คอลัมนิสต์

ลด ละ การเมือง ผุดสันติสุขใต้

ลด ละ การเมือง ผุดสันติสุขใต้

16 ก.ย. 2555

ลด ละ การเมือง ผุดสันติสุขใต้ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2555

             นับเป็นเรื่องที่ดีกับความพยายามแก้ไขปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ตกลงรับคำเชิญของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยจะนำทีมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมทั้งเสนอแนวทางการแก้ไขระหว่างกันที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 กันยายนนี้ โดยมีตัวแทนระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.จชต.) ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี, ผู้นำกองทัพ, เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นต้น เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
 
              ปัญหาไฟใต้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องพูดคุยและวางกฎเกณฑ์ให้เป็นรูปธรรม เพื่อผู้ปฏิบัติจะได้ไม่หนักใจและจะได้ทำงานให้สอดคล้องกับผู้กำหนดนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ประกาศขอนั่งหัวโต๊ะรับทราบปัญหาและวางกรอบในแนวทางแก้ไขกับปัญหาที่ยกเป็นวาระแห่งชาติเรื่องนี้ แม้จะไม่สะดวกที่จะถ่ายทอดต่อสาธารณชน หรือไม่ต้องหาให้เห็นความวุ่นวายในการเจรจาหารือก็ตาม แต่อย่างน้อยทั้ง 2 ฝ่ายควรใช้เวทีนี้เปิดใจเกี่ยวกับปมปัญหา โครงสร้างการบริหารจัดการที่มีอยู่ พร้อมทั้งรับฟังข้อเสนอของกันและกัน เพื่อหาข้อสรุปที่เป็นทางออกร่วมกันในการดับไฟใต้
  
              นอกเหนือจากการดำเนินงานของรัฐบาลแล้ว ทางฝ่ายความมั่นคงได้เดินหน้าในอีกหนึ่งแนวทางดับไฟใต้ โดยกลุ่มผู้คิดเห็นต่างจากรัฐ ซึ่งเป็นสมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดนจำนวน 93 คนจาก จ.นราธิวาส ได้เข้าแสดงตัวและพบปะกับ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อประกาศจุดยืนยุติการต่อสู้ด้วยความรุนแรง และหาแนวทางกลับมาอยู่ในสังคมอย่างปกติสุข ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แม้จะยังไม่ได้ข้อยุติเกี่ยวกับข้อเสนอของกลุ่มดังกล่าว ที่จะให้รัฐบาลถอนหมายจับในคดีความมั่นคงก็ตาม     
 
              แต่ก็มีความพยายามจากบางฝ่ายออกมากวนน้ำให้ขุ่น กล่าวหาเจ้าหน้าที่จัดฉากสร้างภาพ นำใครก็ไม่รู้ซึ่งเป็นตัวปลอมแอบอ้างว่าเป็นพวกบิ๊กเนมขอเข้ามอบตัวต่อทางการ สร้างเงื่อนไขใหม่ป่วนไฟใต้ไม่ให้ดับ ทั้งที่หน่วยงานความมั่นคงออกมายืนยันบุคคลเหล่านี้มีประวัติที่มาที่ไปที่ชัดเจนในแฟ้มทางการ เล่นเอา พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับพวกที่มือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำ และยืนยันถึงการทำงานที่ผ่านมาของกองทัพที่ทำงานในเชิงรุกมากขึ้นและได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในพื้นที่กดดันให้แกนนำขบวนการเหล่านี้กลับใจมาร่วมพัฒนาชาติไทย
 
              ต้องยอมรับว่า ปัญหาไฟใต้ได้เพาะบ่มและหมักหมมมายาวนาน ซึ่งก็ไม่มีใครหรือรัฐบาลใดสามารถฉีดน้ำลดอุณหภูมิร้อนของความรุนแรงลงไปได้ จะมีก็เพียงแค่ชะลอบ้างเป็นช่วงๆ หรือในบางเทศกาลและเริ่มปะทุใหม่จากเสียงปืน เสียงระเบิด ด้วยความโหยหาและโศรกเศร้าอาดูรจากผู้สูญเสีย เมื่อปัญหาใหญ่ระดับชาติปัญหานี้ถูกหยิบยกขึ้นมาบนเวทีการเมืองที่จะร่วมสร้างสันติภาพกัน จึงเป็นเรื่องน่ายินดียิ่งกับจุดเริ่มดังกล่าว หากอยู่บนบรรทัดฐานความจริงใจของทั้ง 2 ฝ่าย ที่จะระดมสรรพกำลังทางความคิดคืนสันติสุขให้แก่ชาวใต้