระทรวงคมนาคม" ไม่ใช่กระทรวงที่อยู่ในความรับผิดชอบของ "พรรคเพื่อไทย" ก็คงโยกย้ายไม่ได้ขนาดนี้
เพราะการย้าย "พล.ต.อ.วิเชียร" จาก "เลขาธิการ สมช." ครั้งนี้ก็เพื่อเปิดทางให้ "พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร" ขึ้นมาเป็น "เลขาธิการ สมช." ทั้งที่ "พล.ท.ภราดร" เพิ่งได้รับตำแหน่ง "รองเลขาธิการ สมช." เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2555 เรียกว่านั่งเก้าอี้ยังไม่ถึง 4 เดือนก็ได้เลื่อนขั้นแล้ว
แต่คงไม่แปลกเพราะสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ก็เคยเลื่อนขั้นชั้นยศในลักษณะนี้มาก่อน หากจำกันได้รัฐบาลทักษิณเคยแต่งตั้งให้ "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" รองปลัดมหาดไทย รักษาการปลัดมหาดไทย ที่เหลือเวลาราชการอีกเพียง 7 วัน ก็จะเกษียณ ได้แต่งตั้งให้ "ยงยุทธ" เป็น "ปลัดมหาดไทย" แถมยังให้มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่ได้นั่ง "รักษาการปลัดมหาดไทย" เป็นเวลา 8 เดือนอีกด้วย
ดังนั้นการย่นระยะเวลาการเลื่อนขั้นให้ "พล.ท.ภราดร" อย่างรวดเร็วจึงถือว่าเป็นเรื่องเล็ก
นอกจากการโยกย้าย "ข้ามห้วย" ที่กระทรวงคมนาคมแล้ว มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 กันยายน ยังเห็นชอบให้ "พนิตา กำภู ณ อยุธยา" ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ และอดีตปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ไปเป็น "ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ" และโยกให้ "ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์" ปลัดกระทรวงศึกษาธิการไปเป็น "เลขาธิการสภาการศึกษา"
หากจำกันได้การโยกย้าย "พนิตา" พี่สาวของ "ประวัฒน์ อุตตะโมต" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พ้นจากปลัด พม.ครั้งนั้น ก่อให้เกิดศึกสายเลือดในพรรคเพื่อไทยระหว่าง "ประวัฒน์" กับ "สันติ พร้อมพัฒน์" รมว.พม.จนเรื่องถึงหูทักษิณ จนต้องส่งน้องไปเคลียร์ปัญหาให้
สุดท้ายมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 กันยายน ก็เป็น "ทางออก" ของการแก้ไขปัญหาภายในพรรคและเป็น "คำตอบ" ให้สังคมได้รู้และเข้าใจแนวทางการแก้ไขปัญหาภายในของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี
แต่ที่สำคัญในวันนี้ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" ได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ในระบบข้าราชการ คือการโยกย้าย "ข้ามห้วย" ทำได้โดยไม่ต้องสนใจ "ลูกหม้อ" ที่หวังเติบโตในระบบ จากนี้ไปหากข้าราชการหวังเติบโตแบบก้าวกระโดดต้องยึดหลัก "เลือกข้างทำตัวมีเจ้าของ"
เพราะยุคนี้ข้าราชการดีๆ (แทบ) ไม่มีที่ยืนแล้ว!
...........
(หมายเหตุ : 'ยุคคนดี(แทบ)ไม่มีที่ยืน' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)



